“เจมส์ เรืองศักดิ์ – ครูก้อย นัชชา” ประกาศเตรียมเปิดอู่มีลูกคนที่ 2

คุณพ่อคุณแม่ลูกหนึ่ง “เจมส์ เรืองศักดิ์” และ “ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์” ล่าสุด เตรียมเปิดอู่มีลูกคนที่ 2 แล้ว หลังลูกสาวสุดเลิฟ “น้องเมดา” วัย 1 ขวบ 9 เดือน บอกอยากมีน้อง แม้ก่อนหน้านี้ “ครูก้อย” จะเคยประสบปัญหาการแท้งลูก มีลูกยาก จนต้องพึ่งทางวิทยาศาสตร์มาแล้วก็ตาม แต่งานนี้บอกเลยว่าทั้งคู่เอาจริง มีองค์ความรู้ด้านมีบุตรยากแน่นมาก!!!

         โดย “เจมส์” และ “ครูก้อย” ได้ออกมาเปิดใจถึงการวางแผนมีลูกคนที่ 2 ว่าตอนนี้ได้จูงมือกันไปปรึกษาแพทย์ถึงแพลนในการกระตุ้นไข่อีกรอบเป็นที่เรียบร้อย หลัง “ครูก้อย” บำรุงไข่และดูแลสุขภาพตัวเองมาได้ 6 เดือน ซึ่งแพทย์ก็แนะนำว่าอยากให้กระตุ้นไข่เร็วที่สุดเพราะอายุ 37 ปีแล้ว เกรงไข่จะด้อยคุณภาพ แต่โจทย์ยากคือต้องรอ “น้องเมดา” ลูกสาวคนแรกหย่านม เลิกกินนมจากเต้าของคุณแม่เสียก่อน  

          ถ้า “น้องเมดา” เลิกกินนมจากเต้าเมื่อไหร่ ก็สามารถที่จะไปกระตุ้นไข่เพื่อมีลูกคนที่ 2 ได้ทันที เพราะถ้า “น้องเมดา” ยังกินนมจากเต้าคุณแม่อยู่ก็จะส่งผลทำให้ฮอร์โมนน้ำนมยังสูง และกดวงจรการตกไข่ อาจส่งผลให้การกระตุ้นไข่ออกมาไม่ดีพอ 

         ประกอบกับก่อนท้อง “น้องเมดา”  “ครูก้อย” ประสบกับปัญหามีบุตรยากมาก่อน และผิดหวังมาหลายครั้งโดย “ครูก้อย” ได้เล่าว่า “เริ่มตั้งครรภ์ครั้งแรกโดยยังไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน คือหลังแต่งงานก็ปล่อยมีน้องเลย และมาแบบธรรมชาติ ตอนนั้นอายุ 34 ปี และได้แท้งไปในท้องแรกด้วยอายุครรภ์เกือบ 3 เดือน โดยอัลตร้าซาวด์ไม่เจอหัวใจเด็ก ตอนนั้นรู้สึกเสียใจมาก และพยายามสืบค้นหาสาเหตุ หลังจากผิดหวังครั้งนั้นจึงหันมาปรึกษาแพทย์เพื่อเตรียมตัวมีลูกอีกครั้ง และเปิดเพจชื่อ Babyandmom.co.th เพื่อแบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์ของผู้มีบุตรยากไว้ให้แม่ๆ ที่มีปัญหาแบบเดียวกันได้ติดตามเป็นความรู้  

         เริ่มการมีลูกครั้งใหม่ ด้วยการกินยากระตุ้นไข่ แล้วบังคับให้ไข่ตก ทำแบบนี้ 3 รอบไม่สำเร็จ หลังจากนั้นก็ใช้วิธี IUI ฉีดเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก 2 ครั้ง ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งๆที่ทุกรอบเห็นไข่โตตามเกณฑ์ ผนังมดลูกก็ไม่บาง จึงคิดสงสัยว่าปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่อความไม่สำเร็จ เลยขยับโอกาสความสำเร็จด้วยเทคโนโลยีที่ชื่อว่า ICSI (เด็กหลอดแก้ว) 

         ซึ่งในกระบวนการกระตุ้นไข่ก่อนทำ ICSI “ครูก้อย” ก็โชคร้าย ต้องเผชิญกับภาวะ OHSS “ภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป”  เนื่องจากพื้นเดิมเป็น PCOS ลักษณะรังไข่ของคนกลุ่มอาการนี้ จะมีไข่กระจุกอยู่จำนวนมาก หากได้รับโดสยาไม่เหมาะสม หรือฮอร์โมนไม่สมดุลในช่วงกระตุ้นไข่ เช่น เอสโตรเจนสูงเกินไป อาจทำให้ไข่มีไข่เติบโตเร็วกว่าปกติ และมีจำนวนฟองไข่มากเกินไป ในรอบนั้นมีไข่โตถึง 20  ใบ ทำให้ท้องอืดตาพร่า เวียนหัว หายใจไม่ออก มีน้ำอยู่ในช่องท้อง จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด จนหมอต้องยุติการให้ยาเพื่อพยุงอาการไว้ มิฉะนั้นต้องแอดมินเพื่อเจาะท้องเอาน้ำออก ทำให้รอบนั้นเฟลไป ไข่เสียหายเกือบทั้งหมด จาก 20 ใบ  “ครูก้อย” เหลือไข่เพียงแค่ 3 ใบเท่านั้นที่มีนิวเคลียส นอกนั้นเป็นไข่ที่มีแต่น้ำ ไม่มีไข่แดง เรียกว่า ภาวะนี้ว่า “ Empty follicle snydrome” ซึ่งเกิดได้น้อยมากไม่ถึง 1% ของผู้หญิงที่ทำเด็กหลอดแก้ว 

         เมื่อปฏิสนธิ ก็ได้เป็นตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์ ไม่สวย มีขยะเซลล์เยอะ  2 ตัว เลี้ยงได้แค่ day2 ก็ใส่ลุ้น รอบแรกไปก็ไม่ติด  เสียใจมาก แต่ก็พอจะรู้ว่ารอบนี้ ไม่น่าจะผ่านเพราะเจอวิกฤติ OHSS 

         แต่ “ครูก้อย” ก็ไม่ท้อแท้ พักร่างกาย 6 เดือน และระหว่างนั้นก็หาข้อมูล สืบค้นการเตรียมตัว และขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ หนักมาก ด้วยความที่ “ครูก้อย” เองเป็นคุณแม่สายวิทย์ ด้วยความที่เรียนวิทยาศาสตร์มา จบคณะวิทยาศาสตร์ทั้ง ปริญญาตรี และปริญญาโท (ภาควิชาฟิสิกส์) จึงมีความสามารถในการสืบค้นงานวิจัยได้ดีและลึกซึ้ง และเป็นช่วงเวลาที่ครูก้อยลาออกจากงาน เพื่อเตรียมพร้อมวางแผนตั้งครรภ์ 100% มีเวลาเต็มที่ในการหาความรู้  จึงรู้ว่าคุณภาพและความสวยสมบูรณ์ของเซลล์ไข่ต่างหากที่เป็นคำตอบ ไม่ใช่แค่ขนาดและจำนวนฟองไข่ และที่สำคัญมากๆ คือ ฮอร์โมนต้องสมดุล 

         แม้จะเป็นครูสอนฟิสิกส์ แต่ก็เรียนด้านชีววิทยาด้วย พอรู้ว่าตัวเองมีปัญหา PCOS ภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ จึงนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่มี และศึกษางานวิจัยผู้มีบุตรยากจากทั่วโลกเพิ่มเติม ควบคู่กับการปรึกษาแพทย์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย บำรุงอาหารการกิน บำรุงไข่ เตรียมผนังมดลูกทานอาหารที่ปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกายด้วยอาหารที่มีงานวิจัยซัพพอร์ตว่าช่วยสามารถส่งเสริมภาวะเจริญพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรรวมถึงอาหารเสริมที่มีสารอาหารโปรตีนสูงและมัลติวิตามินต่างๆ ที่สำคัญสำหรับเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์เพื่อให้ได้ไข่ที่สวยและสมบูรณ์ที่สุดฮอร์โมนที่บาลานส์ที่สุดก่อนเข้าสู่กระบวนการ ICSI รอบ 2 รวมถึงรอบนี้ ครูก้อยบอกว่า บำรุงสเปิร์มสามีควบคู่ไปด้วย เพื่อจะได้รอบเดียวติด 

         “เป็นช่วงการบำรุง ที่มีความสุขมาก เพราะเป็นการบำรุง เตรียมตัวแบบมีความรู้ มีขั้นตอน และทุกครั้งที่ได้ความรู้ใหม่ๆมาก็จะมาแบ่งปันเอาไว้ ในเพจ Babyandmom.co.th ให้แม่ๆ ท่านอื่นได้ติดตามด้วย” 

         รอบนี้เตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ทุกอย่างดีงามตามเกณฑ์  ได้ไข่ 15 ใบ ปฏิสนธิเป็น 11 ตัวอ่อน (ถือว่าปฏิสนธิได้ดี เกิน 75% ) เลี้ยงตัวอ่อนถึง Day 3 จำนวน 9 ตัวอ่อน และเลี้ยงถึง day 5 (ระยะบลาสโตซีสต์) จำนวน 6 ตัว เกิน 50% ซึ่งถือว่าผ่านเกณฑ์สถิติ  

         รอบนี้มีการส่งคัดโครโมโซมตัวอ่อน เพื่อคัดกรองความผิดปกติทางโครโมโซม ได้ตัวอ่อนเกรดดี โครโมโซมปกติทุกคู่ แล้วฟรีซเอาไว้ แล้วมาทุ่มเทกับการเตรียมผนังมดลูกให้พร้อม เพราะถ้าเราได้ตัวอ่อนผ่านแล้ว แต่ถ้าหากมดลูก ไม่แข็งแรง ผนังบาง หรือผิวไม่เรียบ ไม่เรียงตัวสวยสามชั้น ตัวอ่อนก็ฝังตัวไม่สำเร็จ(มดลูกคือบ้านหลังแรกของลูก)  ครูก้อยไม่รีบร้อน ใช้เวลาเตรียม 2 เดือน อัลตร้าซาวด์เห็นผนังมดลูกสวย จนคุณหมอชมว่าเพอร์เฟค!  เพราะครูก้อยมีสูตรอาหารที่ทานแล้วส่งผลให้มดลูกหนาตัว แข็งแรง พร้อมให้ตัวอ่อนฝังตัว รวมถึงมีเคล็ดลับดีท็อกซ์บำบัดมดลูกจากสารพิษหรือยากระตุ้นไข่ตกค้าง รวมถึงเมนูมดลูกอุ่น ใส่รอบเดียวติด ได้เป็นคุณแม่ มีน้องเมดามาเติมเต็มในชีวิตสมใจ  

         แต่เมื่อตั้งครรภ์ไปแล้ว 4 เดือนก็ต้องเข้าห้องผ่าตัดเพื่อเย็บปากมดลูกเนื่องจากตัวครูก้อยนั้นมีภาวะคอมดลูกสั้นกว่าปกตินิดหน่อย คอมดลูกต้องไม่สั้นกว่า 3 cm ของครูก้อย 2.82 cm คุณหมอเกรงจะคลอดก่อนกำหนดได้จึงแนะนำให้เย็บปากมดลูกป้องกันเอาไว้ อันนี้คือคุณหมอละเอียดมากค่ะ กันพลาด เพราะกว่าจะติด เราเป็นเคสยาก ไม่อยากให้เด็กออกก่อน 

         และ “ครูก้อย” เองก็ได้แชร์ข้อมูลที่เกี่ยวกับดูแลตัวเองของผู้มีบุตรยากตั้งแต่ก่อนท้อง “น้องเมดา” ในเพจ https://www.facebook.com/BabyAndMom.co.th/ ซึ่งทำมาเกือบ 4 ปี แล้ว ปัจจุบันมีบรรดาแม่ๆที่มีปัญหาเรื่องมีบุตรยากมาติดตาม “ครูก้อย” มากกว่าแสนราย และในแต่ละวันก็มีคนอินบ็อกซ์์มาบอกข่าวดีว่า...ท้องแล้วทุกวัน บอกว่าท้องได้เพราะคำแนะนำดีๆจากครูก้อย สิ่งนี้คือกำลังใจ ให้ครูก้อยสร้างสรรค์บทความ สืบค้นงานวิจัยใหม่ๆ ที่ทันสมัยมาส่งต่อให้แม่ๆ ต่อไป  

         “พี่เจมส์” และ “ครูก้อย” ดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ที่ได้ช่วยแม่ๆ ที่มีบุตรยากได้สมหวังและมีครอบครัวที่สมบูรณ์ เพราะไม่มีใครเข้าใจผู้มีบุตรยาก หากไม่ได้อยู่ในสภาวะผู้มีบุตรยาก  

         ส่วนการเตรียมตัวท้องครั้งที่ 2 เพื่อจะมีน้องให้น้องเมดา...ครูก้อยเตรียมตัวมาดีมากหลังจากมีประสบการณ์ที่ผ่านๆมา ทำให้รู้แนวทางในการบำรุง และรู้เทคนิคการเจริญพันธ์เป็นอย่างดี แม้ตอนนี้อายุ 37 ปีแล้ว แต่ก็ค่อนข้างมั่นใจว่า รอบนี้ต้องสำเร็จแน่นอน  ตอนนี้ก็บำรุงตัวเองตามคัมภีร์อาหารที่คนอยากท้องต้องกิน  เป็นสูตรอาหารครูก้อยเคยรวบรวมไว้ เพื่อบำรุงไข่ให้สมบูรณ์ที่สุด รอ “น้องเมดา” ครบ 2 ขวบ หย่านม แล้วก็จะเร่งบำรุงแบบอัดตัวเองเต็มที่อีก 3 เดือน ก่อนที่จะไปเก็บไข่ เพื่อทำ ICSI และคัดโครโมโซมอีกรอบ  

         นอกจากนี้ทางด้าน“เจมส์”ก็ยังบอกอีกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่เป็นสามีที่ดีด้วยการเป็นเสาหลัก คอยให้กำลังใจ ซัพพอร์ตภรรยาคนเก่งอย่าง “ครูก้อย” ตลอด ไม่ว่าจะเป็นช่วงใส่ตัวอ่อน ที่ครูก้อยต้องนอนติดเตียง 7 วัน ก็เป็นคนคอยเสิร์ฟน้ำ เสิร์ฟอาหาร บริการภรรยา 24 ชม. และจะพูดเสมอว่า...เราทำเต็มที่แล้วผลจะออกมาเป็นยังไงก็แล้วแต่สวรรค์ เพราะเรื่องความรู้ ครูก้อยมีเต็ม 100 อยู่แล้ว ทางผมก็จะซัพพอร์ตทางจิตใจเป็นส่วนใหญ่  พร้อมยอมรับว่ามีการเดินสายไหว้พระขอพรเรื่องอยากมีลูกคนที่ 2 ให้สำเร็จ ยอมทำทุกทางแม้คู่เราจะเป็นแนวสายวิทยาศาสตร์ก็ตามวิทยาศาสตร์ 95% อีก 5% ก็ต้องมีสายมูเล็กน้อย (หัวเราะ)  ใครว่าวัดไหนดี “เจมส์” ก็จะพา “ครูก้อย” ไปไหว้พระขอพรหมดทุกที่  

         ไม่ว่าจะเป็นวัดพระแอด วัดชื่อดังที่จังหวัดนครศรีธรรมราช บ้านเกิดของครูก้อยและเจมส์  ไปไหว้วัดพระใหญ่ที่อยุธยา  ไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพที่เชียงใหม่ เรียกว่าไปไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล และถือโอกาสเที่ยวไปในตัวด้วย  

         เห็นความตั้งใจทั้ง “เจมส์ เรืองศักดิ์” กับ “ครูก้อย นัชชา” ของครอบครัวลอยชูศักดิ์ ที่อยากจะมีลูกคนที่ 2 แบบนี้แล้ว ก็ขอให้ทั้งคู่สมหวัง มีน้อง ให้กับ “น้องเมดา” ไวๆนะคะ