ข่าวข่าวในประเทศ 16 พฤศจิกายน 2563 เวลา 18:08

ศาลเลื่อนตรวจหลักฐาน “ดร.เซปิง” ฟ้อง “หนุ่ม กรรชัย” กับพวกหมิ่นประมาทศัลยกรรมเฟซออฟ

ศาลเลื่อนตรวจหลักฐาน'ดร.เซปิง' ฟ้อง 'หนุ่ม กรรชัย' กับพวกหมิ่นประมาทศัลยกรรมเฟซออฟ จำเลยที่ 5 ผู้เสียหายไม่มาศาล ส่วนอีกรายอยู่ต่างประเทศ หนุ่มกรรชัยมั่นใจไม่ผิด ส่วนดร.เซปิง ยัน ชีวิตไม่มีความสุข ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ศาลนัดอีกครั้ง 22 ก.พ.ปีหน้า

       เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 16 พ.ย.ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานและสอบคำให้การจำเลย คดีหมายเลขดำ อ.1693/2562 ที่ ดร.เซปิง ไชยศาสน์ อายุ 47 ปี ประธานโครงการศัลยกรรมความงามเฟซออฟ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายกรรชัย กำเนิดพลอย หรือ หนุ่ม นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง รายการ “โหนกระแส” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3, นายภิญโญภัทร์ ชิดตะวัน ทนายความ,นางพรทิพย์ เอี่ยมโอภาส, น.ส.ไรวินท์ ลอว์สัน,นางพรรณภัคร ไว ,นางพัทธนันท์ อินทร์สะอาด และนางประภาพร เบสดาว ผู้เสียหายศัลยกรรม เป็นจำเลยที่ 1-7 เป็นจำเลย ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งฟ้องเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญาเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนจำนวน 50 ล้านบาทด้วย

      คดีนี้โจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2562 ระบุว่า โจทก์เป็นผู้ก่อตั้งโครงการเฟซออฟบาย ดร.เซปิง ให้คำปรึกษาด้านศัลยกรรม หากใครจะทำก็จะแนะนำให้ไปทำกับโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2562 รายการโหนกระแส ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ออกอาการรายการ "ภาค 2 เฟซออฟเปลี่ยนหน้าคนเป็นหน้าผี" มีนายกรรชัยเป็นพิธีกร เชิญจำเลยอื่นๆ มาร่วมรายการลักษณะพูดถามกันไปมา มีการวางแผนใส่ความโจทก์ แม้ไม่ระบุชื่อโจทก์แต่ใช้เทคนิคตั้งชื่อหัวข้อรายการ เพื่อเชื่อมโยงให้เข้าใจว่าเป็นโจทก์ กับยังเอาข่าวที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล แถลงข่าวมาอ้างอิงในรายการ โดยมีเจตนาให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จึงขอให้ลงโทษฐานหมิ่นประมาท เมื่อมีข่าวและมีการออกอากาศรายการออกไป ทำให้แทบไม่มีคนมีใช้บริการโครงการ ดร.เซปิง หรือถูกยกเลิกนัดทั้งหมด ที่โจทก์วางแผนชีวิตทำธุรกิจ และจะลงสมัคร ส.ส. แต่ชื่อเสียงต้องมาจบสิ้น จึงฟ้องเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา

      วันนี้ ดร.เซปิง โจทก์พร้อมทนายความมาศาล ขณะที่จำเลยที่ 1,2,3,4,7มาศาลพร้อมทนายความ แต่จำเลยที่ 5 และ 6 ไม่มาศาล 

       เมื่อถึงเวลาทนายความจำเลยที่ 5ได้แถลงต่อศาลว่า ไม่สามารถติดต่อจำเลยที่ 5ได้ ส่วนทนายความจำเลยที่ 6 แถลงว่า ขณะนี้จำเลยที่ 6 ได้เดินทางกลับไปทำงานที่สหรัฐอเมริกาแล้ว ช่วงนี้ติดสถานการณ์โควิด-19 และจะเดินทางมาได้ประมาณเดือนเม.ย.ปีหน้า จึงขอให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 6 ไว้ชั่วคราว 
     ศาลสอบถามทนายความโจทก์แล้วคัดค้านว่า สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 คลี่คลายลงแล้ว ขณะนี้สามารถเดินทางกลับมาประเทศไทยได้ 

      ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า สำหรับจำเลยที่ 5 เคยแจ้งที่อยู่ตามทะเบียนบ้านไว้ที่ จ.พิษณุโลกและยังไม่ได้แจ้งย้ายทะเบียนบ้านแต่อย่างใด จึงให้เจ้าหน้าที่ส่งหมายไปยังที่อยู่ตามทะเบียนบ้านดังกล่าวอีกครั้งและหากไม่มีคนรับก็ให้ปิดหมายไว้ตามขั้นตอน ส่วนจำเลยที่ 6 นั้นศาลเห็นว่าขณะนี้สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 คลี่คลายแล้ว จำเลยที่ 6 สามารถเดินทางมาประเทศไทยได้ ทั้งนี้เนื่องจากจำเลยที่ 5 ไม่มาศาลในวันนี้จึงให้เลื่อนนัดตรวจหลักฐานและสอบคำให้การจำเลยอีกครั้ง ในวันที่ 22 ก.พ.2564 เวลา 09.00 น. และเนื่องจากเป็นคดีที่ราษฎรฟ้องร้องกันเอง จึงให้นำคดีนี้เข้าศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้วย 

      ภายหลัง หนุ่ม กรรชัย  ให้สัมภาษณ์ ถึงเหตุการณ์ขณะเจอ ดร.เซปิง ในห้องพิจารณา ว่า ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกัน ตนเจอก็ยกมือไหว้ ยืนยันว่ารายการโหนกระแสเป็นกระบอกเสียงให้แก่ประชาชนจริงๆ เราไม่เคยเข้าข้างไหน คนเดือดร้อนมาร้อง ทีมงานก็คัดเลือกเข้ามาพูดคุยกัน ตนก็นั่งสัมภาษณ์เหมือนทุกครั้ง และยินดีให้คู่กรณีเข้ามาชี้แจง ยืนยันว่าตนไม่ได้หมิ่นประมาท ตนไม่เคยเกลียดชังหรือรู้จัก ดร.เซปิง จะไปหมิ่นประมาททำไม บริบทเนื้อรายการในวันนั้นมีคำพูดไหนที่นอกกรอบไปหมิ่นประมาทหรือเปล่า ตนมั่นใจว่า ไม่ได้กระทำผิด  ส่วนการไกล่เกลี่ยก็แล้วแต่ทาง ดร.เซปิง ยังไงก็ได้ ตนก็ไม่ชอบค้าความ ถ้าต้องการจะคุยก็แจ้งมาตนก็คุย และถ้าตนผิดจริงพร้อมยกมือขอโทษทุกคนอยู่แล้ว แต่อะไรที่เราไม่ผิดก็ยืนยันว่าไม่ผิด เราเปิดโอกาสให้ ดร.เซปิง มาออกรายการนานแล้ว ตั้งแต่วันที่คู่กรณีมาออกรายการ เราขอเชิญมาออกจะได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ตอนนั้นติดต่อมาจะออกรายการก็โอเค แต่ผ่านไปแค่ 2 วัน ก็มาฟ้องเลย ตนก็งงอยู่ไม่รู้จะทำอย่างไร

       ขณะที่ช่วงเช้าก่อนเข้าห้องพิจารณา ดร.เซปิง ไชยศาส์น ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกมั่นใจในพยานหลักฐานทั้งหมด และตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ตนถูกทำลายชื่อเสียง ไม่มีความสุข และไม่เคยเห็นหน้าจำเลยทั้ง 7 คน วันนี้จึงอยากเห็นสีหน้า แววตา ความรู้สึก และอยากเห็นการสำนึกว่าการที่ทำร้ายผู้อื่นไปแล้ว ยอมมีความสำนึกอยู่ในใจ ซึ่งการพึ่งอำนาจศาลครั้งนี้ มั่นใจว่าความยุติธรรมมีจริง และสังคมต้องได้รู้ข้อเท็จจริง แต่ถ้าจำเลยจะเจรจาไกล่เกลี่ย ต้องขอพิจารณาก่อนว่าจำเลยมีความสำนึกผิดหรือไม่ หากสำนึกผิดก็พร้อมที่จะให้อภัย โดยต้องขอโทษผ่านสื่อ เพราะตนเองถูกกระทำผ่านสื่อ

       ด้านนายจำนงค์ ชัยมงคล ทนายความดร.เซปิง กล่าวว่า วันนี้เป็นวันนัดพร้อมคู่ความครั้งแรก จะนัดตรวจหลักฐานรวมถึงจะมีการพิจารณานัดวันสืบพยาน ซึ่งฝั่งโจทก์ได้เบิกความในชั้นไต่สวนไปมากแล้ว ส่วนหลักฐานในทางของกฎหมายมีความมั่นใจ เพราะตรวจสอบแล้วพบว่ามีการพูดในรายการจริง และคำพูดเป็นลักษณะของการใส่ความ หากเป็นเรื่องของการทำดีหรือไม่ดี ทำไม่พูดกันข้างนอก แต่กลับพูดออกรายการให้ประชาชนรับรู้ และข้อเท็จจริงที่นำเสนอออกไปยังไม่ได้มีการพิสูจน์ว่าจริงหรือเท็จ แต่ถึงข้อมูลของจำเลยจะเป็นข้อเท็จจริง ก็ยังถือว่าเป็นการหมิ่นประมาท นอกจากนี้ยังมีการฟ้องคดีแพ่งโดยดร.เซปิง ได้เรียกค่าเสียหายกว่า 50 ล้านบาทด้วย.