ข่าวข่าวในประเทศ 2 พฤศจิกายน 2563 เวลา 17:44

“ซาร่า” ลั่นที่ผ่านมาไม่เคยกีดกันพ่อลูกยินยอมให้ “ไมค์” เซ็นรับรองบุตรแล้ว

วันที่ 2 พ.ย. 63 ที่ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ศาลนัดไกล่เกลี่ย ระหว่าง นายพิรัช นิธิไพศาลกุล กับ นางซาร่า คาซิงกินี จากกรณีที่นักร้องหนุ่มยื่นคำร้องขอรับรองบุตร โดยมีอำนาจปกครองบุตรร่วมกับ ซาร่า เพื่อเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายและมีสิทธิ์ในตัวของ “น้องแม็กซ์เวลล์” ซึ่งต่อมา ไมค์ ได้ตัดสินใจถอนคำร้องขอความเป็นพ่อโดยชอบธรรมและสิทธิ์ปกครองลูกชาย โดยมอบหมายให้ทนายเป็นผู้ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องขอรับรองบุตร

            ก่อนถึงเวลานัด “ทนายต้อม หรือ นานสนิท ปัจจายา” ทนายความของ ไมค์ พิรัช ได้เดินทางมาถึง พร้อมกับบอกว่า “วันนี้ศาลได้นัดไกล่เกลี่ย แต่วันนี้ทางคุณไมค์ไม่ได้มา และได้ยื่นคำร้องขอถอน คำร้องขอรับรองบุตร แต่ศาลยังไม่ได้สั่ง วันนี้ก็มาฟังคำสั่งด้วย ถามว่า วันนี้ ไมค์ ไม่มาด้วย จะมีผลอย่างไรบ้างไหม ไม่มีผลเสียในส่วนนี้”

            ต่อมาเวลา 13.00 น. หลังจากใช้เวลาไกล่เกลีย รวม 3 ชั่วโมง ทนายต้อม ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการไกล่เกลี่ยวันนี้ว่า

            “เนื่องจากวันนี้ได้มีการไกล่เกลี่ย ผ่านการคุยไปด้วยดี เพราะว่าทั้งสองฝ่าย คุณไมค์ไม่ได้เดินทางมา ซึ่งคุณซาร่าเดินทางมา โอกาสที่จะคุยกันก็น่าจะด้วยดี จากที่ไกล่เกลี่ยแล้ว” 

            อะไรที่บ่งบอกว่าดีขึ้น 
            “ตอนนี้ทางคุณไมค์ที่ยืนคำร้องเข้ามาในส่วนของรับรองบุตรและขออำนาจปกครองบุตรร่วม ซึ่งในเรื่องของการจดทะเบียนรับรองบุตรไม่น่าจะมีปัญหา” 

            จะมีการเซ็นใช่ไหม
            “ใช่ครับ ตรงนี้ยังไม่ได้กำหนดว่าเมื่อไหร่ เพราะมีเป็นประเด็นอยู่ว่า เรื่องการรับรองบุตรก่อน เรื่องการปกครองบุตรอีกส่วนนึง ต้องดูไกล่เกลี่ยอีกที” 

            กับการคัดค้านก่อนหน้านี้ วันนี้มีการพูดคุยกันอย่างไรบ้าง
            “เรื่องเนื้อหาในคำร้องไม่มีการคุยกันครับ เพราะว่าตอนนี้ก็คืออาจจะคุยกันนอกรอบหรือนัดอีกทีนึงครับ” 

            มีรายละเอียดอะไรที่เพิ่มเติมจากครั้งที่แล้วไหม
            “รายละเอียดไม่มีครับ ยังไม่มีข้อตกลงกัน” 

            การขออำนาจปกครองร่วมที่ตกคุยกันอีกครั้ง ทิศทางจะเป็นอย่างไร 
            “วันนี้ยังนัดตกลงไม่ได้เรื่องปกครองร่วม ต้องนัดไกล่เกลี่ยกันอีกทีครับ” 

            จะมีโอกาสพูดคุยกันนอกรอบก่อนไหม ก่อนที่จะมาถึงศาลไกล่เกลี่ยอีกครั้ง
            “คิดว่าทั้งสองฝ่ายน่าจะมีการคุยกันก่อนที่จะถึงศาล การคุยสามารถคุยข้างนอกได้ แต่ศาลนัดอีกทีวันที่ 24 ธันวาคม (2563) 9 โมงเช้า นัดไกล่เกลี่ย” 

            ครั้งต่อไปทั้งสองฝ่ายต้องมาด้วยตัวเองใช่ไหม 
            “ศาลท่านก็กำชับให้แต่ละฝ่ายมาครับ” 

            ทาง “ไมค์” มีการพูดคุยหรือฝากอะไรมาทางทนายไหม สำหรับการมาวันนี้
            “ไม่มีฝากอะไรครับ” 

            การเซ็นรับรองบุตร ทาง “ไมค์” ตัดสินใจแล้ว 
            “ยังไม่ได้เซ็นวันนี้ แต่คือยอมรับว่าเป็นบุตร จะจดทะเบียนอีกทีคือหลังจากที่ศาลมีคำสั่ง ต้องรอคำสั่งศาลครับ เดี่ยวรอดูผลการเจรจาอีกทีวันที่ 24 ธันวานี้ครับ” 

            ด้าน ซาร่า คาซิงกินี พร้อมด้วย ทนายกิ่ง ศิริญญ์รดา เลืองวัฒนะวณิช ได้เผยกับสื่อมวลชนว่า

            ทนาย : “คือวันนี้ค่ะ เนื่องจากว่าตัวฝั่งของคุณไมค์กับทนายเจมส์ไม่ได้มา ก็เลยไม่ได้คุยกับตัวความโดยตรงนะคะ แต่ว่าก็คุยจากทนายในคดีของคุณไมค์ค่ะ เขาก็มีการโทรศัพท์คุยกัน ก็ดูว่ามีท่าทีจะได้รับรองบุตร แล้วศาลก็เลยให้เลื่อนนัดไกล่เกลี่ยไปอีกนัดหนึ่ง เดี๋ยวรอบหน้า ก็คาดว่าทั้งคู่ได้เจอกัน ได้คุยกัน ก็น่าจะตกลงกันได้ค่ะ”

            ความรู้สึกในวันนี้ที่ได้มาไกล่เกลี่ยกับทางทนายที่ไมค์ส่งมาเป็นอย่างไรบ้าง
            ซาร่า : “เหมือนวันนี้เรายังไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากมาย เพราะว่าต้องรอคุณไมค์ด้วยนะคะ”

            เป็นทิศทางที่ดีขึ้นใช่ไหม
            ทนาย : “ก็ดูแล้วมีโอกาสจะคุยกันได้ค่ะ”

            ทนายไมค์บอกว่าเรื่องการรับรองบุตร อาจจะมีโอกาส  เพราะไมค์ไม่น่าจะมีปัญหาตรงนี้ แต่ว่าอีกเรื่องคือสิทธิ์ปกครองลูก อาจจะต้องคุยกันอีกที
            ทนาย : “ใช่ค่ะ เป็นอย่างนั้นค่ะ คือทางกฎหมาย อย่างที่ทุกคนทราบ พอรับรองบุตรเสร็จแล้วเนี่ย สิทธิและหน้าที่ก็จะตามมา ก็เป็นสิ่งที่ต้องมาคุยกันว่ามันจะยังไงดี จะแบ่งกันยังไง จะช่วยกันยังไง อะไรแบบนี้ค่ะ”

            ข้อเรียกร้องของเรายังเป็น 4 ข้อเหมือนเดิมไหม
            ทนาย : “เดิมข้อเรียกร้องตอนแรกเป็น 6 ข้อ แต่ว่า 4 ข้อไม่ใช่ข้อเรียกร้อง แต่เป็นเหตุผลที่เราให้กับทางศาลมากกว่า ว่าทำไมเราขอใช้อำนาจปกครองฝ่ายเดียว แต่ว่าตอนนี้คือ คือเข้าใจว่าเวลามันเข้าสู่กระบวนการ มันก็ต้องมาคุยกันแหละ ว่าเราจะยังไงดี เราจะแบ่งกันยังไง จะช่วยกันยังไง ก็อย่างที่แจ้งไปเนี่ยแหละค่ะ”

            จะเปลี่ยนไปจาก 4 ข้อที่เราบอกไหม
            ทนาย : “มันไม่เชิง 4 ข้อ มันเป็นเหตุผล ทีนี้ศาลก็จะพิจารณาอีกทีหนึ่ง เพื่อประโยชน์ของเด็ก ว่าให้คุณพ่อคุณแม่คนไหน ใช้อำนาจปกครองร่วมกันยังไง หรือว่าให้ใครมีอำนาจมากกว่าหรือน้อยกว่า หรือว่ามาร่วมกันเฉพาะเรื่องอะไร อันนี้สามารถคุยกันได้ค่ะ ก็คิดว่าถ้าคู่ความได้เจอกัน คุยกันประเด็นพวกนี้ทั้งหมด ก็คิดว่าจะจบด้วยดี”

            ก่อนจะมีการไกล่เกลี่ยวันที่ 24 จะมีโอกาสได้พูดคุยกันนอกรอบอีกไหม
            ซาร่า : “จริงๆ เราก็พร้อมที่จะคุย ซาร่าพร้อมที่จะเจอไมค์ตลอดเวลา เราก็อยากให้เขามาพูดคุยเกี่ยวกับลูก เพราะสุดท้ายแล้วเราอยากให้ทุกอย่างมันลงเอยด้วยดี อยากให้เห็นถึงผลประโยชน์สูงสุด ของลูกของเราทั้งคู่ค่ะ”

            สิ่งที่เราอยากจะได้จากไมค์ที่สุดคืออะไร
            ทนาย : “อืม...ความจริงถามว่าตัวเราอยากได้อะไรหรือเปล่า มันไม่ใช่ค่ะ ความจริงมันเป็นประโยชน์ของเด็กมากกว่า คือในเมื่อเรื่องมันเข้ามาสื่อสารแล้ว เข้าใจว่าตอนแรกอยากจะให้มีคนกลางเข้ามาช่วยคุย มาช่วยไกล่เกลี่ย ทีนี้ความจริงการไกล่เกลี่ยวันนี้ มันเป็นโอกาสที่ดีมาก ที่ทั้งคู่จะได้คุยกัน หลังจากที่มันเกิดเรื่องราวเยอะแยะ แต่ก็โอเค ฝั่งโน่นไม่ได้มาก็เลยต้องเลื่อนออกไป แต่การไกล่เกลี่ย การคุยกันเนี่ยแหละค่ะมันจะดีที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วประโยชน์สูงสุดมันคือประโยชน์ของเด็ก คือทุกอย่างตัดสินใจโดนอาศัยประโยชน์ของลูกเป็นสำคัญที่สุด”

            แสดงว่าก่อนหน้านี้ที่ไมค์ขอถอนสิทธิ์ในการรับรองและปกครองลูก วันนี้ก็คือเป็นในทิศทางที่น่าจะไม่ได้ถอนแล้วใช่ไหม
            ทนาย : “ใช่ค่ะ คือฝั่งเรามีการยื่นคัดค้านไป แต่ในห้องที่คุยท่านก็ถามทนายฝั่งคุณไมค์ไปว่า สรุปจะยังไง จะรับรองไหม ซึ่งทนายก็โทรปรึกษากับคุณไมค์ และมีแนวโน้มว่าโอเค รับรองก็ได้ เป็นบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายค่ะ ก็เลยไม่ได้ถอน เรื่องยังอยู่ในศาลอยู่”

            ตอนนี้ทิศทางของครอบครัวเป็นยังไงบ้าง เหมือนจะไปในทิศทางที่ดีขึ้น จะมองโอกาสข้างหน้ายังไง 
            ซาร่า : “ถ้าทุกอย่างมันจบลงด้วยดี คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ต้องโอเคอยู่แล้วกับเรื่องพวกนี้”

            ทุกวันนี้น้องแม็กซ์เวลล์ยังมีโอกาสได้เจอไมค์ในข้อกำหนดยังไงบ้าง 
            ซาร่า : “เอ่อ... ซาร่าจะแจ้งแบบนี้ให้กับทุกคนฟังเลยดีกว่า คือตั้งแต่ต้นตั้งแต่วันที่น้องเกิดจนถึงวันนี้ 6 ปี มันไม่เคยที่มีเหตุการณ์กีดกันเกิดขึ้นเลยค่ะ เพราะฉะนั้นการเจอของพ่อกับน้อง ตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้มันยังปกติเหมือนเดิมค่ะ”

            แสดงว่าหลังจากนี้ไมค์ยังมาเจอน้องเหมือนเดิม 
            ซาร่า : “เอาเป็นว่าซาร่าไม่เคยกีดกันค่ะ”

            ถ้าสะดวกทั้งสองฝ่าย เวลาตรงกัน เราก็พร้อมที่จะให้เจอ 
            ซาร่า : “ใช่ค่ะ เป็นแบบนั้นเสมอมาค่ะ”

            กว่าจะไปถึงในวันไกล่เกลี่ยอีกครั้ง วันที่ 24 ใจเราอยากให้มันจบยังไง 
            ซาร่า : “อยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี นึกถึงผลประโยชน์ของแม็กซ์เวลล์เป็นหลักเลยนะคะ”

            เห็นครั้งก่อนน้องแม็กซ์เวลล์ได้ไปค้างกับพ่อ ต่อไปจะมีโอกาสได้ไปค้างอีกไหม 
            ซาร่า : “คือต้องดูทางคุณพ่อเขาจะเป็นคนติดต่อมา จริงๆ น้องก็มากรุงเทพได้ติดต่อไปหาคุณพ่อ แต่เหมือนทางคุณพ่อจะไม่ว่างค่ะ ก็ต้องรอวันที่ต่างฝ่ายต่างสะดวก มันก็เป็นแบบนั้นเสมอมาค่ะ”

            เรายินดีให้ลูกไปค้างคืนกับไมค์ได้ 
            ซาร่า : “เป็นแบบนั้นเสมอมาค่ะ”

            สิทธิ์ปกครองเรายังยืนยันเหมือนเดิมไหม ว่าขอปกครองแค่ฝ่ายเดียว 
            ทนาย : “หลังจากที่คุยกัน อยากจะทราบว่าทางนู้นอยากจะเข้ามาช่วยในการใช้อำนาจในปกครองในส่วนไหน เราก็คุยกันได้ สามารถคุยกันได้หมดเลยค่ะเลยค่ะเรื่องการใช้อำนาจว่าส่วนไหน อะไร ยังไง รอบหน้าถ้าได้เจอกันมันจะเคลียร์กว่านี้เยอะ วันนี้มันค่อนข้างตอบยากนิดหนึ่ง”

            แล้วเรื่องของค่าเลี้ยงดู สรุปยังไง 
            ทนาย : “อย่างที่บอกค่ะ หน้าที่ สิทธิ์ มันมาพร้อมกัน เราก็มีคุยกันนิดหน่อยว่าจะยังไงดี จะช่วยหรือจะอุปการะแค่ไหน อย่างทางศาลเขาก็แจ้งทางคุณไมค์แล้วว่าจะรับรองลูกไหม ถ้ารับรองมันจะมีทั้งเรื่องของอำนาจในการปกครองบุตร เรื่องของอุปการะเลี้ยงดูเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งสองเรื่องนี้เป็นเรื่องที่รอบหน้าจะต้องมานั่งคุยกันว่าจะยังไง”

            มีอะไรอยากฝากบอกคนที่ติดตามข่าวของเราไหม 
            ซาร่า : “จริงๆ ซาร่าอยากให้คดีของซาร่าเป็นกรณีศึกษาแล้วกันให้ทุกคนดูนะคะ คิดว่าหลายคนอาจจะงงกับการรับรองบุตร การปกครองบุตร อยากให้ไปศึกษากฎหมายดีๆ ว่ามันแยกกันออกไป มันไม่ได้รวมกันค่ะ”

            ตอนนี้ดูแลสภาพจิตใจตัวเองและคนรอบข้างยังไงบ้าง 
            ซาร่า : “ใช้ชีวิตปกติเหมือนที่ผ่านมาค่ะ เลี้ยงลูก ทำงาน ทุกวันนี้ก็ดีขึ้นค่ะ”