หนัง-เพลงหนัง 27 มกราคม 2559 เวลา 08:07

"น้อย วงพรู"พลิกบทบาทมาร้องเพลงลูกทุ่งจีบสาวในภาพยนตร์เลิฟสตอรี่เรื่อง"ลูกทุ่งซิกเนเจอร์"

ใกล้ได้ชมกันแล้วกับ ภาพยนตร์ "ลูกทุ่งซิกเนเจอร์" หนังเลิฟสตอรี่ สำหรับทุกหัวใจมีรัก เรื่องราวความรักหลากหลายรสชาติทั้งซาบซึ้ง อบอุ่น ยิ้มละมุนที่จะบรรเลงไปพร้อมบทเพลงลูกทุ่งคุ้นหู และครั้งนี้เราจะพาไปพูดคุยกับนักแสดงนำมากความสามารถของเรื่อง "กฤษดา สุโกศล แคลปป์"หรือ (น้อย วงพรู)

    บทบาท-คาแรคเตอร์ ?
    เรื่องนี้ผมรับบทที่ชื่อว่า "บอย" นะฮะ เป็น CEO ของบริษัทหนึ่งนะฮะ คาแรคเตอร์ก็จะเป็นคนที่มีความรับผิดชอบที่ค่อนข้างสูงเหมือนกัน แล้วก็ค่อนข้างเครียด เพราะว่ามีปัญหาที่บริษัท แล้วทุกครั้งที่เขาเครียดหรือกลุ้มใจนี่ เขาก็มักจะไปหลบอยู่ในห้องน้ำเงียบๆ คนเดียว แล้วก็พอดีวันหนึ่ง เขาก็ได้ยินเสียงแม่บ้านทำความสะอาดของบริษัทร้องเพลง พอได้ยินเสียงนั้นปั๊บ เขาก็เหมือนกับความเครียดทุกสิ่งทุกอย่างก็หายไป เพราะเขาไม่เคยได้ยินเสียงร้องที่แบบลึกเหลือเกินและเพราะเหลือเกิน จนเขาต้องรู้ให้ได้ว่าแม่บ้านคนนี้คือใครครับ

    เพลงนี้คือเพลง "เรารอเขาลืม" ?
    ครับ เป็นเพลงที่ทางโปรดิวเซอร์ส่งมาให้น้อยฟัง ให้น้อยช่วยท่องเนื้อเพลงลูกทุ่งนี้ให้หน่อยนะฮะ เพลงนี้ชื่อว่า "เรารอเขาลืม" ซึ่งปกติน้อยก็ไม่ได้ชินกับการร้องเพลงลูกทุ่งเท่าไหร่อยู่นัก แต่ว่าพอได้ยินก็เริ่มอินไปกับเพลง แล้วก็เริ่มหัดร้องนะฮะ หัดร้องในสไตล์น้อยนะครับ แต่เผอิญในหนังนี่เราเป็นคนที่ร้องไม่ค่อยเป็นเท่าไหร่อยู่แล้ว ผมก็เลยต้องพยายาม ผมก็มีเพื่อนบางคนที่ร้องไม่ได้จริงๆ เสียงแย่จริงๆ ผมก็พยายามก๊อปเพื่อนนี่ละฮะ (หัวเราะ) ช่วงซีนนั้นผมก็เลยพยายามร้องแบบเหมือนเสียงเพี้ยนนะฮะ แล้วก็อาจจะทำตัวเขินหน่อย อาจจะประมาณนั้น แต่ว่าผมก็ตกใจจริงๆ นะฮะ เพราะว่าช่วงที่ถ่ายทำมันก็หลายเดือนมาแล้วนะฮะ แล้วก็วันหนึ่งประมาณ 6-7 เดือนผ่านมานี่ ผมก็นั่งดูโทรทัศน์ที่บ้าน แล้วอยู่ดีๆ ก็เห็นไข่มุกร้องเพลงนี้ออดิชั่นใน The Voice ผมก็เฮ้ย...แล้วก็ร้องเพลงนี้ด้วยนะ นางเอกของเรา เดี๋ยวนี้น่าจะมีชื่อเสียงมากกว่าเราแล้วด้วยซ้ำ ก็ดีใจสำหรับเขานะฮะ เพราะเสียงเขาเพราะมาก

    ตัวละครผูกพันกับเพลงนี้ยังไงบ้าง ?
    ในคาแรคเตอร์ของบอยนี่ก็ค่อนข้างเป็นคนที่เหงานะฮะ แล้วก็คล้ายๆ กับหลายคนที่เวลาทำงานก็ทำให้ดีที่สุด แต่ว่าสิ่งที่เขารักจริงๆ เนี่ย เขายังค้นหาอยู่ มันอาจจะไม่ใช่งาน มันอาจจะเป็นอย่างอื่น เขากำลังค้นหา อาจจะเป็นใครคนหนึ่งก็ได้ฮะ เหมือนเขาเป็นคนที่มีความรักเยอะเหลือเกินในตัวเขา แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเอามันไปไว้ที่ไหน หรือจะเอามันไปให้ใคร ซึ่งความรู้สึกนี้ค่อนข้างสะท้อนกับบทเพลงนี้ในระดับหนึ่ง ในความเหงาการรอความรัก พอเราได้ยินบทเพลงนี้ เนื้อหาเพลงนี้ แล้วก็ได้ยินเสียงนี้ด้วยนะฮะ มันก็เริ่มทำให้เราคล้ายๆ กับเหมือนเจอแล้วสิ่งที่เรารัก แล้วเราต้องไปรู้จักกับคนๆ นี้หรือว่าต้องไปรู้จักกับความรู้สึกนี้ที่มันเกิดขึ้นให้ได้นะฮะ ซึ่งผมก็จำได้สมัยก่อนที่เราเจอกับภรรยาครั้งแรก พอผมเจอเขาปั๊บ เหมือน Love at First Sight แบบผมรู้ว่าเธอต้องเป็นของผม (หัวเราะ) รู้สึกมันเป็นความรู้สึกที่เห็นแก่ตัวจริงๆ นะ แต่ She is Mine ผมไม่แคร์แล้ว แม้ว่าเธออาจจะมีแฟนแล้วผมไม่รู้ ผมไม่แคร์แล้ว ผมเจอแล้วอ่ะ แล้วผมต้องทำให้เธอรักผมให้ได้ ต้องรู้จักกันให้ได้ฮะ รักนี้ต้องเกิดฮะ ความรู้สึกในคาแรคเตอร์มันก็เป็นประมาณนี้ก็ได้ฮะ

    การร่วมงานกับน้องไข่มุก ?
    ผมรู้สึกว่าแม้แต่เสียงของเธอ แล้วก็หน้าตาของเธอจะมีความค่อนข้างบริสุทธิ์ทีเดียวฮะ แต่เธอก็เป็นคนที่มั่นใจนะ และผมพูดตามตรงผมก็เขินนิดหน่อยนะ เพราะว่าผมอายุมากกว่าไข่มุกค่อนข้างเยอะเหมือนกันฮะ (หัวเราะ) เลยก็เขินเหมือนกันตอนที่แบบบางฉากที่ต้องมองสายตาเธอ ต้องจับมือเธอนิดหน่อย แต่ว่าผมก็หวังว่าคนที่ชมภาพยนตร์ยังจะพอยอมรับความรู้สึกระหว่างเราสองคนได้นะฮะ ระหว่างความรู้สึกของผมในเสียงเพลงของเธอฮะ

    ความรักของเรื่องนี้เป็นยังไง ?
    ความรักนี้มันคล้ายๆ เป็น Discovery เหมือนกับบางทีเราลืมไปแล้วว่า ความรู้สึกนั้นมันเป็นยังไง มันทำให้เรากลับไปเป็นเหมือนกับช่วงเรียนมัธยมที่ทุกอย่างมันยัง Fresh และค่อนข้างบริสุทธิ์ลึกซึ้ง แล้วมันก็จริงเหลือเกิน เหมือนกับ Return to Innocence สำหรับน้อยนะฮะ

    ความผูกพันของเพลงลูกทุ่งกับคนไทย ?
    มันก็ไม่มีเสียงเพลงอะไรที่เป็นไทยอย่างแท้จริงเท่าเพลงลูกทุ่งอยู่แล้วฮะ เพราะว่าแม้แต่ผมเองที่ร้องเพลงอัลเทอร์ ป๊อปร็อก ผมก็ได้อิทธิพลมาจากทางเมืองนอกอยู่แล้วนะฮะ แต่นี่มันเป็นเสียงเพลงที่บริสุทธิ์จริงๆของความเป็นไทยฮะ แล้วผมว่ามันจริงที่สุดด้วย และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเสียงเพลงแล้วก็เสียงของคนร้องฮะ มันมีความเป็น Original จริงๆฮะ
    พูดตรงๆ แล้วน้อยก็ไม่ได้เติบโตมากับเพลงลูกทุ่งนะฮะ แล้วก็ไม่ได้ฟังมากมายถึงขนาดนั้นนะฮะ แต่ว่ายังพอคุ้นเคยหน่อยฮะ แต่ว่าน้อยก็เคยพยายามร้องมาก่อนนะฮะ แต่ว่าไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ (หัวเราะ)

    เบื้องหลังความสนุกในการถ่ายทำ ?
    ก็สำหรับหนังภาพยนตร์เรื่องนี้นะฮะ สำหรับผม ผมก็ต้องขอบคุณพี่ปรัชนะฮะที่ชวนผมมาเล่นเรื่องนี้ หลายคนก็ทราบอยู่แล้ว ส่วนมากผมจะเล่นหนังไปทางดราม่าหน่อย บางคนบอกหนังโรคจิตอะไรอย่างนี้ หนังแรงๆอินเนอร์ (หัวเราะ) ซึ่งมีฉากหนึ่งที่ถ่ายกันนะฮะ ฉากที่ผมกำลังเครียดอยู่ในห้องน้ำ ฉากเครียดก็มาละ ผมก็ทำหน้าเครียดแบบแรงๆ มาก พี่ปรัชก็บอกว่าน้อยๆ คัทๆๆ น้อย นี่ไม่ใช่หนังโรคจิตนะน้อย นี่เป็นหนัง Feel Good ไม่ต้องเครียดมากก็ได้ ผมก็เออๆ ใช่ๆ โทษทีครับพี่

    เสน่ห์ความน่าสนใจของเรื่องนี้ ?
    ผมดีใจที่มีโอกาสได้เล่นหนัง Feel Good ในอีกรูปแบบหนึ่ง มันเป็นหนังที่มีความ Positive และ Inspiration มากๆครับ ผมว่ามันค่อนข้างจะมีทุกสิ่งทุกอย่างครบวงจรนะ ไม่ว่าจะเป็นเสียงเพลง นักแสดงที่หลากหลายเหลือเกิน แต่ละคนก็มีคนละสไตล์ที่เวลาผสมผสานกันมันน่าสนใจดี มัน Mix & Match แล้วทำให้เกิดอะไรใหม่ๆ สำหรับภาพยนตร์ไทยในบ้านเรา เรื่องนี้มันมีหลายสไตล์ในเรื่องเดียวกัน แล้วมันก็มีความหมายของความรักค่อนข้างเยอะแยะทีเดียว ผมว่าทุกคนก็น่าจะ Connect ได้ครับ