วาไรตี้สุขภาพ-ความงาม 22 กรกฎาคม 2561 เวลา 06:25

คลิกดูล่ะเก็ทเลย...."วิธีเลือกครีมกันแดด" งานนี้แดดหน้าไหนก็ทำร้ายคุณไม่ได้!

ก็เพราะมันร้อน ร้อน ร้อน เราก็กลัวผิวไหม้ดำ เลยต้องเพิ่งครีมกันแดด เอ๊า...มันก็แน่นอนอยู่แล้ว แต่ก็อย่ามั่นใจไป เพราะบางคนยังเลือก ทา และใช้ "ครีมกันแดด" ที่ไม่ถูกวิธี ไม่เข้ากับหนังหน้าตัวเอง เลือกไม่เป็นก็มี!! แล้วงานนี้เราจะต้องเลือกแบบไหน ทายังไง ต้องไปดู

     เพราะครีมกันแดด มีให้เลือกมากมายหลากหลายยี่ห้อ หลายแบบ เย๊อะะะะะซะจนตาลายเลือกไม่ถูก แต่วิธีแรกที่เดี๊ยนจะแนะนำ จะแนะให้ดูที่ความสามารถในการป้องกันรังสีทั้ง UVA และ UVB โดย 
     - UVA เป็นตัวการที่ทำให้ผิวสวยๆของเราแห้งกร้าน แก่ก่อนวัย และเกิดริ้วรอย  
     - UVB เป็นตัวสาเหตุที่ทำให้ผิวเกรียม ไหม้แดด บวมแดง  
     ซึ่งการเลือกใช้ครีมกันแดดนั้น ควรเลือกแบบที่ป้องกันรังสี UV ได้ทั้ง 2 ตัว นะจ๊ะ

     ต่อมาให้มาดูที่ค่า SPF ซึ่ง SPF ย่อมาจาก Sun Protection Factor  คือ "ค่าความสามารถในการปกป้อง จากรังสี UVB"   ไม่ว่าใครก็รู้ว่ายิ่งค่า SPF ยิ่งสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งมีความสามารถในการกันแดดได้มาเท่านั้น  แต่ เดี๊ยนอยากแนะนำว่า อย่าสักแต่จะเลือกเอาครีมกันแดดเฉพาะที่มีค่า SPF สูงๆ แต่ให้เลือกที่เหมาะกับกิจกรรมในแต่ละวันและสภาพหนังหน้าของของคุณ อย่างถ้าคุณทำงานอ๊อฟฟิตไม่ได้เอาหน้าไปให้แดดเลียตลอดเวลา ก็เลือกค่า SPF 15- SPF 30  ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าคุณๆที่ทำงานกลางแจ้ง เจอแดดเปรี้ยงๆ  หรือเวลาไปทะเล  ขึ้นเขาลงห้วย  หรือแม้แต่การออกกำลังกายกลางแจ้ง  ก็เพิ่มความเข้มข้นของ SPF 50+  แต่ทั้งนี้ก็ควรเลือกแบบกันน้ำ กันเหงื่อด้วยก็จะดีมาก และควรทาซ้ำทุก 2-4 ชั่วโมง เพื่อประสิทธิภาพที่ดี 

     โดยค่าตัวเลขที่ต่อท้าย คำว่า SPF นั้นสามารถนำมาคำนวณระยะเวลาเป็นนาทีในการปกป้องจากรังสี UVB ได้  โดยนำตัวเลขส่วนท้าย  มาคูณด้วย 30 ผลลัพธ์ที่ได้หมายถึงนาทีที่ครีมกันแดดจะป้องกัน UVB ได้ เช่น  ครีมกันแดด SPF 30  ก็ให้เอา 30 คูณ 30 เท่ากับ 900   นั่นก็หมายความว่า ครีมกันแดดในมือคุณ สามารถป้องกันรังสี UVB ได้ 900 นาที นั่นเอง

     อ้าวแล้วไอ้แบบที่มีค่า PA ล่ะ คืออะไร?
     PA คือ "ค่าที่วัดการป้องกันรังสี UVA"  โดยย่อมาจากคำว่า Protection Grade of UVA โดยค่า PA นั้นจะมี 3 ระดับคือ PA+,PA++ , PA+++ และ PA++++
     PA+   สามารถป้องกันรังสี UVA 2- 4 เท่า  เหมาะสำหรับคนที่ทำกิจกรรมทั่วๆไป ไม่ได้ออกแดดมาก อย่างคนที่ทำงานในอ๊อฟฟิต 
     PA++  เหมาะกับคนที่ต้องออกแดดแบบวับๆแวมๆ ไม่เจอแดดนานและหนักมาก  โดย PA++ สามารถป้องกันรังสี UVA 4-8 เท่า
     PA+++  นั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการปกป้องสูง  ทำกิจกรรมกลางแจ้ง เพราะ สามารถป้องกันรังสี UVA  ได้มากกว่า 8 เท่า
     PA++++  ปกป้องรังสี UVA สูงถึง 8-16 เท่าขึ้นไป เรียกได้ว่าขั้นเทพเลยทีเดียว เหมาะกับที่ทำกิจกรรมกลางแดด อย่างไปทะเล ฯลฯ 

     ทำความเข้าใจง่ายๆก็คือ  
     - ค่า SPF คือ ค่าในการปกป้อง จากรังสี UVB    ที่ทำให้เราผิวไหม้แดด
     - ค่า PA คือ  ค่าที่วัดการป้องกันรังสี UVA   ที่ทำให้ผิวเรา เกิดริ้วรอย  แก่ก่อนวัย 

     โดยการทาครีมกันแดด ก็ควรทาอันดับสุดท้ายจากบรรดาครีมประทินผิว และควนทาก่อนออกแดดอย่างน้อย 15-30 นาที และปริมาณที่ใช้ก็ประมาณ 2 ข้อนิ้วมือ หรือดูความใหญ่ของหน้าคุณก็ได้ค่ะ ลงแบบไม่ให้รู้สึกว่าเหนียวเหนอะหนะ และไม่ใช่สักแต่ว่าทาๆ ถูๆนะคะ การทากันแดดที่ดี ควรให้ใช้มือตบๆ เบาๆ ไปที่ผิว  และสำหรับหนังหน้าก็ใช้นิ้วกดๆ ตบๆ เบาๆ  แค่นี้ก็พร้อมสวย-หล่อ ออกสู้แดดแล้ว

 

ภาพจาก : beautygarden.vn , vipado.com

อ่านเรื่องอื่นๆ