วาไรตี้สุขภาพ-ความงาม 27 พฤษภาคม 2561 เวลา 08:32

จะห่อเหี่ยวไปทำไม.. มา "ปลุกพลังในตัว ให้มันลุกโชน" กันเถอะ

เอ้าๆ ใครที่กำลังห่อเหี่ยว ไม่ว่าจะเป็นทางจิตใจ หรือทางกาย ลุกขึ้นมาฟิตกันได้แล้วค่าาาาา เพราะเดี๊ยนจะชวนมา "ปลุกพลังในตัว ให้มันลุกโชน" สำหรับเพิ่มพลังบวกให้ตัวคุณเอง สลัดทิ้งไป กับอะไรที่มันเดิมๆ แล้วให้คุณๆ ลองลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อชีวิตที่ซู่ซ่ามากขึ้น

     - ดูแลตัวเอง
     ก่อนอื่นต้องลุกขึ้นมาเปลี่นนแปลงตัวเองบ้าง เพื่อปลุกไฟที่มีอยู่ในตัว ให้คนอื่นเค้ารู้ว่า ฉั้นนี่ก็แซ่บ แฮนด์ซั่มไม่พ้ใคร สลัดทิ้งมันอะไรที่ซ้ำๆเดิมๆ ลองลุกขึ้นดูแลหนังหน้า อย่าง มาร์คหน้า  ขัดผิว  ทาครีมบำรุง  ตัวตัวเริ่ดๆ ให้คนที่ได้เห็นต้องตะลึง ในการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีของคุณ อย่างเปลี่ยนการแต่งตัวตามแฟชั่นบ้าง หรือถ้าใครงบน้อยก็ลองเอาของที่มีอยู่มาอแดปให้เข้ากัน แค่นี้ก็เริ่ด 

     - ความมั่นใจ  
     ข้อนี้สำคัญมาก เพราะถ้าคุณไม่มั่นใจ อะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ!!!!  พวกเธอต้องปลุกมันขึ้นมา กับเพื่อนรักที่เรียกว่า "ความมั่นใจ"  และอย่าลืมให้กำลังใจตัวเอง เชื่อสิ แล้วมันจะเป็นแรงผลักดันให้คุณสู้กับสิ่งที่อยู่ข้างหน้าแบบไม่มีถอย

    - เชิ่ดหน้าขึ้นฟ้า แล้วบอกว่า "สู้โว้ยยยยย"  
     คำนี้มันใช้ได้จริงๆ นะเวลาที่ต้องการกำลังใจ  เพราะสิ่งหนึ่งที่อยากให้ทุกคนจำไว้ว่า ....ตนย่อมเป็นพี่พึ่งแห่งตน แม้บางครั้งจะมีคนรอบข้างมาเอี่ยวบ้าง แต่พลังผลักดันในชีวิตต้องมาจากตัวเราอันดับหนึ่งเสมอ

     - อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น
     ยิ่งคนที่รวยกว่า เริ่ดกว่า หรืออะไรจะดีกว่าก็แล้วแต่ อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับเขาเลยค่ะ คิดซะว่าโชคดีแค่ไหนที่เรายังเกิดมามีชีวิต มีครบทั้ง 32 หรือแม้จะไม่ครบ 32 แต่ก็ยังมีพลังต่อสู้กับวันใหม่ และคนเราก็ยังมีส่วนที่ดีอยู่ในตัวไม่เหมือนกัน แล้วจะไปเปรียบเทียบให้ตัวเองนอยด์ทำไม ว่าม่ะ? 

     - ไม่จมปลักเรื่องแย่ๆในอดีต 
     เอ้ย....มันผ่านมาแล้วป่ะเธอ  อย่าไปคิดถึงมันให้มาก ให้เปลืองสมองทั้ง 3 ส่วนเล้ย  แล้วถ้ายิ่งเป็นเรื่องแย่ๆนี่ โบกมือบ๊ายบาย แบบด่วนๆเถอะ!! แล้วมาคิดถึงปัจจุบันและอนาคตดีกว่า  เพราะยังมีอะไรดีๆรอคุณอยู่ตั้งเยอะ 

     นี่เป็นเพียงส่วนเล็กน้อย ที่จะมาปลุกพลังในตัวเรา "ให้สู้" พร้อมเชิ่ดหน้ายิ้มรับวันใหม่ ในแบบที่สดใสกว่าเดิม

 

เรียบเรียงโดย : สยามดารา
ภาพจาก : www.realhealthywomen.com / www.atsme.org

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ