วาไรตี้สุขภาพ-ความงาม 17 ธันวาคม 2557 เวลา 12:03

สกัด (จุด) รังแค ด้วยแชมพูเริ่ด ๆ

ลมหนาวเริ่มมาเยือนกันแล้ว สาวๆ ทั้งหลายที่เกิดอาการผิวแห้งตึง ก็เพียงแค่หามอยซ์เจอร์ไรเซอร์มาบำรุง แต่ถ้าหนังศีรษะเกิดแห้งคันเป็นสะเก็ดรังแคขึ้นมาอวดโฉมบนหลังไหล่ ให้ผู้ชายแอบสะกิดมองล่ะก็

อย่างที่รู้กันอยู่ว่ารังแค หรือ (Dandruff) เป็นภาวะที่เซลชั้นนอกสุดของหนังศีรษะ (เป็นเซลที่ตายแล้ว) มีอัตราการหลุดลอกมากกว่าปกติ ทั้งนี้มีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายอย่าง ในบางรายมีการติดเชื้อที่หนังศีรษะร่วมด้วย ซึ่งกรณีนี้จำเป็นต้องให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยโดยละเอียด เพื่อรักษาให้หายขาดต่อไป ซึ่งถ้ามีรังแคเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย เราอาจใช้วิธีเลือกเครื่องสำอาง (ในรูปของแชมพู) ที่มีสารขจัดรังแค หรือผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมและหนังศีรษะ ประเภทชนิดที่ใช้แล้วต้องล้างออกใช้ไปก่อน

ซึ่งในแชมพูประเภทนี้มักจะมีสารประกอบที่นิยมใช้กันอยู่ 3 ชนิด คือ ซิงก์ ไพริไธออน (Zinc pyrithione) หรือ (ZPT), ไพรอก โทน โอลามีน (Piroctone olamine) และคลิมบาโซล (Climbazole) ซึ่งจัดเป็นสารควบคุมที่ต้องมีฉลาก “เครื่องสำอางควบคุม” กำกับอยู่ด้วย และก็ต้องระบุชื่อเครื่องสำอาง ประเภท หรือชนิด ส่วนประกอบสำคัญ ชื่อและที่ตั้งผู้ผลิต/ผู้นำเข้า วันเดือนปีที่ผลิต ครั้งที่ผลิต คำเตือน ปริมาณสุทธิไว้ให้ครบถ้วนบนฉลากเช่นกัน

แต่ถ้าหากว่าใช้เครื่องสำอางขจัดรังแคแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น อาจจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดรังแคที่จัดเป็นประเภทยาแทน เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของโคทาร์ (Coal tar) ซีลีเนียม ซัลไฟด์ (Selinium Sulfide) คีโทโคนาโซล (Ketoconazole) ซึ่งอาจต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ เนื่องจากสารเหล่านี้ ต้องผ่านการประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยเสียก่อน

นอกจากนี้ เพื่อให้การใช้แชมพูขจัดรังแคมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องเลือกใช้แชมพูให้ตรงกับสภาพผมด้วย เช่น

1. ผมมัน ควรสระผมด้วยแชมพูสำหรับผมมันโดยเฉพาะ แล้วสระซ้ำด้วยแชมพูป้องกันรังแคที่มีส่วนผสมของกำมะถัน เช่น ซีบูเลกซ์ (Sebulex) ซีบูโทน (Sebutone) หรือเซลซัน (Selson) เพื่อลอกเซลล์ที่ตายแล้วและลดการผลิตน้ำมันจากต่อมไขมัน จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำมะนาว (ผสมน้ำมะนาว 1 ลูกในน้ำอุ่น 1 ถ้วย) ราดลงบนศีรษะ ขยี้ให้ทั่ว แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

2. ผมแห้ง ให้นวดผมและหนังศีรษะด้วยโลชั่นที่ใช้ทาผิว ? ถ้วย เอาผ้าขนหนูชุบน้ำร้อน บิดให้หมาดแล้วโพกศีรษะทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที ขั้นต่อไปให้สระด้วยแชมพูป้องกันรังแคสูตรอ่อนโยน แล้วล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น

3. ผมธรรมดา ให้สระด้วยแชมพูสำหรับผมธรรมดา แล้วใช้น้ำแอสไพริน (ผสมยาแอสไพริน 6 เม็ด ในน้ำอุ่น 1 ถ้วย) ชโลมผมให้ทั่วปล่อยทิ้งไว้ 15 นาที เพื่อให้ตัวยาซึมเข้าไปในเส้นผมและหนังศีรษะ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เมื่อรังแคหายดีแล้ว ให้กลับไปใช้วิธีดูแลความสะอาดเส้นผมตามปกติ

4. ผมทำสีหรือผมดัด ให้สระด้วยแชมพูที่มีส่วนผสมของโปรตีน หรือแชมพูที่มีปริมาณกรดสมดุล จากนั้นจึงสระด้วยแชมพูป้องกันรังแคสูตรอ่อนโยนผสมซิงก์ไพริไธออน (Zinc pyrithione) หลังล้างเส้นผมจนสะอาดแล้ว ให้ใช้ครีมนวดผสมโปรตีนที่มีค่าพีเอชต่ำ

ที่สำคัญมีข้อควรระวังสำหรับการใช้แชมพูขจัดรังแคก็คือ อย่าให้เข้าตา, ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี, ควรใช้แชมพูขจัดรังแคสระผมเพียงสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ไม่ควรใช้บ่อยเกินไป เนื่องจากส่วนผสมของตัวยาอาจทำให้ผมแห้งเป็นสีเหลืองน้ำตาลได้, เวลาสระผมต้องทิ้งไว้อย่างน้อย 10 นาทีแล้วค่อยล้างออก เพื่อให้แชมพูออกฤทธิ์เต็มที่ ยิ่งเป็นรังแคมากก็ยิ่งต้องทิ้งไว้นาน ยีให้เป็นฟองทั่วศีรษะ แล้วใช้หมวกอาบน้ำคุลมไว้สัก 1 ชั่วโมงค่อยล้างออก, ถ้าใช้แชมพูขจัดรังแคไปสักพัก แล้วเริ่มกลับมามีรังแคอีก แสดงว่าหนังศีรษะ อาจเกิดอาการดื้อยา ลองเปลี่ยนไปใช้แชมพูที่ผสมสารขจัดรังแคชนิดอื่น ใช้ไปสัก 2-3 เดือนแล้วค่อยกลับมาใช้ยี่ห้อเดิม ถ้ามีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์และหากใช้ต่อเนื่องกันระยะหนึ่งแล้ว อาการไม่ดีขึ้น หรือแย่ลงกว่าเดิมควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์ทันที

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณที่มาข้อมูล : women.thaiza.com

Siamdara
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

tag

อ่านเรื่องอื่นๆ