Home  |   Dara Variety
 "แม่เล็ก" เผย "พุ่มพวง" อัดเทปลับก่อนตาย
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน


แม่เล็กพาชมเสื้อผ้า

ภายในบ้านของแม่เล็ก

เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการพูดคุยกับ ''แม่เล็ก'' มารดาของราชินีลูกทุ่ง ''พุ่มพวง ดวงจันทร์'' ในการรำลึกถึงเธอที่จากแฟนเพลงไป 16 ปีแล้ว ผู้เขียนได้ถาม ''แม่เล็ก'' ว่า หลังจากที่ ''ราชินีลูกทุ่ง'' เสียชีวิตแล้ว มีรายงานข่าวออกมา ความจริงแล้วความรักระหว่าง ''พุ่มพวง'' กับ ''ไกรสร'' ไม่ได้ราบรื่นเหมือนกับภาพที่แสดงออกมา เรื่องนี้ ''แม่เล็ก'' มีความคิดเห็นอย่างไร ซึ่ง ''แม่เล็ก'' ก็ยินดีตอบเท่าที่ตอบได้

''เรื่องนี้มันยังไงล่ะ ถ้าจะให้แม่พูดมันก็พูดยากนะเรื่องนี้ ตอนที่ผึ้งป่วยแม่ไม่รู้นะว่าผึ้งป่วย เพราะว่าแม่อยู่ที่บ้านกำแพงเพชรนี่ไง เพราะว่าช่วงหลังๆ แม่ออกมาอยู่ข้างนอก ตั้งแต่พ่อคนที่ตาย (บิดาของธีรพล) เขาขอวงไป ที่จริงมันไม่ใช่วงเขามันเป็นวงของแม่นะ แต่ว่าผึ้งก็บอกว่าให้เขาไปเถอะ เพราะคนของเขาตาย คนเราไม่ตายเดี๋ยวเราก็หาเอาใหม่ได้ ก็ยกให้เขาไป ตอนนั้นวงเราทำไปเป็นล้านนะ แล้วเขาก็ขาย แต่ตอนหลังเขาไปขายให้ใครแม่ก็ไม่รู้เรื่องหรอก เรื่องรักไกรสรกับพุ่มพวงแม่พูดลำบาก เขาก็รักกันนะพูดยาก เพราะตอนหลังแม่ก็ออกมาอยู่ที่นี่ (บ้าน จ. กำแพงเพชร) แม่ฝากเขาไว้แต่รถบัสเมื่อสมัยที่แม่ออกให้ตอนทำวง เดือนหนึ่งก็เข้าไปดูเขาทีหนึ่ง แต่แม่ก็ไม่รู้นะว่าคนใช้เขาจะพูดจริงหรือพูดเล่น แม่ได้ยินเขาพูดว่า ได้ยินผู้จัดการส่วนตัวของผึ้ง (ไกรสร) บ่นว่า แม่คนนี้มาทุกเดือนทุกเดือน แม่ก็เลยขายไปเลยไง แล้วแม่ก็ไม่ไปอีกเลยไง พอเราได้ยินแบบนั้นก็ไม่อยากให้ลูกกระทบกระเทือน ทีนี้แม่ก็ไม่ค่อยเจอผึ้งแล้วไง เขาจะเจ็บจะป่วยยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน ทีนี้มาตอนหลังเขาก็กลับกันมาจากเชียงใหม่ล่ะมั้ง แล้วก็แวะกันมาหาแม่ที่บ้านเนี่ย แต่ไม่เจอแม่นะ แม่ไปธุระเขาก็กลับไป แล้วก็ไปเข้าโรงพยาบาล ไม่ถึงสองวันมั้ง เขาก็โทร.มาหาแม่ ได้เบอร์โทร.มาจากพี่ชายผึ้ง แต่ไกรสรไม่ได้โทร.เองหรอกนะ เพราะว่าช่วงหลังเขาก็กลัวแม่ ก็ให้โอ่ง (สลักจิต ดวงจันทร์ น้องสาวพุ่มพวง) โทร.ให้ เราก็เอ...จะให้เราขึ้นไปทำอะไร พอขึ้นไปกรุงเทพฯ โอ่งมันก็พาแม่ไป หาผึ้งที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ไปเห็นลูกโอ้โห...แม่จำไม่ได้เลย พอผึ้งเห็นหน้าแม่เขาก็ร้องไห้เลย เพราะเขาอยู่คนเดียว แม่ก็ถามผึ้งว่าอ้าวเขาไปไหนกันหมดเนี่ย ผึ้งก็บอกว่าไกรสรพาลูก (น้องเพชร) ไปห้าง พอซักพักหนึ่งไกรสรเขาก็มา พอดีวันนั้นวันเกิดเขาหรือวันอะไรก็ไม่รู้ เขาก็นั่งเครื่องบินกลับบ้านที่เชียงใหม่เลยพาลูกไปด้วย ตอนนั้นพออยู่คนเดียวผึ้งเองก็ฟุ้งซ่านแล้ว บอกแม่ว่าหนูไม่อยู่แล้วโรงพยาบาลน่ะ แม่ก็ถามเขาว่าถ้าไม่อยู่แล้วหนูจะไปไหน เขาก็บอกว่าหนูไปด้วย หนูจะไปอยู่กับแม่ แล้วก็ออกจากโรงพยาบาลไปอยู่บ้านของไอ้โอ่งกันแถวพุทธมณฑล'' 

 เมื่อผู้เขียนถาม ''แม่เล็ก'' ว่า พอจะทราบสาเหตุไหมว่าทำไม ''ไกรสร'' ถึงได้พา ''น้องเพชร'' บินไปเชียงใหม่ หลังจากอึ้งไปพักหนึ่ง ''แม่เล็ก'' หลุดปากออกมาว่า ''เคยฟังเทปลับของผึ้งเขาไหม'' พร้อมกับบอกว่าถ้าใครได้ฟังสิ่งที่ลูกสาวตนบันทึกเสียงตัวเองเอาไว้ในเทปจะรู้เรื่องต่างๆ แบบละเอียดยิบ  

 ''เทปนั้นมันเป็นเทปธรรมะ เป็นเทปสวดภาณยักษ์ของแม่ที่เขาซื้อมาให้แม่ฟัง พอเขาเปิดให้แม่ฟังแล้ว เขาก็ถามแม่ว่าแม่ฟังจบแล้วใช่ไหม แม่บอกจบแล้ว เขาเก็บเอาไป แม่ก็บอกว่าเออเก็บเอาไปเถอะ ผึ้งเขาจะพูดเรื่องอะไรต่ออะไรไว้ในนั้น ไม่มีใครคิดหรอกว่าเขาจะอัดไว้ในเทปนั้น ข้อเท็จจริงอะไรของเขามันอยู่ในนั้นทั้งหมดเลย แม่ฟังแล้วมันเยอะมาก หลายเรื่องหลายอย่างแม่ก็คงจะเล่าไม่ได้หรอกว่าเขาพูดอะไรบ้าง เพราะว่าผึ้งเองเขาก็รักของเขา เขาก็มีปัญหากันตลอดแหละ เรื่องราวอะไรที่เป็นข่าวนั่นน่ะ ที่บอกว่าเราเอาเครื่องเพชรอะไรของผึ้งไม่จริงเลย ไม่จริงหรอก ในเทปลับเขาก็จะบอกไว้ชัดเจนเลยว่า เครื่องเพชรนั้นน่ะอยู่ที่เชียงใหม่ เขาก็นั่งเครื่องบินไปเบิกออกมาจากธนาคารกันสองคน เพราะว่าเซฟที่เก็บเพชรไม่ใช่ว่าคนคนเดียวจะเปิดได้ นั่นแหละในเทปนั้นจะละเอียดเยอะ ตรงนี้แม่ก็ไม่อยากพูดอะไรมากเกินไป เพราะว่าเรายังมีหลาน (น้องเพชร) ยิ่งตอนหลังหลานก็มาเป็นข่าวว่าทะเลาะกับพ่อมัน แม่ก็โทร.ไปหาไกรสรนะ บอกว่าเลิกพูดเลิกให้ข่าวเสียทีได้ไหม มึงก็เป็นพ่อ แล้วก็พูดแบบคนบ้านนอกเลยนะบอกว่า ถ้าลูกมึงยอมมาอยู่กับกู กูจะให้มึง มึงจะทำยังไงกูก็ไม่ว่า แต่มึงต้องอบรมลูกมึงให้ดี ลูกก็อยู่กับมึงมาตั้งแต่เล็กๆ เมื่อเหตุการณ์มันเป็นแบบนี้มึงจะทำยังไงห้ามให้ข่าวหยุดให้ข่าวนะ แล้วแม่ก็โทร.ไปหาหลาน (น้องเพชร) อีกนะ บอกหลานว่าให้คิดว่าเขาเป็นพ่อของเรา เราไปสู้ความกับพ่อยังไงก็ไม่ชนะหรอก เลิกซะเถอะลูก ไม่รู้ว่าหลานเนี่ยเขาก็อาจจะน้อยใจหรือเปล่านะ ก็จริงนี่สำหรับแม่มองว่าคนเป็นลูกจะไปทะเลาะกับคนเป็นพ่อไม่ได้หรอก ข่าวเองก็ให้หยุดๆ กันซะอย่าให้เรื่องอะไรมันบานปลายเลย'' 

 ''แม่เล็ก'' เล่าย้อนกลับไปก่อนที่ ''ราชินีลูกทุ่ง'' จะเสียชีวิต หลังจากออกจากโรงพยาบาลไปอยู่บ้าน ''โอ่ง'' สลักจิต ดวงจันทร์ แล้ว  ''พุ่มพวง'' ก็ไม่ยอมห่าง ''แม่เล็ก'' อีกเลย 

 ''ตอนนั้นเขาไม่ยอมห่างแม่เลยนะ ยังไงก็ต้องอยู่กับแม่ ก่อนตายน่ะเขาคิดถึงลูก (น้องเพชร) มาก ก็เลยขึ้นเหนืออีก จะขึ้นไปเชียงใหม่เพราะอยากเห็นลูกเขา เหมือนเขารู้ว่าตัวเขาไม่ไหวแล้ว ไปไหว้พระพุทธชินราชที่จังหวัดพิษณุโลก แล้วก็ตั้งใจที่จะไปเชียงใหม่ ทีนี้พอเขาหมดสติไปตอนที่ไหว้พระ เห็นท่าไม่ดีก็พาเข้าโรงพยาบาลที่พิษณุโลก ตอนนั้นขอห้องพิเศษที่โรงพยาบาลเขาก็ไม่ให้ เขาบอกว่าเราไม่ได้จอง ก็เลยอยู่ห้องธรรมดา แล้วก็ตายไปไม่ถึงเชียงใหม่ ไม่ได้เห็นหน้าลูก''

 เมื่อผู้เขียนถามว่าตอนนั้นมีรายงานข่าวออกมาหนาหูว่าสาเหตุที่ ''พุ่มพวง'' ป่วย นั้นแท้จริงแล้วโดนทำของไสยศาสตร์ใส่จากผู้ที่ประสงค์ร้าย ''แม่เล็ก'' นิ่งไปพักหนึ่งอีกครั้ง ก่อนกล่าวว่า 

 ''ตอนนั้นแม่ก็ไม่รู้ว่าจะว่ายังไง เพราะเรื่องมันเยอะไปหมด แล้วอาจะถึงคราวเขาแล้วก็ได้ แต่เรารู้นะว่ามันต้องใช่ เพราะเวลาอยู่กับเขาตอนกลางคืนแล้วเขาจะกลัวผิดปกติ บอกแม่อย่าหลับนะ แม่อย่าหลับนะ ทั้งคืน ที่จริงๆ เลยนะที่เห็นของน่ะเผาแล้วถึงเห็นนะ มีตะปูแทงอยู่ที่กระดูกนะ ตอนนั้นสารวัตรแรมโบ้เขาก็เห็นด้วยนะ เพราะตอนที่เก็บกระดูก กอบขึ้นมาเนี่ยแล้วจะแบ่งกันน่ะมันมีอะไรตำมือ ทีนี้พอดูก็เห็นตะปู ทีนี้แม่ก็ถามพระตอนนั้นว่าหลวงพ่อตรงนี้มันกระดูกตรงไหน เพราะกระดูกชิ้นนั้นมันใหญ่ข้างเล็กข้าง ตะปูมันแทงอยู่ตรงใหญ่ทะลุเลย ที่ข่าวออกมาว่ามีตะปู 3 นิ้วแทงอยู่ไม่จริงนะ ตะปูตัวนั้นหัวมันเล็กนิดเดียว ไม่ใหญ่เท่าไหร่แทงคาอยู่ เราก็ไม่แน่ใจ แต่ตอนที่ผึ้งยังไม่ตายเขากันแม่ไม่ให้พาผึ้งไปไหนกันหมดนั่นแหละ จะพาไปวัดไปอะไรอย่างเนี่ยเขาก็จะไม่ให้ไป พอเผาเสร็จแล้วกระดูกของผึ้งก็แบ่งกัน ทางโน้นเขาก็แบ่งไปด้วย พอเห็นกระดูกที่มีตะปูอยู่บางคนเขาก็วิ่งหนีไปเลย วิ่งหนีกันหมด สารวัตรแรมโบ้เนี่ยเขาก็เห็นด้วย เพราะเขาอยู่ด้วยวันนั้น ตอนนั้นไกรสรเขาสึกแล้ว (ไกรสร และน้องเพชรบวชอุทิศส่วนกุศลให้กับพุ่มพวง) วันเก็บกระดูกเขาไม่มา มาแต่แม่กับพ่อของเขา แม่เองก็เก็บใส่โถเบญจรงค์ที่ทำไปแล้วก็เอามาเก็บไว้ที่บ้านกำแพงเพชรเลย'' 

 นอกจากนี้ ''แม่เล็ก'' ได้เล่าเสริมด้วยว่า สาเหตุที่มีการพระราชทานเพลิงศพของ ''พุ่มพวง'' ที่ ''วัดทับกระดาน'' ทั้งที่เมื่อลูกสาวของตนเสียชีวิตแล้วศพได้ไปตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดมกุฏกษัตริยาราม เพราะว่าตนต้องการตอบแทนบุญคุณสถานที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตนักร้องของ ''พุ่มพวง'' โด่งดังจนได้รับการยกย่องให้เป็น ''ราชินีลูกทุ่งตลอดกาล'' 

 ''แม่เคยให้สัจจะไว้กับวัดทับกระดานว่าคนเราเกิดเป็นคนจะไม่ลืมบุญคุณคน ที่นี่เป็นที่ที่แม่พาผึ้งมาฝากเป็นลูกบุญธรรมกับพ่อไวพจน์ (ไวพจน์ เพชรสุพรรณ) ทีนี้พอนักข่าวที่มาสัมภาษณ์แม่ในงานศพเขาถามว่าแม่อยากได้อะไร แม่ก็บอกว่าขอเอาผึ้งไปใช้หนี้เขาได้ไหม เขาก็บอกว่าได้เลย แม่ก็เลยบอกว่าถ้างั้นขอเอาพุ่มพวงไปเผาที่วัดทับกระดาน นี่แหละคือที่มาที่ได้มีงานพระราชทานเพลิงที่นี่วัดทับกระดาน ตอนที่เคลื่อนศพจากกรุงเทพฯ มาสุพรรณฯน่ะ แฟนเพลงแน่นตลอดทั้งทาง แฟนเพลงบางคนก็เอาก้อนดินเขวี้ยงหัวไกรสร คนในขบวนบางคนก็โดน บางคนก็ตะโกนบอกให้ถอดผ้าเหลือง ที่แม่เอามาที่วัดทับกระดาน เพราะมันคือสัจจะนะ แม่ว่าเงินทองมันหาได้นะ แต่สัจจะมันหาไม่ได้ ผึ้งเองเติบโตตรงนั้น แต่ก่อนเป็น น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ มาเริ่มต้นที่วัดทับกระดานจนเปลี่ยนชื่อมาเป็นพุ่มพวง ดวงจันทร์ แล้วเขาดัง เราก็ต้องมาใช้หนี้เขา'' 

 ผู้เขียนได้ถาม ''แม่เล็ก'' ว่า หลังจากเสียชีวิตมีรายงานข่าวว่า ''พุ่มพวง'' เฮี้ยนออกมา โดยส่วนตัวเชื่อหรือไม่ และเคยประสบเหตุกการณ์ลี้ลับกับตัวเองบ้างหรือไม่ ''แม่เล็ก'' บอกว่าเรื่องนี้พูดยาก ก่อนจะกล่าวว่า ''สำหรับคนเป็นแม่เป็นลูกกันสามารถสัมผัสได้ แม่ได้ยินเสียงเขาหัวเราะ ร้องไห้ เห็นเป็นสายๆ ที่บ้านกำแพงเพชรนี่แหละ บางทีเวลาแม่กำลังจะเข้าใจอะไรผิดจะได้ยินเป็นเสียงเขาร้องเพลง ประมาณว่า เสียดายใครคนอยู่ใกล้ทำไมไม่มอง ไปจับไปจองคนบ้านไกล ให้ได้ยิน ที่จริงตอนเขาอยู่ที่โรงพยาบาลก่อนตายน่ะนะ เขาบอกแม่ว่าแม่หนูจะขออะไรแม่อย่างหนึ่ง แม่ให้หนูได้ไหม แม่ก็บอกว่าได้ ทำไมจะไม่ได้ ผึ้งเขาบอกว่า หนูขอให้หนูตายก่อน เพราะถ้าหนูตายก่อนศพหนูดัง แต่ถ้าแม่ตายก่อนศพหนูก็ไม่ดังหรอก สงสัยเขานึกถึงว่าเราจะเอาศพเขามาที่วัดทับกระดาน'' 

 ทั้งนี้ช่วงนั้นมีรายงานข่าวเกี่ยวกับความเฮี้ยนของ ''ราชินีลูกทุ่ง'' ว่า ''โอ่ง-สลักจิต'' ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อ ''พุ่มพวง'' พี่สาวของตนเสียชีวิตไปครบ 3 วันแล้ว คืนวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2535 เวลา 02.00 น.ขณะที่นอนอยู่ได้ยินเสียงคนร้องไห้ เมื่อผงกหัวขึ้นดูถึงกับสะดุ้งใจหายวาบ เมื่อรู้ว่าที่มาของเสียงคือ ''พุ่มพวง ดวงจันทร์'' พี่สาวผู้ล่วงลับของตนนั่นเอง และ ''โอ่ง-สลักจิต'' ก็พยายามข่มความกลัว เพราะรู้ว่านั่นคือพี่สาวของตน คิดว่าพี่สาวของตนน่าจะต้องการมาบอกอะไรบางอย่าง แต่ร่างของ ''พุ่มพวง'' ยังคงยืนร้องไห้หน้าห้องน้ำ ไม่พูดอะไรซักคำ ส่วนชุดที่ใส่คือชุดที่ใส่ในวันเสียชีวิต คือ ผ้าซิ่นสีเขียวลายเหลือง กับเสื้อแขนยาวสีม่วง ภาพที่ปรากฏให้เห็นเพียงแค่อึดใจเดียวแล้วก็หายไป

 นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวในตอนนั้นอีกว่า ที่บ้านสวนนนทรี เลขที่ 199/529  อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นรังรักของราชินีลูกทุ่งกับ ไกรสร แสงอนันต์ คืนวันที่ราชินีลูกทุ่งตายนั้น ไกรสร และพวกคนใช้ที่อยู่ในบ้านได้กลิ่นเหม็นฟุ้งตลบไปทั้งบ้านโดยไม่ทราบสาเหตุของที่มาของกลิ่น จึงรีบเปิดประตูหน้าต่างเพื่อระบายกลิ่นให้หมดไป สักพักกลิ่นนั้นหายไป และไกรสรได้รับโทรศัพท์จาก จ.พิษณุโลกว่า ''พุ่มพวง ดวงจันทร์'' เสียชีวิตแล้ว ทันใดนั้น ''ไอ้แจ้'' สุนัขตัวโปรดของ ''พุ่มพวง'' ได้หอนเสียงโหยหวน และสุนัขข้างบ้านหอนต่อรับทอดกันเป็นระยะๆ ราวกับนัดกันไว้ สร้างความหวดกลัวให้กับผู้ที่ได้ยินเป็นอย่างมาก    

    ส่วนในเรื่องสมบัติของ ''พุ่มพวง ดวงจันทร์'' มีอะไรบ้าง เมื่อเสียชีวิตแล้วคนที่อยู่ข้างหลังแบ่งกันอย่างไร ''แม่เล็ก'' กล่าวอย่างฉะฉานว่า ตนไม่รู้เลยว่าลูกมีสมบัติอะไรบ้าง เพราะเมื่อลูกสาวแต่งงานมีครอบครัวแล้วตนไม่เคยคิดที่จะสอบถามเรื่องนี้กับลูกสาว เพราะคิดว่าตนคือคนนอกแล้ว

 ''แม่ไม่เคยถามลูกเลยนะว่ามีอะไรบ้าง แต่แม่ก็ได้รับการแบ่งเงินฝากของผึ้งมาล้านหนึ่ง เพราะเขา (ไกรสร) ให้แม่มาล้านหนึ่ง แล้วเขาก็เขียนเช็คมาให้แม่ใบหนึ่งห้าแสน เช็คใบนั้นยังเด้งมาอีกปีกว่า แม่ก็ได้มาเท่านี้ พี่น้องคนอื่นๆ ไม่มีใครได้อะไร ตอนที่มีเรื่องกระทบกระทั่งกันจริงๆ ความจริงเพราะแม่อยากได้เสื้อผ้า และข้าวของเครื่องใช้ของผึ้งมาเก็บเอาไว้เพื่อรำลึกถึงลูก''

 หลังจาก ''พุ่มพวง'' ลาโลกนี้ไปสร้างความโศกเศร้าให้ญาติพี่น้อง และแฟนเพลงที่อยู่เบื้องหลัง ในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2535 พอวันที่ 13 มิถุนายน ของแต่ละปีเวียนมาถึงจะมีคนย้อนกลับไปพูดถึง ''พุ่มพวง'' และมีการนำเอาประวัติมาเผยแพร่อีกครั้ง เพื่อให้แฟนๆ ได้รำลึกถึง ''ราชินีเพลงลูกทุ่งตลอดกาล'' ผู้เขียนได้ถาม ''แม่เล็ก'' ว่า นอกจากเรื่องที่ ''โอ่ง'' สลักจิต ดวงจันทร์ ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นน้องสาวที่แย่งสามีของพี่สาวตัวเอง ยังมีเรื่องอะไรอีกไหมที่ ''แม่เล็ก'' คิดว่าสังคมยังรับรู้แบบไม่ถูกต้อง ''แม่เล็ก'' บอกว่ามีเพียงเรื่อง ''โอ่ง-สลักจิต'' เท่านั้นที่คนเข้าใจกันแบบผิดๆ

 ''นี่แหละก็มีเรื่องนี้แหละ ทั้งๆ ที่จริงแล้ว...มันไม่จริง (เน้นเสียง) โอ่งมันโดนโยงด้วยซ้ำไป ที่เข้าใจผิดกันจริงๆ ก็มีเรื่องที่เขาหากันว่าไอ้โอ่งไปแย่งผัวพี่มันนี่แหละ เรื่องอื่นก็ไม่มีอะไร ทุกคนในบ้านเรารู้หมดแหละ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แม่สงสารไอ้โอ่งมันมากนะ แม่อยากจะบอกเรื่องนี้นานแล้ว แต่พอปรึกษาไอ้โอ่งทีไรมันก็บอกว่า แม่อย่าไปพูดเลย พูดไปก็ไม่มีใครเขาเชื่อเราหรอก แม่เป็นแม่หนู หนูขอแม่ แม่เป็นแม่หนูเขาต้องคิดกันว่าแม่ต้องช่วยหนูอยู่แล้ว ทั้งๆ ที่มันคือเรื่องจริง โอ่งก็บอกว่าขอให้แม่เข้าใจหนูก็พอใจแล้ว ทุกวันนี้โอ่งเขาส่งเงินเดือนให้แม่นะ โอ่ง, จิ๋ม (ดวงใจ ดวงจันทร์), ไก่ (จันทร์จวง ดวงจันทร์) นี่แหละที่ส่งเงินเดือนแม่เดือนละหมื่น บ้านนี่ที่ปลูกใหม่เขาก็ปลูกกัน มีเงินเก่าของผึ้งด้วย  รถกระบะโตโยต้าวีโก้ ที่แม่มีใช้อยู่นี่ก็โอ่งกับไก่นี่แหละออกให้แสนกว่า เรื่องนี้แม่ไม่เคยพูดที่ไหนเลยนะ คิดดูสิว่าแม่เก็บมานานแค่ไหน ตอนนี้โอ่งมันก็น่าจะอายุ 35-36 แล้ว ไอ้โอ่งเนี่ยนะมีรอยร้าวรอยคาวก็ตรงเรื่องนี้เรื่องเดียว ทั้งๆ ที่มันเป็นคนดี เป็นลูกกตัญญู คล้ายคลึงกันกับผึ้งเลย เรื่องนี้ไม่ค่อยได้เล่าให้ใครเขาฟังหรอก'' 

 เมื่อถูกถามว่านอกจากนำประวัติของ ''ราชินีลูกทุ่งตลอดกาล'' มากล่าวเพื่อรำลึกถึง ''พุ่มพวง'' ในวันที่ 13 มิถุนายนของทุกปีแล้ว ยังมีหลายหน่วยงานจัดงานรำลึก ''พุ่มพวง'' กันอย่างคึกคักในหลายพื้นที่ ตรงจุดนี้เคยมีใครนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงาน ขายของที่ระลึก และผลงานเพลงของ ''พุ่มพวง'' ในอดีตมามอบให้บ้างหรือไม่ ''แม่เล็ก'' กล่าวว่า 

 ''ช่วงแรกๆ ไม่มี ช่วงหลังก็มีคนเขาเอามาให้ โดยเฉพาะที่วัดทับกระดานเขาก็เอามาให้ทุกปี ค่ายเพลงเขาก็ช่วยมา ส่วนที่อื่นที่เขาจัด...เฮ้อ (ถอนหายใจ) แม่ก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไร แม่ก็เป็นคนบ้านนอก ไม่เคยคิดเรียกร้องอะไรด้วย'' 

 พอถูกถามว่ารู้สึกอย่างไรพอครบรอบวันตายของลูกสาวนอกจาก ''วัดทับกระดาน'' ที่เห็นดีเห็นงามให้จัดงาน แล้วยังมีอีกหลายแห่งที่เอาชื่อไปจัดงานหารายได้ อ้างว่าช่วยเหลือครอบครัวพุ่มพวง หรือไม่ก็อ้างว่าทำบุญให้กับ ''พุ่มพวง'' เกี่ยวกับเรื่องนี้ ''แม่เล็ก'' บอกว่ามีหลายความรู้สึก

 ''มีหลายความรู้สึก ก็มีน้อยใจด้วยแหละ น้อยใจคือคนที่จัดงานเขาไม่รู้จักเรา ลองคิดดูสิต้นไม้ออกลูกมามันต้องมีต้นใช่ไหม คนก็ต้องมีพ่อแม่ แต่แม่ก็ไม่อยากจะอะไรมาก เดี๋ยวจะหาว่าเราไปเรียกร้องลูกตายไปตั้งกี่ปีแล้ว ตั้งแต่ผึ้งเสียแม่ก็หมกตัวตลอดนะ ขนาดหนู (ผู้เขียน) จะมาสัมภาษณ์เนี่ย แม่ยังโทร.ไปหาไอ้โอ่งถามว่า โอ่งนักข่าวหาแม่เจอได้ไงลูก โอ่งก็บอกว่าหนูบอกเขาเองแม่ เพราะแม่ไม่อยากให้ข่าวอะไรเลย แต่ก็คิดไปคิดมาอีกความรู้สึกก็ดี ที่ลูกเราได้ช่วยทำให้ชีวิตของคนที่เขาเอาชื่อลูกเราไปหากินดีขึ้น ถือว่าลูกเราสร้างบุญ'' 

    ก่อนจบการสนทนาผู้เขียนได้ถามว่า ความรู้สึกของคนเป็นแม่ที่ต้องสูญเสียลูกไปอย่างกะทันหันเมื่อ 16 ปี ก่อนปวดร้าวแค่ไหน ''แม่เล็ก'' บอกว่าความรู้สึกนั้นเหนือคำบรรยาย

 ''ความรู้สึกนั้นเหรอมันบรรยายออกมาลำบาก แม่ที่ต้องสูญเสียลูกไปนี่หัวใจมันจะสลายไปเลยนะ ดูภาพแม่ตอนงานศพสิผอมไปเลย ไม่เหมือนตอนนี้นะ ทำใจไม่ได้แต่มันก็ต้องบังคับตัวเองให้ทำใจให้ได้ เพราะไม่มีใครหรอกที่จะอยู่ค้ำฟ้า คนเราเกิดมาก็ต้องตาย แต่ผึ้งเขายังดี ตอนเขาตายมีคนอาลัยเขาเยอะแยะ เราก็ภูมิใจนะ คนต่างประเทศก็มี บางคนก็มาเอารูปของพุ่มพวงไปกราบไหว้ เวลาจะทำอะไรก็อธิษฐานขอให้ประสบความสำเร็จ ยิ่งผึ้งจากแม่ไปนานแม่ยิ่งคิดถึง ไม่เหมือนตอนที่เขาอยู่แล้วไปเมืองนอกนะ เดือนสองเดือนหรือนานกว่านั้นยังไงซะเขาก็กลับมา นี่กี่ปีกี่ปีก็ไม่สามารถกลับมาได้ เราก็ได้แต่ดูรูปแล้วก็ร้องไห้ทำได้แค่นั้นแหละ แม่ร้องไห้บ่อยมาก โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ได้ยินวิทยุเปิดเพลงของเขา หรือมีงานแล้วได้ยินคนอื่นเอาเพลงเขาไปร้อง ธรรมดาของคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ยิ่งนานก็ยิ่งคิดถึง ถ้าย้อนเวลากลับไปได้แม่อยากแลกชีวิตกับเขาเลยนะ แม่คิดว่าถ้าผึ้งเขาได้อยู่วันนี้ เขายังมีประโยชน์มากกว่าแม่ ยังร้องเพลงทำให้คนอื่นสบายใจ เรามันไม่มีอะไร'' 

   ทั้งหมดนี้คือความรู้สึก และความในใจของคนเป็นแม่อย่าง ''แม่เล็ก จิตรหาญ'' มารดาของราชินีลูกทุ่งตลอดกาล ''พุ่มพวง ดวงจันทร์'' ที่แม้วันนี้เรือนร่างของนักร้องผู้ครองใจแฟนเพลงลูกทุ่งทั้งประเทศได้กลายไปเป็นเถ้าธุลี แต่มิตรรักแฟนเพลงทั้งหลายยังมีความรู้สึกเสมอว่า 

 ''เธอยังอยู่''

ฟ้าสะท้าน  



สยามดารา SMS update ข่าววงการบันเทิงก่อนใคร
AIS : กด *48903086111
DTAC : กด *19891916111
True Move : พิมพ์ DARA ส่งมาที่ 4890308

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
ข่าวอื่นๆในหมวด :
ย้ำนักล่าฝันห้ามพูดหยาบ "มิกกี้''จิตตกเสียงไม่ดีพอ
คอบอลห้ามกะพริบตา!! โปรตุเกส VS เยอรมัน ใครกันสมควรเข้ารอบ
เปิดศึก ''วันบัวตูม'' ดึ๋งดั๋งๆยูโรสยิวเตะบอลแถมนม
(ตอน) จุดเปลี่ยน...จุดจบ "ราชินีลูกทุ่ง"
นักล่าฝันไม่ประมาท...อ้อน ''ครูวอยซ์'' ตีเพลงโจทย์รายตัว


Siamsport : สยามสปอร์ต | สยามสปอร์ตบุ๊คส์ | สิงห์ ซูเปอร์ เมเนเจอร์ | ร้านสตาร์ซอคเก้อร์
Inspire Entertainment : Inspire | FHM Magazine | CAR Magazine | Stuff Magazine | Cawaii | Arena Magazine | Casaviva Magazine | Music Express | Travelerthai.com
Siam Inter Multimedia : Siam Inter Mutimedia | Sport Radio on Net | Book Friend Online |
Copyright© www.siamdara.com : All rights reserved.