ล้ง 1919 จัดนิทรรศการข้าวไทย บนพื้นที่ประวัติศาสตร์ สุดฮิปริมแม่น้ำเจ้าพระยา

เป็นผืนดินท้องมังกรที่มีคุณค่าทางจิตใจมาอย่างยาวนาน "ล้ง1919" ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีนริมแม่น้ำเจ้าพระยาฉลองการเข้าสู่ 100 ปี ล้ง1919 นับตั้งแต่ปีคริสตศักราช 1919ซึ่งนอกเหนือจากการเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งการค้าไทย-จีน ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์การค้าข้าวในอดีต จึงได้จัดงาน “นาล้ง” นิทรรศการข้าวไทย นากลางกรุงริมแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักรู้ความสำคัญของข้าวที่เป็นพืชเกษตรกรรมดั้งเดิมของคนไทย รวมถึงคุณค่าของข้าวไทย โดยเนรมิตผืนนาบนพื้นที่ล้ง 1919 เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มาเรียนรู้ รวมทั้งได้มีโอกาสลงดำนาด้วยตนเอง พร้อมกิจกรรมอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 ถึง 19 สิงหาคม 2561 ณ โครงการล้ง1919โดยจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ 8 สิงหาคม 2561

     รุจิราภรณ์ หวั่งหลี ผู้บริหารโครงการล้ง1919 กล่าวว่า  ในปีนี้ ล้ง1919 กำลังจะเข้าสู่การฉลอง 100 ปี จึงเกิด นาล้ง แห่งนี้ขึ้น จากความตั้งใจที่เราอยากรื้อฟื้นความทรงจำในอดีตตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษของตระกูลหวั่งหลี ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายข้าว และเพื่อให้ประชาชนทั่วไป ได้เห็นกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำที่เราได้ทานข้าวกัน จึงนำนาข้าวที่เชื่อว่าจะหาชมกันได้ยาก มาจัดแสดงเป็นนิทรรศการข้าวไทยให้ชม โดยจะมีกิจกรรม อาทิ การจำลองนาข้าวเขียวชอุ่มท่ามกลางอาคารประวัติศาสตร์ การจัดแสดงข้าวสายพันธุ์ต่างๆ จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย การจัดนิทรรศการนำเสนอภูมิปัญญาและนวัตกรรมเกี่ยวกับข้าวในรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟ เหมาะกับการเรียนรู้สำหรับทุกเพศทุกวัย และไฮไลต์คือการให้ทุกคนได้มาทดลองการดำนา สัมผัสประสบการณ์ตรงด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก เพราะจะมีสักกี่คนในชีวิตนี้ที่เคยได้ลองดำนาจริงๆ


     ภายในงานแบ่งออกเป็น 3 โซน คือ  
     1) โซนแปลงนาร่วมมือกับแปลงนาเกษตรกรจากจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ให้ทุกคนได้อิ่มเอมในบรรยากาศทุ่งนาเขียวชอุ่ม จัดแสดงนาข้าวทั้ง 3 ระยะอายุ คือ แตกกอ ตั้งท้อง และออกรวงแสดงประติมากรรมหุ่นฟางข้าวรูปพระแม่โพสพ พระแม่ธรณี และพระแม่คงคา 3 เทวีที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อของเกษตรกร รวมทั้งมีกระบือมาร่วมโชว์ให้ได้บรรยากาศท้องนาอย่างเต็มที่

     2) โซนนิทรรศการความรู้และผลิตภัณฑ์จากภูมิภาคจัดแสดงนิทรรศการจากครอบครัวหวั่งหลี บอกเล่าเรื่องราวบนพื้นที่ฮ่วยจุ่งล้งนิทรรศการจากเครือข่ายชาวนาไทย จัดแสดงข้าวไทยหายาก 100 สายพันธุ์ จังหวัดร้อยเอ็ดจัดแสดงภูมิปัญญาและนวัตกรรมข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา ซึ่งเป็นข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุด เสวนาประสบการณ์จาก Young Farmer  กลุ่มชาวนารุ่นใหม่และร่วมสัมผัสการหุงข้าวแบบดั้งเดิม ชิมข้าวไทยหุงหอมๆ หลายสายพันธุ์รวมทั้งเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ข้าวสายพันธุ์ต่างๆ จากโครงการประชารัฐและเครือข่ายเกษตรกรและ

     3)โซนการเรียนรู้การดำนาบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ผู้เข้าชมงานจะได้ดำนาจริงด้วยตัวเอง ซึ่งเชื่อว่านอกจากประชาชนทั่วไป ยังมีเหล่านักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ให้ความสนใจและเข้ามาชมกันตลอดช่วงเวลาจัดแสดง

     สำหรับบรรยากาศในพิธีเปิดงาน เริ่มจากพิธีทำขวัญข้าว - ไหว้แม่โพสพ เอาฤกษ์เอาชัยที่นาล้ง ซึ่งเป็นความเชื่อของชาวนาไทย ทำพิธีรับขวัญต้นข้าวที่กำลังตั้งท้องก่อนจะออกรวง พิธีดังกล่าวนำโดยหมอขวัญจากจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีสมาชิกครอบครัวหวั่งหลีร่วมพิธีอย่างอบอุ่น ทั้ง สุจินต์ หวั่งหลี, วุฒิชัย หวั่งหลี, วิพุธ หวั่งหลี, วุฒิพล หวั่งหลี, ดร.ศรัณฐ์หวั่งหลี ฯลฯ ก่อนแขกผู้มีเกียรติ อาทินวลพรรณ ล่ำซำ, ตวงพร ทรัพย์สาคร, สมเกียรติ มรรคยาธร,เรือเอกภักดี ผ่องใสและอนุษฐา เชาว์วิศิษฐ์ฯลฯ มาร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงานและชมนาล้งอย่างคับคั่ง รวมถึงทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยที่นอกจากมาชมงานแล้ว ยังถือโอกาสขอพรเจ้าแม่หม่าโจ้ว (คลองสาน) ก่อนเดินทางไปชิงชัยในศึกเอเชี่ยนเกมส์ ที่ประเทศอินโดนีเซีย

 

     งานนี้ มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำไม่พลาด นำทีมแขกขอลุยโคลนลงดำนาด้วยตัวเอง ให้ได้สัมผัสความเป็นชาวนาและเรียนรู้คุณค่าของข้าวแบบใกล้ชิด มาดามแป้ง เผยถึงประสบการณ์ลุยโคลนดำน้ำด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่า มีความสุขมากและทำให้เข้าใจความเหนื่อยยากของชาวนาที่ได้ยินมาตั้งแต่เด็กว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติเลยว่าเป็นอย่างไร "หลายคนรู้จักแป้งว่านามสกุลล่ำซำ แต่จริงๆแล้วนามสกุลเดิมของคุณย่าสงวน ล่ำซำ ซึ่งเป็นคุณย่าแท้ๆของแป้ง คือ หวั่งหลี เช่นเดียวกับคุณทวดของแป้งก็นามสกุลหวั่งหลี เพราะฉะนั้น สำหรับแป้งตระกูลหวั่งหลี ซึ่งดำเนินธุรกิจค้าข้าวและเป็นโรงสีข้าวมายาวนานกว่า 180 ปี เรียกได้ว่าเป็นบรรพบุรุษของแป้งเช่นกัน เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อล้ง 1919 จัดงาน "นาล้ง" แป้งเลยพาน้องๆฟุตบอลทีมชาติหญิง ซึ่งบ้านของหลายๆคนเป็นชาวนาอยู่แล้วมาร่วมงาน ถือเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาม แฮปปี้ ได้ดื่มด่ำกับวีถีชีวิตแบบไทยๆ และยังอดภาคภูมิใจไม่ได้ที่ได้มาปลูกข้าวในผืนดินของบรรพบุรุษ"  มาดามแป้ง ยังบอกด้วยว่า หวังว่ากิจกรรมครั้งนี้จะกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่หันมาเรียนรู้วิถีความเป็นไทย เห็นคุณค่าของข้าวไทยมากขึ้น เพราะประเทศไทยถือเป็นประเทศกสิกรรมที่ปลูกข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ต่อให้โลกจะหมุนไว เข้าสู่โลกดิจิทัล แต่สุดท้ายการทำนาก็ยังเป็นประเพณีที่สืบทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น และ เกษตรกรรมก็ยังเป็นธุรกิจหลักของประเทศ

     ด้านอนุษฐา เชาว์วิศิษฐ เผยว่าการดำนาครั้งนี้เหมือนฝันที่เป็นจริง เพราะอยากดำนามานานแล้วแต่ไม่มีโอกาส การมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้นอกจากจะทำให้เห็นถึงความเหนื่อยยากของชาวนาแล้ว ยังได้เรียนรู้คุณค่าของข้าวไทย "เวลานั่งรถผ่านเห็นทุ่งนา ก็นึกมาตลอดว่าอยากดำนาแต่ไม่มีโอกาสสักที จนวันนี้เหมือนฝันที่เป็นจริง รู้สึกดีมากๆ ถึงจะได้ลองดำนาแค่ไม่นาน แต่ก็เข้าใจความรู้สึกของชาวนาที่เราได้ยินมาตั้งแต่เด็กว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ หลังจากมาดำนาครั้งนี้ ตั้งใจเลยว่า จากนี้จะไม่กินข้าวให้เหลือสักเม็ด เพราะรู้เลยว่า กว่าจะออกมาเป็นข้าวแต่ละเม็ด ชาวนาต้องใช้หยาดเหงื่อและความทุ่มเทขนาดไหน และก็อยากถือโอกาสนี้เชิญชวนให้ทุกคนมาเรียนรู้และซึมซับวิถีความเป็นไทย และส่งเสริมให้ข้าวไทยกลายกลายเป็นข้าวที่คนทั่วโลกนึกถึง"

    สำหรับบุคคลทั่วไป สามารถเข้าชมงาน “นาล้ง”นิทรรศการข้าวไทย นากลางกรุงริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างวันที่ 8-19 สิงหาคม 2561 ณ โครงการล้ง1919 ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถ.เชียงใหม่ เขตคลองสาน เปิดให้เข้าชมฟรี ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทางเฟซบุ๊คแฟนเพจLHONG1919