เลิฟสตอรี่เรื่องแปล 6 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 08:44

ตุ๊กตาผีสิง (จบ)

( ต่อจากตอนที่แล้ว.. )

    มีภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับ ตุ๊กตาผีสิง มากมายหลายเรื่อง แม้แต่ภาพยนตร์ไทย ''ตุ๊กตาผี'' หลวงนฤบาล, พี่ไอ้พุ่ม บทประพันธ์ของ อ.อรรถจินดา ที่โด่งดังจากละครวิทยุ มาทำเป็นภาพยนตร์โทรทัศน์หลายครั้งในหลายทศวรรษที่ผ่านมา แต่ตุ๊กตาผีสิงในภาพยนตร์ที่ดูจะโด่งดังที่สุดคือ Chucky ชัคกี้ ตุ๊กตาผีนรกเชือด

    ดังที่เล่ามา ผู้สร้างได้แรงบันดาลใจมาจาก ตุ๊กตาผีสิงโรเบิร์ตที่คีย์เวสต์ นำมาทำภาพยนตร์สยองขวัญ ตัวเอกคือตุ๊กตาชัคกี้ที่มีวิญญาณร้ายของฆาตกรโรคจิตเข้าสิง มันมีชีวิตฆ่าคนด้วยการเชือดด้วยมีดและสารพัดวิธีโหด เลือดสาด ภาพยนตร์ตอนแรกสร้างในค.ศ.1988 ปรากฏว่า เป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่ติดเทรนด์นิยม ตัวละครขายได้ จึงทำให้มีตอนต่อๆ มา เนื้อเรื่องก็เขียนปรุงแต่งให้ฆ่าเยอะๆ วงจรไม่ต่างกับภาพยนตร์ศุกร์ 13 

    ชัคกี้เป็นภาพยนตร์มา 6 ตอนแล้ว ตอนล่าสุดเมื่อสามปีก่อน ที่มันได้มี ''ทิฟฟานี่'' สาวคนรักจอมฆ่ามาเสริมแต่งด้วย

    ชัคกี้ยังเป็นตุ๊กตาที่ขายลิขสิทธิ์ทำตุ๊กตาของเล่นขายแพร่หลายอีกด้วย ตัวที่ลงในภาพ สูงถึง 1 เมตร (เท่ากับโรเบิร์ต) คิดราคาบาทไทยประมาณหมื่นห้าพันบาท มีผู้สะสมและเป็นสินค้าขายในอีเบย์หลายหลาก

    ที่จริงใครจะซื้อชัคกี้มาทำตุ๊กตา ''ลูกเทพ'' บ้าง ก็เท่ไปอีกแบบ

    ดังที่เล่ามาว่า ตุ๊กตาผีสิง ต้นแบบลูกเทพนั้น ยังมีมุมแห่งความน่ากลัว

    หรือแม้แต่ ''กุมารทอง'' ที่เป็นเวอร์ชั่นตุ๊กตาผีสิงโบราณดั้งเดิมให้พ่อแม่เลี้ยง ก็ยังน่ากลัว

    กุมารทอง ที่โด่งดังที่สุดคือ ''กุมารทองของ ขุนแผน'' ขุนแผนฆ่านางบัวคลี่ที่เป็นเมียคนหนึ่งของตัวเอง กะซวกท้องควักลูกตัวแดงๆ ออกมาจากท้อง ย่างไฟบริกรรมจนแห่งเป็นลูกกรอก กุมารทอง พกไว้ติดตัว เพียงบอกว่า..''ไปอยู่กับพ่อเถอะ'' ว่าไปแล้วเป็นความโหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรมจริงๆ ที่ขุนแผนต้องมีมนต์สะกดกุมารทอง ไม่งั้นมันคงคิดฆ่าตอบสนองเพราะฆ่าแม่มัน 

    จำได้ไหม เมื่อเกือบสิบปีก่อน มีจอมขมังวิชาไสยศาสตร์เขมร เณรแอ ไปขุดเอาซากทารกมาย่างไฟ บริกรรมทำลูกกรอกกุมารทอง ก็บอกว่าใช้วิชาขุนแผน มันก็เข้าข่ายทำตุ๊กตานรกผีสิงเช่นกัน ขมังเวทย์ยังไงก็แพ้ตำรวจ จับเข้าคุก

    ตุ๊กตากุมารทองในยุคนี้ มีมากมายหลายหลากสารพัดรูปแบบ ทั้งดูเป็นของขลัง ทั้งน่ารักเป็นตุ๊กตา มีพระเกจิเยอะแยะ เยอะวัดที่มีอาชีพ มีรายได้จากการปลุกเสกกุมารทองเป็นล่ำเป็นสัน ทำขายเป็นของขลัง คนจีนมาเที่ยวเมืองไทย นิยมซื้อไป ยิ่งคนทำมาค้าขาย จะเอาไปตั้งให้น้ำเขียวน้ำแดงกิน ไหว้ให้ช่วยทำมาค้าขาย 

    ถ้าเอาประวัติกุมารทอง ต้นฉบับขุนแผน ไปแจก ว่าเป็นทารกแดงๆ ควักจากท้องแม่ย่างไฟให้แห้ง (ภาพประกอบ) เป็นต้นแบบ ใครซื้อ ''กุมารทองไม่ว่าเวอร์ชั่นใดไปเลี้ยง อาจหวิวๆ ก็ได้

    ยกตัวอย่างตุ๊กตาผีสิงที่น่ากลัว ก็กลับมาที่ ''ลูกเทพ'' เทรนด์ในปัจจุบัน

    พอมีกระแส ลูกเทพคือ ตุ๊กตาเรียกวิญญาณสัมภเวสีที่ไหนก็ไม่รู้ มา ''สิง'' เป็นลูกให้ คนกลุ่มหนึ่งที่ไหลไปตามเทรนด์กึ่งแฟชั่นความเชื่อ ก็ชักกลัวซี 

    ยิ่งพินิจ เอ..ตุ๊กตาสบตากรอกตาได้นี่นา ยิ่งดูอักขระยันต์ต่างๆ ที่พระอาจารย์เกจิจารลงไปในเนื้อตัวตุ๊กตา สร้างความขลัง ความเฮี้ยน ก็เลยยิ่งกลัวผีในตุ๊กตา

    ไม่เอาแหล่ว..เอาไปทิ้งดีกว่า

    การทิ้งของที่เชื่อว่า ''มีอาถรรพ์มีวิญญาณ'' มักนำไปทิ้งตามโคนต้นไม้ใหญ่ ส่วนใหญ่จะในวัด นัยว่าวิญญาณในนั้นยังได้มีที่พัก เป็นตุ๊กตาที่เอาไปทิ้งนะ ไม่ใช่ตุ๊กตาแก้บน

    จาก อีขี้ไหล (ตามเทรนด์) เป็นอีขี้ตื่น ไปสู่ อีขี้ทิ้ง ตามวงจรสันดานมนุษย์ เป็นมาทุกเรื่อง ที่ไหนก็เป็น..ทั้งโลก

    สิบกว่าปีก่อน ภาพยนตร์เรื่อง 101 Dalmatains ออกมา สร้างกระแส อุ๊ย สุนัขดัลเมเชี่ยนลายจุด สุดน่ารัก ซื้อลูกสุนัขพันธุ์นี้มาเลี้ยงกันตรึม พอหมดเทรนด์หมดฮิต ลูกหมาเป็นหมาโต หมดน่ารัก ก็ทิ้งซี เยอะเลยที่เป็นหมาจรจัดน่าสงสาร หรือปลาการ์ตูนฮิตจากภาพยนต์ Nemo หมดฮิตเบื่อดูแลตู้ปลา นีโมเยอะแยะถูกทิ้งชักโครกตายอนาถ

    ไม่ต่างกัน กับ ลูกเทพ กลัวแล้วไม่เลี้ยงแล้ว ก็พึ่งวัด ไม่ได้หาธรรมะใส่ตัวนะ แต่เอาลูกเทพไปทิ้ง

    เป็นอะไรที่แย่มาก ไม่ได้มีความคิดสร้างสรรค์เอาเสียเลย

    ลูกเทพ แก่นแท้ก็คือ ตุ๊กตาน่ารัก ซื้อมาราคาแพง ควรจะนำไปสร้างประโยชน์ให้สมราคา มีค่า มีความหมาย

    แค่เอาไปลบอักขระ ยันต์ต่างๆ ออก (ถ้าติดกับพลาสติกตัวตุ๊กตา แค่เอาทินเนอร์เช็ดก็หมดแล้ว แต่ถ้าเขียนใส่เสื้อผ้าที่เป็นเนื้อผ้า ก็แค่แกะชุดผ้าไปย้อมสีเข้มกลบก็หมดความอุจาด ความน่ากลัวแล้ว) แล้วนำไปแจกเด็กยากจน

    เด็กยากจนได้ตุ๊กตาสวยๆ ไปเล่น ก็จะมีความสุขอย่างที่สุด จะได้จ๊ะจ๋ากับน้องตุ๊กตาในโลกจินตนาการที่เป็นความสุขสามัญ 

    เคยเห็นในยูทูปช่วงปีใหม่ หนุ่ม-สาวคู่หนึ่ง ขับรถตระเวนให้ของขวัญปีใหม่เป็นของแห้งอาหารกับคนยากจนที่เขาขับไปพบตามถนน ตามเพิง ไม่จำกัด พ่อแม่ที่เลิกเลี้ยงลูกเทพ ก็ทำได้ ขับรถไปเรื่อยๆ ให้ตุ๊กตากับเด็กยากจนตามทาง..เป็นการทำทานเพื่อความสุขของคนอื่น ได้บุญเอิบอิ่มแน่นอน

    นักจิตวิทยากล่าวว่า ตุ๊กตาสวยๆ ช่วยบำบัดจิตใจความว้าเหว่ให้กับคนชราได้ ก็สามารถบริจาคตุ๊กตาอดีตลูกเทพสวยๆ ราคาแพงๆ ให้กับบ้านพักคนชราต่างๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อคนชรา ก็ยังได้บุญกุศลด้วย

    ....อย่าไปทิ้งตามโคนต้นไม้ ตามวัดอย่างของไร้ค่าเลย

    งมงายเมื่อเริ่มต้น ก็อย่าโง่ไปถึงตอนจบ..ให้ลูกเทพได้ทำหน้าที่มีประโยชน์จริงจังหน่อยเถอะ


มาริษ มกรสิงห์

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ