เลิฟสตอรี่เรื่องแปล 12 เมษายน 2558 เวลา 00:49

นโปเลียน โบนาปาร์ต (12)

  • 1,585 view
  • share

( ต่อจากตอนที่แล้ว.. )

 

    จักรพรรดินโปเลียน ที่ 1 เสด็จสู่กรุงปารีสอย่างง่ายดายและสง่าผ่าเผย ขณะที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 18 เผ่นออกจากปารีสไปก่อนหน้า นั่นคือประวัติศาสตร์ ที่จารึกว่า จักรพรรดินโปเลียนกลับมาครองราชบัลลังก์คืนในเวลาเพียง 100วัน

    พระองค์กลับมาครองบัลลังก์ในเดือน มี.ค. ค.ศ. 1815 อีกเพียงสองเดือนต่อมา จักรพรรดินโปเลียนก็จัดตั้งกองทำใหญ่สองแสนนายเข้าทำสงครามกับอังกฤษและปรัสเซีย (เยอรมัน) ทันที เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและสร้างแสดงความเกรียงไกรของพระองค์ในฐานะกษัตริย์ยอดนักรบ 

    จักรพรรดินโปเลียน ทรงออกบัญชาการรบเองด้วยความอาจหาญ ต่อสู้กับฝ่ายพันธมิตร ที่มีกำลังทหารมากกว่าถึงหนึ่งเท่าตัว น่าเสียดายที่กองทัพใหญ่ฝรั่งเศสมิได้เก่งกาจเหมือนแต่อดีต กองทัพมีแต่ทหารใหม่ ขุนทหารที่เคยรบเคียงบ้าเคียงไหล่พระองค์ก็ล้มหายตายจากสงครามใหญ่ก่อนหน้านี้ พระองค์เองก็สุขภาพไม่แข็งแกร่งเหมือนเมื่อสิบปีก่อน จำต้องละจากการบัญชาการแนวหน้าบ้าง ที่จริงทัพฝรั่งเศสจวนเจียนจะมีชัยได้เปรียบแล้ว แต่ทหารจำนวนหนึ่งแปรพักตร์ ไม่ทำตามคำสั่งพระองค์  

    ในวันที่ 18 มิ.ย. ค.ศ. 1815 กองทัพฝรั่งเศสพ่ายยับเยินให้กับกองทัพอังกฤษและปรัสเซีย (เยอรมัน) ในสงครามวอเตอร์ลู, เบลเยียม นั่นคือสงครามครั้งสุดท้ายของจักรพรรดินโปเลียน

    ความตาย..บั้นปลายของชีวิต

    แรกเริ่ม จักรพรรดินโปเลียนทรงคิดจะหนีไปตั้งหลักใหม่ที่สหรัฐอเมริกา อันเป็นดินแดนโลกใหม่ในยุคนั้น แต่ก็เปลี่ยนใจเจรจาทางการเมืองกับ เซอร์ฮัดสัน โลว แม่ทัพอังกฤษ และถูกคุมขังเป็นเชลยของกองทัพอังกฤษ   
                                                          
    การตัดสินใจของฝ่ายอังกฤษก็คือ ส่งตัวพระองค์และข้าราชบริพารที่จงรักภักดี เนรเทศไปยังเกาะเซนต์ เฮเลนา ที่ขึ้นอยู่กับอังกฤษ อยู่ไกลลิบลับ ห่างจากชายฝั่งตะวันตกของทวีปแอฟริกา 1,870 กิโลเมตร จักรพรรดินโปเลียนยอมเดินทางสู่เกาะเซนต์ เฮเลนา ในวันที่ 15 ก.ค. ค.ศ. 1815โดยดุษณี

    แรกเริ่มนโปเลียนอยู่มีความสุขดี เพราะคหบดีชาวอังกฤษบนเกาะชื่อ วิลเลียม บัลคอมบ์ ชื่นชมยกย่องพระองค์ฐานะวีรบุรุษนักรบ ยกคฤหาสน์ให้พำนัก บริวารพรักพร้อม จนมีเรื่องเล่าว่า ลูกสาวของบัลคอมบ์ชิดเชื้อร่วมเตียงกับจักรพรรดินโปเลียน ไม่กี่ปีต่อมา รัฐบาลอังกฤษดูจะไม่พอใจกับความเป็นอยู่ที่สบายเกินไปในฐานะนักโทษสงครามของพระองค์ จึงบีบคั้นตระกูลบัลคอมบ์ ยัดเยียดข้อหาร่วมกับนโปเลียนคิดกบฏต่อราชบัลลังก์อังกฤษ ริบทรัพย์สินและเนรเทศครอบครัวบัลคอมบ์ออกไปจากเกาะเซนต์ เฮเลนา พร้อมกับแต่งตั้งให้ผู้สำเร็จราชการคนใหม่ กดขี่ให้จักรพรรดินโปเลียนพบความเหนื่อยยากมากขึ้น

    พระองค์ต้องย้ายจากคฤหาสน์อยู่สบายไปอยู่บ้านราวกับกระต๊อบโรงนาซอมซ่อในพื้นที่ที่เฉอะแฉะ ไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆ แม้แต่สิ่งของที่ถูกส่งมาให้จากผู้ที่ยังจงรักภักดี เพื่อให้พระองค์อยู่สบายบ้าง ก็ยังเป็นสิ่งต้องห้าม 

               หากแต่ที่อังกฤษห้ามไม่ได้ก็คือ อิสระทางความคิด พระองค์ใช้เวลาเขียนหนังสือ ทั้งบันทึกเรื่องราวของชีวิตช่วงต่างๆ จดหมาย บทความ พินัยกรรม บางบทความยังเล็ดรอดไปยังสื่อโลกภายนอก นสพ.ไทม์ ลงเรื่องของพระองค์หลายครั้ง โจมตีว่ารัฐบาลอังกฤษปฏิบัติต่อพระองค์ไม่สมเกียรติ ยังกลัวและต้องการให้พระองค์ตายอย่างช้าๆ บนเกาะนั้น

                   เวลาผ่านมา 5 ปีบนเกาะเซนต์ เฮเลนา เจ้าหน้าที่อังกฤษเตือนไปยังรัฐบาลอังกฤษว่า สุขภาพของจักรพรรดินโปเลียนย่ำแย่ลงทุกที แต่ก็ไม่มีคำสั่งอะไรมากลอนดอน 

 


( อ่านต่อตอนต่อไป.. )

 

  • 1,585 view
  • share