เลิฟสตอรี่เรื่องแปล 11 เมษายน 2558 เวลา 05:42

นโปเลียน โบนาปาร์ต (11)

  • 2,487 view
  • share

( ต่อจากตอนที่แล้ว.. )

 

    ข้อผิดพลาดที่สุดของพระองค์ก็คือ การตัดสินใจยกทัพใหญ่บุกรัสเซียใน ค.ศ. 1812 โดยพระองค์ไม่บัญชาการให้ถอยทัพกลับเมื่อฤดูหนาวมาถึง นั่นเท่ากับว่าพากองทัพทั้งหมดไปสู่กับ

ดักแห่งความตาย ทหารฝรั่งเศสทั้งหนาวตาย ทั้งถูกทัพรัสเซียที่ชินกับสภาพอากาศบดขยี้ เมื่อถอนทัพถอยร่นกลับ ก็ยังถูกเยอรมันโจมตีตามรายทาง กองทัพใหญ่ของพระองค์ห้าแสนนาย กลับถึง

ฝรั่งเศสเพียงหมื่นเศษเท่านั้น เป็นความพินาศหายนะที่สุดครั้งหนึ่ง

    เพราะความย่อยยับของทัพใหญ่ ทำให้ฝรั่งเศสอ่อนแอทันตาเห็น กษัตริย์ของประเทศต่างๆ ในยุโรปที่เคยเป็นพันธมิตรจึงแปรพักตร์ร่วมกับอังกฤษถล่มฝรั่งเศส ในวันที่ 31 มี.ค. ค.ศ. 

1814 กรุงปารีสก็ถูกทัพพันธมิตรยึดได้ ฝรั่งเศสพ่ายสงครามโดยสิ้นเชิง เหล่านายพลของฝรั่งเศสที่เจรจาสันติกับฝ่ายพันธมิตร ขอให้จักรพรรดินโปเลียนสละราชบัลลังก์

    จักรพรรดินโปเลียนทรงคาดว่า ฝ่ายพันธมิตรจะต้องลงโทษพระองค์ในฐานะอาชญากรสงคราม จับพระองค์แห่ประจานต่อหน้าประชาชนฝรั่งเศส แล้วยังชะตากรรมของพระมเหสี และ

พระโอรสน้อยอีกเล่า อันเป็นสิ่งที่พระองค์รับไม่ได้ จึงตัดสินพระทัย เสวยยาพิษผสมฝิ่นเพื่อปลิดชีพพระองค์เอง

    หากแทนที่จะสิ้นชีพสมหวัง พระองค์กลับทรมานด้วยความปวดร้าวร่างกายและอาเจียรอย่างรุนแรงทั้งคืน การอาเจียรทำให้พิษยาออกไป พระองค์มีบัญชาให้นายแพทย์อีวองแพทย์ประจำ

พระองค์ให้ยาพิษอีกขนาน เพราะพระองค์ไม่ต้องการมีชีวิตอีกแล้ว แต่เขาปฏิเสธ

    การแสดงความเด็ดเดี่ยวของพระองค์ ทำให้ผู้นำฝ่ายพันธมิตรอ่อนลง เคารพในความเป็นจอมกษัตริย์ จึงลงนามสนธิสัญญาฟองแต็งโบล (ชื่อสถานที่) ไม่มีการลงโทษ ไม่ถอดพระยศ

ความเป็นจักรพรรดิของจักรพรรดินโปเลียน ที่ 1 หากเนรเทศส่งตัวไปยังเกาะเอลบา เกาะเล็กๆ ทางตอนใต้ ใกล้อิตาลี และที่นั่นคือแผ่นดินของพระองค์

    การปกครองที่ฝรั่งเศส เตรียมการยกจักรพรรดินโปเลียนที่ 2 พระโอรสน้อยที่มีพระชนมายุเพียงสามขวบของจักรพรรดินโปเลียนขึ้นมาครองบัลลังก์เป็นเพียง ''หุ่นเชิด'' ในการบริหาร

ประเทศ แต่เพียงสองสัปดาห์เท่านั้น พระเจ้าหลุยที่ 18 เชื้อสายราชวงศ์บูร์บงเดิม เข้ามาแย่งชิงราชบัลลังก์ ไม่มีใครต้องการฆ่าเด็กทารก ดังนั้นพระโอรสน้อยผู้อาภัพจะถูกเนรเทศปล่อยตัวส่งเกาะ

ไกลโพ้นเช่นเดียวกับพระราชบิดา

    เมื่อข่าวนี้มาถึงเกาะเอลเบ จักรพรรดินโปเลียนทนไม่ไหว ทรงเป็นห่วงพระโอรสน้อยมาก เป็นแรงขับดันให้พระองค์ลอบหนีจากเกาะเอลบา จากการช่วยเหลือของทหารที่จงรักภักดี มา

ขึ้นชายฝั่งทางตอนใต้ของฝรั่งเศส

    พระองค์กลับมาเยี่ยงวีรบุรุษเช่นเดิม ทรงเสด็จมาอย่างเปิดเผย สองข้างทางจากชายฝั่งริเวียร่าสู่ลียง มีแต่ประชาชนโห่ร้องสรรเสริญ (เส้นทางนั้นภายหลังถูกตั้งชื่อว่า เส้นทางจักรพรรดิน

โปเลียน ที่ 1) เมื่อทหารในรัฐบาลพระเจ้าหลุยส์ที่ 18 ยกกำลังมาจับกุม จักรพรรดินโปเลียนทรงประกาศก้องว่า... '' ทหารแห่งกองทัพที่ 5 พวกเจ้าก็รู้จักข้าดีแล้วมิใช่หรือ ข้าคือกษัตริย์ของพวกเจ้า 

ถ้าใครในหมู่พวกเจ้าคิดจะจับกุมกษัตริย์ของพวกเจ้า ข้าก็ยืนอยู่นี้แล้ว''  ปรากฏว่านายพลชิเชล ไน ผู้บัญชาการกองกำลัง ถึงกับคุกเข่าให้กับกษัตริย์ของเขา 

 

 

( อ่านต่อตอนต่อไป.. )

  • 2,487 view
  • share