เลิฟสตอรี่เรื่องแปล 10 เมษายน 2558 เวลา 02:15

นโปเลียน โบนาปาร์ต (10)

  • 2,521 view
  • share

( ต่อจากตอนที่แล้ว.. )

 

    ในวันที่ 11 มี.ค. ค.ศ. 1811 พระนางมารี หลุยส์ ก็ให้องค์รัชทายาทกับจักรพรรดินโปเลียน พระโอรสน้อยได้รับการแต่งตั้งเป็นจักรพรรดินโปเลียนที่ 2 กษัตริย์แห่งโรม อีกสองปีต่อมา จักรพรรดินโปเลียนได้นำพระโอรสน้อยไปเยี่ยมพระนางโฌเซฟีนครั้งแรก 

    พระองค์ดีใจอย่างสุดซึ้ง น้ำพระเนตรไหลพรากด้วยความปลาบปลื้ม ที่เห็นอดีตพระสวามีสมพระทัย

    สิ้นชีพตักษัย โดยไม่เห็นหน้ากัน

    ขณะที่จักรพรรดินโปเลียนทรงโลดแล่นไปตามกระแสวิบากแห่งชีวิต หลังจากครองราชย์มาสิบปี ช่วง ค.ศ. 1814 ที่พระองค์พ่ายแพ้ต่อกองกำลังพันธมิตร แล้วถูกจับเทรเทศไปอยู่ที่เกาะเอลบา ทางตอนใต้ใกล้อิตาลี พระนางโฌเซฟีนยังคงใช้ชีวิตตามปรกติที่ตำหนักมาเมลซอง ชีวิตแต่ละวันพระนางมีความสุขอยู่กับมวลดอกกุหลาบ ดอกไม้ที่พระนางรักตามชื่อเดิมคือโรซ  ปราสาทมาเมลซองกลายเป็นสวนกุหลาบที่สวยที่สุด เป็นสถานที่รวมพันธุ์กุหลาบที่ดีที่สุดในยุโรป มีคณะนักพฤกษศาสตร์ที่ดีที่สุดของยุโรป ที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากพระนางโฌเซฟีน พัฒนาพันธุ์กุหลาบอย่างยอดเยี่ยม พระนางเองก็ทรงมีความรู้ในเรื่องนี้ถึงกับเขียนตำรากุหลาบหลายเล่ม

    ในวันหนึ่ง พระนางโฌเซฟีนทรงพาพระเจ้าซาร์ อเล็กซานเดอร์ แห่งรัสเซียเดินชมสวนดอกกุหลาบเป็นเวลานาน อาจเพราะทรงสวมอาภรณ์ที่บางท่ามกลางอากาศหนาวเย็นชื้นของฤดูฝน ทำให้พระองค์ล้มป่วยเป็นโรคปอดบวม เพียง 4 วันที่อาการทรุดลงไปเรื่อย ในวันที่ 29 มิ.ย. ค.ศ. 1814 พระนางโฌเซฟีนก็สิ้นชีพตักษัย ด้วยพระชนม์ 51 พรรษา ผู้ที่อยู่เคียงข้างพระนางตลอดคือ ออร์ด็องส์ บุตรชายคนโต

    จักรพรรดินโปเลียนทรงทราบข่าวการจากไปของพระนางโฌเซฟีน จากหนังสือพิมพ์ที่เกาะเอลบา ทรงโศกสลดคร่ำครวญถึงหญิงผู้เป็นยอดรัก ปิดห้องโดยไม่เสวยอะไร ไม่ให้ใครเจอหน้าอยู่สองวัน พระองค์ได้ทรงกล่าวกับคนสนิทในครั้งนั้นว่า ''ข้ารักโฌเซฟีนอย่างสุดหัวใจ หากไม่อาจยกย่องนางเท่ากับที่ข้ารักนางได้''

    กล่าวกันว่า เมื่อครั้งจักรพรรดินโปเลียนหนีออกมาจากเกาะเอลบา สถานที่ที่พระองค์มุ่งมาเมื่อถึงแผ่นดินฝรั่งเศส คือตำหนักมาเมลซอง ด้วยพระองค์ทรงคิดถึงพระนางโฌเซฟีนอย่างที่สุด สิ่งที่พระองค์ถวิลหาก็ได้แต่เพียงกลิ่นอบร่ำของดอกไวโอเล็ตในห้องบรรทม ที่เป็นกลิ่นโปรดประจำตัวของพระนางโฌเซฟีน ที่จะพรมพระองค์ด้วยกลิ่นหอมนี้ตลอด จักรพรรดินโปเลียนได้เก็บดอกไวโอเล็ตที่ตำหนักมาเมลซองใส่ไว้ในตลับล็อกเก็ต และสิ่งนั้นก็อยู่แนบพระอุระตราบจนวันสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ 
          
    ร่างของพระนางโฌเซฟีนฝังในสุสานโบสต์แซงต์ ปิแอร์ แซงต์ ปอล แต่ผู้คนภายหลังมักคิดว่า อยู่ที่ตำหนักมาเมลซอง เพราะมีอนุสาวรีย์ของพระองค์ใกล้สวนกุหลาบอันงดงามอยู่ที่นั่น ประวัติชีวิตของพระนางโฌเซฟีนมีประมาณนี้ แต่วิถีชีวิตอันเข้มข้น และโรแมนติของจักรพรรดินโปเลียนยังมีต่ออีกบทหนึ่ง

    ความพ่ายแพ้แห่งชีวิต

    วิถีชีวิตของมนุษย์ ไม่ว่าคนธรรมดาหรือจอมจักรพรรดิ ไม่อาจจะอยู่บนจุดสูงสุดได้ตลอดกาล ต้องมีวันที่พบวิบากกรรม ดั่งกงล้อชะตากรรมที่หมุนขึ้นสูงสุดก็ต้องหมุนต่ำลงมา พระจักรพรรดินโปเลียน ที่ 1 ก็อยู่ในกฎชะตากรรมนี้เช่นกัน

    หลังจากปกครองฝรั่งเศสมานานสิบปี และได้สร้างประโยชน์คุณูปการให้กับประเทศ กระนั้นนโยบายของพระองค์ที่ส่งเสริมการทำสงครามอยู่ตลอดเวลา เพื่อขยายอาณาจักรและแสดงความเกรียงไกรที่จะยึดครองยุโรปเป็นหนึ่งเดียว และการปราบอังกฤษให้ราบคาบ ทำให้ยิ่งนานวันกับกลายเป็นการบีบคั้นพระองค์เอง จากชัยชนะในยุคแรกๆ กองทัพฝรั่งเศสก็พ่ายแพ้มาเรื่อยๆ 

 

 

( อ่านต่อตอนต่อไป.. )

 

  • 2,521 view
  • share