เลิฟสตอรี่เรื่องแปล 8 เมษายน 2558 เวลา 13:40

นโปเลียน โบนาปาร์ต (9)

  • 4,200 view
  • share

( ต่อจากตอนที่แล้ว.. )

 

    ที่สุดจุดปะทุสุดท้ายก็มาถึง ใน ค.ศ. 1807 เมื่อ นโปเลียน ชาร์ลส์ โบนาปาร์ต หลานย่าของพระนางโฌเซฟีน ซึ่งถูกวางตัวเป็นองค์รัชทายาท ล้มป่วยเป็นปอดบวมตาย

    ในมื้อเย็นของวันที่ 30 พ.ย. ค.ศ. 1807 จักรพรรดินโปเลียนตัดสินใจบอกพระนางโฌเซฟีนว่า ถึงเวลาแล้วที่พระองค์ต้องหามเหสีองค์ใหม่ เพื่อมีรัชทายาท 

    พระนางโฌเซฟีนกรีดร้องคร่ำควญ ''ไม่ แล้วฉันจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร'' และช็อกถึงสิ้นสติ อย่างไรก็ตามเช้าวันรุ่งขึ้น พระนางโฌเซฟีนและข้าราชบริพารก็เสด็จออกจากพระราชวังลูฟร์ ไปพำนักอยู่ที่ ตำหนักมาเมลซอง ชานปรุงปารีส สถานที่ที่ถือว่าเป็นวังส่วนตัวของพระองค์

    เหตุผลเดียวที่ทรงยินยอมก็คือ เพื่อให้จักรพรรดินโปเลียนมีโอกาสอภิเษกสมรสใหม่เพื่อมีองค์รัชทายาท

    ในวันที่ 10 ม.ค. ค.ศ. 1810 การหย่าขาดระหว่างจักรพรรดินโปเลียน ที่ 1 และพระนางโฌเซฟีน ถูกประกาศอย่างเป็นทางการ มีการลงพระนามในเอกสาร และกล่าวการหย่าต่อกัน ในวันที่ 11 มี.ค. จักรพรรดินโปเลียนก็เข้าพิธีอภิเษกสมรสกับ อาร์คดัชเชส มารี หลุยส์ แห่งออสเตรีย ทั้งเพื่อการมีองค์รัชทายาทและกุศโลบายทางการเมือง ที่ดองกันทางการเมืองไว้ระหว่างฝรั่งเศสและออสเตรีย 

    อาร์คดัชเชส มารี หลุยส์ ได้รับการสถานปนาเป็นจักรพรรดิณีแห่งฝรั่งเศสเช่นกัน ทว่าจักรพรรดินโปเลียนได้ตรัสกับคนสนิทหลังจากนั้นว่า..''ฉันเพียงแต่งงานกับมดลูก''

    อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพระองค์จะแยกจากพระนางโฌเซฟีนแล้ว แต่ก็ยังทรงให้เกียรติอย่างเต็มเปี่ยม ทรงโปรดว่า ''นี่คือความปรารถนาของข้า ที่จะให้พระนางโฌเซฟีนยังคงรักษาพระยศจักรพรรดินีแห่งฝรั่งเศสเช่นเดิม อันไม่มีข้อสงสัยใดๆ เลยว่า ข้ายังระลึกถึงพระนางอย่างไม่เสื่อมคลาย เพื่อพระนางยังจะได้โอบกอดข้าในฐานะเพื่อนที่ดีที่สุดและรักที่สุด'' 

    จักรพรรดินโปเลียนทรงแวะเวียนมาหาพระนางโฌเซฟีนเสมอ ด้วยเป็นผู้หญิงที่เข้าใจพระองค์ที่สุด เป็นแหล่งพักพิงหัวใจยามพระองค์เหนื่อยล้าด้วยความกดดันรอบด้าน ว่ากันว่า ที่พระนางโฌเซฟีนผูกใจจักรพรรดินโปเลียนยิ่งกว่าหญิงใด ก็เพราะพระนางเป็นคนไม่พูด เมื่อพูดก็มีแต่ความชาญฉลาด ทำให้องค์จักรพรรดิเกรงพระทัยมาก

 

( อ่านต่อตอนต่อไป.. )

 

  • 4,200 view
  • share