เลิฟสตอรี่ตอบปัญหารัก 26 พฤษภาคม 2558 เวลา 08:28

ปุจฉา วิสัชนา ปัญหารัก

  • 4,839 view
  • share

 

เรียน คุณมณีจันทร์

    ผมเห็นคุณตอบปัญหาหัวใจเข้าท่า มีหลักการทั้งมุมมองของผู้ชายและผู้หญิง

    เขียนมานี้ ก็ไม่ได้จะถามคำถาม แต่จะแชร์ประสบการณ์ของตัวเอง เผื่อจะเป็นแง่คิดของหนุ่มๆบ้าง ด้วยบางทีชีวิตอาจจะเจอแบบผม จะได้ไม่เพลี่ยงพล้ำแบบผม

    ผมแต่งงานและและหย่าแล้ว 

    ผมแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง หลังจากที่เราคบกันมาเป็นแฟนมาหลายปี ซึ่งตอนนั้นเป็นอะไรที่โรแมนติกมาก ถูกใจกันเมื่อเจอกันในต่างแดน ที่ผมมีโอกาสพาเธอที่ไปกลับกลุ่มเพื่อนเที่ยว เธอประทับใจผม ผมเองก็ชอบเพราะเธอน่ารัก เรียนสูง ทำงานเก่ง หวังว่าเราสองคนช่วยกันทำงานสร้างครอบครัวไปด้วยดีแน่ๆ

    ตอนเป็นแฟนกัน โอ้โฮ หวาน เป็นคู่ที่ใครก็อิจฉา  เรามีรสนิยมคล้ายกัน เข้ากันได้ดีทุกอย่าง

    อาชีพผม เป็นงานประมาณบุคคลสาธารณะ ต้องอยู่ในคนหมู่มากในสังคม ชั่วโมงการทำงานสูงกว่าคนอื่น เพราะทำหลายแห่ง ซึ่งทำเงินให้กับผมในช่วงตั้งตัว ซื้อบ้านซื้อรถและอื่นๆ ที่เธอมีส่วนร่วมชีวิตด้วย คนเราอยู่ในช่วง "เมคมันนี่"ก็ต้องทำใช่ไหมครับ

    เธอก็เห็นๆอยู่ กับชีวิตของผม พอแต่งงานกัน แรกๆก็ดีอยู่หรอก แต่พอนานไป เธอ "ดีมานด์"ผมเหลือเกิน 

    จำไว้นะครับ หนุ่มๆ ผู้หญิงที่เป็นเมีย เป็นคนละคนกับที่เป็นแฟน ทั้งที่ก็คือตัวเธอคนเดียวกันนั่นแหละ..แต่สมองไม่ใช่

    เธอชวนทะเลาะไปเสียทุกเรื่อง  เดี๋ยวเรื่องกิ๊ก เดี๋ยวเรื่องเจ้าชู้  ผมแต่งงานกับเธอทำไม ถ้าไม่อยู่บ้านเหมือนสามีคนอื่น ทุกอย่างประเดประดัง จนบ้านร้อน อยู่ไม่ได้ครับ

    ผมจะแต่งงานทำไม ถ้าผมไม่แน่ใจว่า เธอคือคนที่ใช่ของผม ที่ต้องเข้าใจ รู้ใจ อดทนกับอาชีพของผมบ้าง จะให้ผมเปลี่ยนชีวิต แลกกับงาน กับอาชีพกับเธอเพียงคนเดียวได้ยังไง

    ผมเองก็มีครอบครัว มีน้องมีแม่ที่ต้องเลี้ยงดูเหมือนกัน

    เราทะเลาะกันระดับบ้านแตก ด้วยแรงกันทั้งคู่ ความรักที่เคยมี มันไม่รู้หายไปไหนหมด เธอไม่ใช้ผู้หญิงที่ผมเคยรักจริงๆ

    วันสุดท้ายที่จบ ก็คือ เธอไม่รู้ไปเอาปืนมาจากไหน ง้างนกดังกริ้ก ผมก็วิ่งออกจากบ้านป่าราบ หนีออกจากบ้านในคืนนั้นเลย แล้วเจรจา ขอหย่า สิ้นสุดกันที

    ผมยอมสิ้น บ้านราคาห้าหกล้านที่ใช้เงินจากน้ำพักน้ำแรงผมซื้อ เซ็นยกให้เลย จ่ายเงินอีกเดือนละแสน สี่ปีห้าล้าน ค่าเซ็นใบหย่า เลิกแล้วต่อกัน ผมยอม ด้วยถือว่า ยังไม่ตาย เงินก็ยังหาได้

    ไม่มีใครรู้หรอกว่าสี่ปีที่ผ่านมา ผมเหนื่อยยากสาหัสขนาดไหนกับการทำงานหนัก รับมันทุกจ๊อบ เพื่อให้มีเงินเก็บเดือนละแสน ไม่ซื้อ ไม่ใช้ เพื่อส่งค่าไถ่อิสรภาพตัวเอง 

    บัดนี้ผมเป็นอิสรชนแล้ว และบอกกับตัวเองว่า..จะไม่แต่งงานอีก เข็ดแล้วครับ

    เร็วๆนี้ มีเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งที่สนิทกัน มาบอกผมว่า..เขาจะแต่งงานกับแฟนที่คบกันมาห้าหกปีแล้ว เธอคือคนที่ใช้ของเขา

    ไอ้หมอนี่ ชีวิตมันก็ต้องจี๊ดจ๊าดอยู่ท่ามกลางแสงสีและสาวงามตามหน้าที่และอาชีพของมันที่ทำมาเป็นสิบปีแล้ว

    มันทำให้ผม นึกถึงตัวเองในอดีต ครั้งมีแฟน แต่ยังไม่ยกระดับเป็นเมีย

    ผมไม่ได้ห้งห้ามอะไรมันหรอก ไม่ได้ขู่มันด้วยวลียอดนิยมที่เพื่อนมักบอกกับเจ้าบ่าวในวันแต่งงานว่า....อีกสองปี มึงจะรู้แจ้งว่า นรกมีจริง

    แต่บอกมันถึงขั้นตอนต่างๆในพฤติกรรมของแฟนว่า..อย่างนี้ ..อย่างนี้ ใช่ไหม

    มันตาโต..โอ้โฮ เป๊ะเลยพี่ 

    ผมตาละห้อย..พี่เคยมาแล้ว น้องแก้วเอ๋ย แล้วก็บอกมันว่า..คิดดีๆก็แล้วกัน ไอ้น้อง

    ผมเป็นเด็กบ้านนอก อยากสร้างครอบครัวอบอุ่น แต่ตอนนี้ นึกแค่ ทำงานหนัก หาเงิน เก็บเงินซื้อบ้านหลังใหม่อยู่กับแม่ ผ่อนคอนโดฯห้องเดี่ยวสตูดิโอที่หัวหินสักแห่ง เอาไว้พาสาวอิสระรักเสรี ที่พึงใจไปค้างคืน เปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆเท่าที่ชีวิตชายโสดจะไหลไป 

    ไม่น่าเชื่อว่า ผู้หญิงคนเดียว ทำให้ผมเปลี่ยนทัศนคติได้มากมายถึงปานนั้น

    ก็เล่ามาเผื่อเป็นอุทาหรณ์ครับ

กฤษณะ

 


โอ้..คุณกฤษณะ ที่ไม่ใช่กฤษณากลั่น ตรากิเลน คะ

    เขียนมาเล่าอย่างนี้ พอดี ผู้ชายที่คิดเป็นเจ้าบ่าว ก็ตกอกตกใจกันยกใหญ่ซิ่คะ

    ยิ่งสาวที่เตรียมตัวเป็นเจ้าสาว ก็อาจฝากด่า..จะเหมาว่าผู้หญิงทุกคนที่เป็นเมียจะเป็นอย่างนั้นได้ยังไง ผู้หญิงที่มีทัศนคติที่ดีก็มีเยอะแยะ ตัวเองเจอผู้หญิงดีแต่หึงล่ะซิ่ ถึงบ้านแตก

    หรือคุณกฤษณะเอง แต่งงานแล้วก็ยังดำรงวิถีชีวิตแบบหนุ่มโสด เจ้าชู้หว่านเสน่ห์  แฮปปี้อยู่กับเพื่อนฝูงและกิ๊กสาวๆ ไม่กลับบ้านกลับช่องแล้วอ้างว่า ทำงานหนัก ก็สุดจะเดา เพราะคนเรา ไม่เล่าถึงความบกพร่องของตัวเองหรอกค่ะ

    พูดไปทำไมมี เพราะยังไงก็หย่าไปแล้ว จบไปแล้ว ในกรณีของคุณคนเดียว ไม่เกี่ยวกับคู่รักคู่อื่น

    แต่ก็เป็นอุทาหรณ์ที่น่าสนใจนะคะ

    มณีจันทร์มองในแง่ดีว่า เรื่องอย่างนี้ ไม่มีใครผิดหรอก แต่เป็นเรื่องชีวิตของคนคู่

    คนคู่ที่จะอยู่กินเป็นสามีภรรยากันได้ตลอดรอดฝั่งนั้น ต้องเรียกว่า พรหมลิขิต หรือ ฟ้ากำหนด  ฝรั่งเรียกว่าเป็น sole mate เกิดมาคู่กัน นั่นแหละค่ะ

    เพราะถ้าไม่ใช่ ที่สุดก็จะอยู่ด้วยกันไม่ได้  ด้วยต่างทนกันไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างเลิกรา หย่ากันดีกว่า

    กรณีของคู่ของคุณกฤษณะ ก็นับว่าเป็นอุทาหรณ์ที่ดีค่ะ

    ให้แง่คิดที่ดี ไม่ว่าใครจะเป็นเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวว่า..ชีวิตคู่คือ ความจริงแห่งชีวิตของคนสองคนที่จะอยู่ร่วมกัน เป็นของกันและกัน ไม่ได้มีแต่ความรักหวานแบบตอนเป็นแฟน  หากต้องมีความอดทนในจุดบกพร่องซึ่งกันและกัน  ยืดหยุ่นกับชีวิตคู่ได้แค่ไหน

    หากอย่าไปมองโลกในแง่ร้ายว่า การแต่งงานคือการผูกพันธนาการที่ผู้ชาย(สามี)ถูกผู้หญิง(ภรรยา)ล่ามโซ่คอ แล้วมันจะเป็นอย่างนั้นไปเสียทุกคน

    คู่ใครก็คู่ใครค่ะ อย่าเหมารวม

    ใช่ ไม่ใช่ หรือตามวลีอำเจ้าบ่าว..อีกสองปี จะรู้ว่านรกมีจริง  ก็ให้เจ้าตัวเขาเผชิญเองเถอะว่าจริงหรือไม่ ด้วยมันเป็นเรื่องนานาจิตตัง

    คุณเองก็เถอะค่ะ ไม่คิดว่าชีวิตนี้ จะเจอ "คนที่ใช่" แต่งงานใหม่หรือคะ?

    มณีจันทร์ว่า ยังไงคนเราก็ต้องมีคู่ชีวิต ต้องแต่งงานไม่ช้าก็เร็ว เพื่อยามมีอายุวัยเกษียณจะได้ไม่เหงา

    แต่อย่างคุณกฤษณะ มณีจันทร์แนะนำว่า  คุณยังหนุ่ม มีงานอาชีพที่ชอบ เทมป์ให้รายได้สูง แต่อาชีพเช่นนี้ มีข้อกำหนดทำให้คุณให้เวลาไปกับงาน กับเพื่อนกับสาวในสายงาน มากกว่าที่บ้าน ถ้าสนุกกับชีวิตอย่างนี้ ก็ทำไปเถอะค่ะ  

    รอไว้อายุสักสี่สิบปลายๆ ห้าสิบต้นๆก็ได้ ให้เลยจุดชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ไปก่อน มีสมบัติพัสถานทุกอย่างเพียบพร้อมแล้ว คุณค่อยหาเจ้าสาว หาหญิงที่เหมาะสมแต่งงานด้วย

    เช่น แฟนเก่าที่เคยรักกัน แล้วมาพบกันอีกทีโดยไม่มีพันธะ เห็นพ้องกันว่า เรื่องเซ็กซ์เป็นเรื่องรอง เพื่อนชีวิตเป็นเรื่องใหญ่  อยู่ด้วยกันฐานะเป็นเพื่อนที่รู้ใจกัน รสนิยมเดียวกัน เที่ยวด้วยกัน  เป็นเพื่อนกันยามแก่ แต่ถ้าไม่เลือกสาวแก่ เพราะตัวเองยังฟิต ชอบอะไร XX ก็เลือกสาวๆ อายุอ่อนกว่ารอบหนึ่ง (12ปี)ไปเลย คือมีภรรยาเด็กที่อยู่ในโอวาท คุณก็เป็นสามีแบบป๋าๆไป

    อย่างไรก็ตาม  มณีจันทร์ประทับใจคุณกฤษณะตรงที่ ยอมเสียสละทรัพย์นอกกายไปกับการหย่า  ด้วยคิดว่า ลูกผู้ชายไม่ตายก็หาใหม่ได้ แถมยังกตัญญู หวังซื้อบ้านอยู่กับแม่ (เมียนี่เข็ด)

    คุณคือลูกผู้ชายพระเอกตัวจริงในแง่นี้ค่ะ

มณีจันทร์

 

  • 4,839 view
  • share

อ่านเรื่องอื่นๆ