เลิฟสตอรี่ประสบการณ์รัก 31 มีนาคม 2559 เวลา 08:45

The American President ''ผิดหรือถ้าจะมีรักอักสักครั้ง'' (1995)

นำแสดง : ไมเคิ่ล ดั๊กลาส, แอนเน็ตต์ เบนนิ่ง, มาร์ติน ชีน, ไมเคิ่ล เจ. ฟ็อกซ์   
ผู้กำกับฯ : ร็อบ ไรเนอร์
ความยาว 114 นาที, เรต PG-13   
สำหรับระดับความสัมพันธ์ : เดตแรก, จริงจัง, เป็นแฟน/แต่งงานกันแล้ว
มาตรวัดความเร่าร้อน : 3 ดาว 
ฉากสำหรับสาวๆ : ''แผนช้าไว้ก่อน'' 
ฉากสำหรับหนุ่มๆ : คติสอนใจ ''ชมรองเท้าของเธอ'' 

 


                

    อีกครั้งกับความรักที่เกิดขึ้นจากความแตกต่าง ที่บนความแตกต่างของคนสองคน พวกเขากลับพบว่า ต่างฝ่ายต่างมีสิ่งดึงดูดกันและกันอย่างลึกซึ้ง และชวนประหลาดใจ ขณะเดียวกัน เพราะเจ้าความแตกต่างนี่แหละ ที่สอนให้พวกเขาได้เรียนรู้ ปรับตัว และเสียสละเพื่ออีกฝ่าย แล้วความเข้าใจก็จะตามมา เมื่อนั้นความรักก็บังเกิด และสามารถอยู่ยั้งยืนยงได้

    ลำพังภายใต้สถานการณ์ปกติมันก็ยากมากพออยู่แล้ว ในการที่เราจะทำให้ครอบครัว, เพื่อนฝูง ยอมรับคนคนหนึ่งว่าเป็นโซลเมตของเรา เป็นคู่ชีวิตของเรา แต่การกระทำแบบนี้มันจะยิ่งยากมากขึ้นอีก หากคุณเป็นบุคคลสาธารณะ เพราะว่าคุณต้องรับมือการโดนจับตามอง และการตกเป็นข่าวทั้งจริงและไม่จริง แล้วนับประสาอะไร ถ้าหากคุณเป็นบุคคลทรงอิทธิพลที่สุดในโลกเสรี ที่บังเอิญมองหาความรัก อย่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้เป็นม่าย รับรองว่า คนทั้งประเทศย่อมอยากมีเอี่ยวกับความรักของคุณทั้งนั้น

    พูดแล้วหาว่าโม้ แต่อย่างน้อยมันก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นใน ''The American President'' เมื่อพรหมลิขิตชักพาให้ แอนดรูว์ เชพเพิร์ด (ไมเคิ่ล ดั๊กลาส) ผู้นำที่เหงาเปล่าเปลี่ยวใจ (พ่อม่าย) ของ สหรัฐอเมริกา ประสบพบเจอกับ ซิดนี่ย์ เอลเลน เวด (แอนเน็ตต์ เบนนิ่ง) นักล็อบบี้ยิสต์ด้านสิ่งแวดล้อมตัวแม่ ที่เพิ่งย้ายนิวาสถาน มายัง วอชิงตัน ดีซี เพื่อผลักดันกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม 

    ด้วยความที่เป็นพ่อม่ายลูกติดมานานกว่า 3 ปี แอนดรูว์ พร้อมเต็มที่ในการที่จะมีความรัก และสานสัมพันธ์กับผู้หญิงที่เขาคิดว่าเหมาะสม และตรงสเปก เขาพร้อมที่จะเร่งรัดให้ความรักคืบหน้า ตรงข้ามกับ ซิดนี่ย์ ที่อยากให้ทุกๆ อย่างดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า เธอคือนักล็อบบี้ยิสต์ที่ถูกว่าจ้างโดย ''Global Defense Council'' ในฐานะนักวางกลยุทธด้านการเมือง ซึ่งการเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา กล้าคิดกล้าพูด เป็นใบเบิกทางทำให้งานของเธอเดินหน้า เข้าไปอยู่ในใจของสภาคองเกรส ขณะที่บางครั้งก็นำไปสู่ปัญหาปวดหัว ผิดกับ แอนดรูว์ ที่เข้าข่ายพูดน้อยต่อยหนัก ด้วยการยอมรับจากทุกฝ่าย 

 

    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความต้องการส่วนตัวของแต่ละคน สำหรับ แอนดรูว์ แล้วมันคือการทำยังไงก็ได้ให้สภายอมรับร่างกฎหมายที่จะทำให้เขาได้รับเลือกกลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกสมัย ขณะที่ ซิดนี่ย์ ความต้องการส่วนตัวของเธอการทุ่มแรงกาย ผลักดันให้สภาอนุมัติผ่านกฎหมายที่จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม  

    ท่ามกลางความอยากรู้อยากเห็นของสื่อ การแทรกแซงของเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว และ โรเบิร์ต รัมซั่น (ริชาร์ด ดรายฟัสส์) ศัตรูทางการเมืองตัวฉกาจ ที่พยายามขัดขวาง ทำตัวเป็นอุปสรรคต่อความรักครั้งนี้ แต่ความขัดแย้งหลักๆ ของทั้ง 2 คน กลับอยู่ที่แรงจูงใจของแต่ละฝ่าย ในการพยายามผลักดันกฎหมายผ่านสภาคองเกรส แต่ก็อย่างที่เกิดขึ้นกับความรักบนความแตกต่างหลายๆ คู่ สิ่งที่จำเป็นต้องมีก็คือ...การประนีประนอม       

    ด้วยทีมนักแสดงชั้นยอดนำมาซึ่งสีสันที่น่าติดตามตลอดทั้งเรื่อง แอนเน็ตต์ เบนนิ่ง สวมบทบาทนักล็อบี้ยิสต์ ได้อย่างเหมาะเหม็ง กับท่าทีดูประหม่าๆ แต่กลับเตะตาต้องใจ และมัดใจประธานาธิบดีได้อย่างอยู่หมัด ขณะที่ ไมเคิ่ล ดั๊กลาส ก็แสดงได้อย่างเข้าถึงความสมดุลที่อ่อนไหว ระหว่างการบริหารประเทศ และเป็นนายใหญ่ (นิดนึง) ในห้องนอน    

    นอกเหนือจาก 2 พระนางแล้ว ทีมนักแสดงสมทบก็มีส่วนอย่างสูง เมื่อทั้ง ไมเคิ่ล เจ. ฟ็อกซ์, มาร์ติน ชีน, เดวิด เพย์เมอร์ ทำหน้าที่ ''เกื้อหนุน'' ดารานำได้อย่างไร้ที่ติ นอกจากนี้ ยังมีใบหน้าที่คุ้นเคยอย่าง ซาแมนธ่า มาธิส, จอห์น มาโฮนี่ย์ และ เวนดี้ มาลิค โดยใครที่เป็นแฟนซีรีส์ ''The West Wing'' น่าจะชื่นชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะว่าเขียนบทโดย อารอน ซอร์กิ้น ที่อยู่เบื้องหลังเนื้อหาดีๆ ของซีรีส์ฮิตเรื่องดังกล่าว และใครที่ติดใจเรื่องราวความรักของนักการเมือง ลองดู ''Maid in Manhatton'' รับรองไม่ผิดหวัง    
    

Honeymoon Seat 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ