เลิฟสตอรี่ประสบการณ์รัก 29 มกราคม 2559 เวลา 07:25

สองเราคู่กัน (7)

( ต่อจากตอนที่แล้ว.. )

 

    ''ส่วนญี่ปุ่นก็ดื่มชามานาน แต่เป็นการบดใบชาสดสีเขียว ชงกับน้ำร้อน มีรสขมนำ พิธีชงชาแบบญี่ปุ่นองค์ประกอบมากมาย ตั้งแต่เครื่องดินเผาที่ใช้ น้ำที่นำมาปรุง กระบวนการบดชงชา ต้องทออย่างพิถีพิถัน ทุกขั้นตอนทุกจังหวะ โดยถือว่าเป็นวิถีศิลปะชั้นสูงที่ชนชั้นปกครองระดับสูง ซามูไรในสมัยยุคฟิวดัล ลูกผู้ชายต้องเรียนรู้พิธีชงชา นัยว่าเพื่อแสวงหาความสงบในใจ การผ่อนคลายให้ใจนิ่ง ไม่ว่าจะออกศึกไปรบหรือกลับมาจากการกรำศึกแล้ว แต่ในปัจจุบันเป็นศิลปะการเรือนชั้นสูงสำหรับผู้หญิง แก้วตั้งใจจะเข้าคอร์สชงชาแบบญี่ปุ่นด้วยนะ อยากรู้ให้หมด'' 

    ''โอ ยอมแล้ว แก้วอินกับชาถึงขนาดนี้ มิน่าถึงอยากทำธุรกิจชานัก'' ชายหนุ่มโคลงหัว แต่สายตาจับสบตาหญิงสาวด้วยเอ็นดู

    ''เอ้า แก้วเล่าเรื่องชามาเยอะแล้ว  ทีนี้พี่โกปี๊เล่าเรื่องกาแฟมั่ง เผื่อแก้วจะมีแนวคิดอื่นบ้าง'' หญิงสาวแย้มยิ้มตั้งใจฟัง

    ''พ่อเคยเล่าให้ผมฟังว่าสมัยที่ก๋งคั่วเม็ดกาแฟเองนั้น ไม่ได้ใช้เม็ดกาแฟล้วนๆ หรอก แต่ผสมเม็ดมะขามที่เผาจนเกือบเป็นถ่านไปด้วย แล้วยังมีน้ำตาลทรายแดงที่ก๋งจะสาดใส่เป็นระยะๆ บางทีเหนียวหนับจับเป็นยางเลยนะ ก่อนจะไหม้ คลุกไปกับเม็ดกาแฟ ทุกอย่างที่ไหม้ก็คือถ่านหรือคาร์บอน เราจึงเห็นว่า กาแฟดำหรือโอยัวะ หรือแม้แต่โอเลี้ยงถึงได้ดำปื๋อออกอย่างนั้น ก็คือสีถ่านนั่นแหละ ในทางการค้า การผสมเม็ดมะขามก็คือการลดต้นทุน เพราะเม็ดกาแฟมีราคาสูง ทำมาแล้วจะไปขายในราคาชาวบ้านไม่ได้ กลิ่นหอมของกาแฟย่อมมีแน่ะ รสชาติก็กล่อมลิ้นได้ตามประสา ว่าไปอีกทีก็เป็นการดี คือกาแฟโบราณสูตรก๋งนั้นเหมือนลดคาเฟอีนไปในตัว และปรกติร่างกายคนเราก็ต้องการคาร์บอนเหมือนกัน โดยคุณสมบัติของคาร์บอนหรือถ่าน มันเป็นสารดูดซับในระบบย่อยขับถ่ายได้ สังเกตซิ เวลาทานอาหารอิ่มมากๆ ตบด้วยกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล จะรู้สึกดีขึ้น นั่นไม่ใช่เพราะคาเฟอีนนะ แต่เป็นคาร์บอนนี่แหละ'' ชายหนุ่มเริ่มอวดภูมิบ้าง

    ''ใครๆ มักคิดว่า ต้นตอของกาแฟมาจากบราซิล แผ่นดินอเมริกาใต้ แต่ มีเรื่องเล่าว่า คนเลี้ยงแพะชาวเอธิโอเปีย ทวีปแอฟริกาต่างหากที่รู้จักกาแฟก่อนชนใดในโลก เขาเห็นแพะกินผลไม้เล็กๆ สีแดง แล้วแสดงอาการคึกคักก็เลยเอามาชิม มันทั้งขมฝาดเฝื่อนแต่ทั้งคืนไม่ง่วงเลย จึงเอาไปให้นักบวชในหมู่บ้านลองบ้าง นักบวชรู้สรรพคุณ แต่กินสดๆ มันเฝื่อนเกินไป เอาไปปิ้งเกิดกลิ่นหอมมาก ที่สุดก็เอาเม็ดที่ไหม้เป็นถ่านไปบดกับน้ำกิน จนกลายเป็นที่มาของกาแฟดื่ม ชาวอาหรับรู้จักดื่มกาแฟมาก่อนพวกยุโรปเป็นร้อยๆ ปีนะ จนในยุคไบเซนไทน์ ที่ตุรกีเป็นศูนย์กลางอารยธรรมที่เชื่อมต่อระหว่างเอเชียแอฟริกากับยุโรป นั่นแหละกาแฟถึงแพร่หลายมาทางโลกตะวันตก พวกฝรั่งไม่เพียงชอบดื่มกาแฟอย่างเดียว แต่มีหัวการค้า เอามาค้าขาย เมล็ดกาแฟกลายเป็นสินค้าราคาแพงในโลกตะวันตก''

    ''การที่บราซิลกลายเป็นประเทศที่ผลิตกาแฟส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก จนกาแฟเป็นสัญลักษณ์ของประเทศนั้น มาจากในศตวรรษที่ 17 สเปนและชนผิวขาวเข้าไปยึดครองแผ่นดินทวีปอเมริกาใต้เป็นอาณานิคม ก็นำเมล็ดกาแฟไปปลูก เพราะกาแฟเป็นพืชเขตร้อน ปรากฏว่าได้ผลผลิตที่ดีอย่างมาก จนประเทศในลาตินอเมริกาแทบทุกประเทศ ปลูกกาแฟขายเป็นสินค้าออก''


( อ่านต่อตอนต่อไป.. )

อ่านเรื่องอื่นๆ