|
|
"พจน์"ลั่นฟ้องแน่!ใครอ้าง"ฟิล์ม"เป็นพ่อ
| 06 ตุลาคม 2553 1:06 น. |
View : 0 Post : 0 |
''พจน์ อานนท์'' ออกโรงป้อง ''ฟิล์ม-รัฐภูมิ'' ลั่นฟ้องแน่หากใครอ้างว่านักร้องหนุ่มเป็นพ่อของลูกชาย ''แอนนี่ บรู๊ค'' โดยที่ยังไม่ตรวจดีเอ็นเอ ด้าน ''แอร์-ภูริทัต'' พี่ชายของนักร้องหนุ่ม แฉ ''แอนนี่'' ใส่ชื่อ ''ฟิล์ม'' เป็นพ่อเด็กแล้ว ทั้งนี้ผู้จัดการส่วนตัว ''ฟิล์ม'' อย่าง ''ณต-ปณต'' ก็หอบหลักฐานการโอนเงินให้แอนนี่มาโชว์ในรายการ ''บอก 9 เล่าสิบ'' ที่โมเดิร์นไนน์ เมื่อ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา
ทำท่าเหมือนจะเริ่มเงียบ สงบลงแต่อยู่ๆ เรื่องของ ''ฟิล์ม'' รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ และ ''แอนนี่ บรู๊ค'' ก็กลับปะทุขึ้นอีกครั้ง... เมื่อทางนักร้องหนุ่มหันหน้าไปพึ่งยาคลายเครียด แต่เกิดใช้เกินขนาดจนทำให้ส่งตัว ''ฟิล์ม'' เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นการด่วน และจากเหตุการณ์นี่เองทำให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับ ''ฟิล์ม-รัฐภูมิ'' เกิดการเคลื่อนไหวเพื่อที่จะเรียกร้องความเห็นใจ ความยุติธรรมให้กับ ''ฟิล์ม-รัฐภูมิ'' นำโดยผู้กำกับฯ ชื่อดัง ''พจน์ อานนท์'', ''โน้ต'' ปณต ชัยจินดา ผู้จัดการส่วนตัวของนักร้องหนุ่ม รวมถึง ''แอร์'' ภูริทัต โตคงทรัพย์ พี่ชายแท้ๆ ของ ''ฟิล์ม''
โดยเมื่อเวลา 17.00 น. ทั้ง 3 คนได้เดินทางมาเปิดใจในรายการ ''บอกเก้าเล่าสิบ'' ณ ช่อง 9 อสมท ซึ่งมี ''หนุ่ม'' กรรชัย กำเนิดพลอย และ ''มดดำ'' คชาภา ตันเจริญ เป็นพิธีกร และงานนี้กองทัพสื่อมวลชนก็ไม่พลาดที่จะรอฟังการเปิดใจ รวมถึงทางออกของหนังชีวิตเรื่องนี้จากปากบุคคลที่อยู่ใกล้ชิด ''ฟิล์ม-รัฐภูมิ'' อย่างแน่นสตูดิโอเลยทีเดียว... เริ่มต้น ''หนุ่ม-กรรชัย'' และ ''มดดำ'' ก็ได้เปิดประเด็นคำถามอย่างตรงไปตรงมากับ ''พจน์ อานนท์'' ว่า
- ลือ ''พจน์ อานนท์'' จัดฉากให้...ทั้งหมด แม่ช็อก การแถลงข่าว ''ฟิล์ม'' กินยาเกินขนาด
''ใช่ครับผมเป็นผู้กำกับฯ ผมกำกับหนังอยู่ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ครับมันเรื่องจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นผมไม่จำเป็นต้องมาจัดฉากอะไร ผมก็มีงานทำของผม ครอบครัวของฟิล์มโดนขนาดนี้จะจัดฉากเพื่ออะไร (ออกมาอย่างนี้ถูกมองว่าดูถูกเพศแม่) ผมไม่ได้ดูถูกเพศแม่ผมก็พูดไปหลายครั้งแล้วว่าผมไม่ได้ดูถูกเพศแม่ ผมแค่มาหาความจริงให้กับกับสังคมให้กระจ่างแค่นั้นเอง ถ้าผมช่วยเพศแม่ก็ช่วยเพศพ่อด้วยเพราะเพศพ่อก็ลำบากเหมือนกัน จริงๆ ผมอะจบ จบไปตั้งนานแล้วแต่พอมีรายการๆ หนึ่งเอามาออกผมถึงออกมาพูดอีกไง จบแต่มันยังไม่มีความจริงออกมามันยังไม่มีการตรวจดีเอ็นเอ วันนี้ผมจะสรุปให้ว่าเรื่องของฟิล์มนะจะจบยังไงในด้านฝ่ายชาย ผมก็ได้คุยกับฟิล์มมาแล้วด้วยว่าอยากจะให้จบยังไง ผมก็จะมาสรุปเรื่องของฟิล์มเหมือนกันว่าจะเอายังไง และมันมีการโอนเงินชัญชีชื่อนั่นนี้มาก็เลยชวนน้องๆ มาด้วย (พี่ชาย และผู้จัดการส่วนตัว) เพราะเดี๋ยวจะหาว่าผมอะไรอีกจะให้ร้ายคนเราพูดอะไรต้องมีหลักฐาน''
- ผู้จัดการส่วนตัวยัน ''ฟิล์ม'' ดูแลรับผิดชอบ ''แอนนี่'' ตลอด
''คือตั้งแต่รู้เรื่องก็มีการโทร.คุยกันตลอด คุณแม่ก็เข้าไปคุยตลอดอย่างที่คุณแม่ให้สัมภาษณ์ไปเค้าก็มีเบอร์ของผม ฟิล์ม คุณแม่ เค้าก็โทร.มาตลอดผมไม่เคยปิดโทรศัพท์อยู่แล้ว ถ้าฝ่ายหญิงต้องการอะไรก็บอกผม ผมก็จะไปบอกฟิล์ม ทั้งเรื่องเงิน เรื่องย้ายคอนโดฯ เรื่องคลอดลูกด้วยเค้าก็โทร.มาบอกผมว่าขับรถไม่ไหวแล้วก่อนที่จะถึงกำหนดคลอดซึ่งผมพาเค้าไปเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนคลอด (แต่เค้าบอกขับไปเอง) ใช่คือมันเป็นคำถามของทุกคนว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมฟิล์มทำแล้วไม่รับผิดชอบ ทำให้เป็นตราบาปกับฟิล์ม แต่ผมไม่ได้ไปวันคลอดเพราะเค้าบอกว่าจะไปอยู่ที่คอนโดฯ เพื่อนย่านพระราม 9 เพราะเค้าคลอดรพ.ปิยเวช ผมก็บอกว่าโอเคมีอะไรโทร.หาผมเต็มที่นะพร้อมเสมอ ซึ่งวันนั้นแม่ทางผู้หญิงก็ไปด้วยครับ คุณแม่ฝ่ายหญิงก็รู้ว่ามีกรณีกับฟิล์ม ''
- เม้าท์ที่เรื่องแดงเพราะ ''ฟิล์ม'' ไม่ให้ค่าเลี้ยงดูตามที่ ''แอนนี่'' เรียกเดือนละ 5 หมื่น. ผจก.งัดหลักฐานโอนเงินโชว์
''เรียก 5 หมื่น เค้าไม่ได้เรียกนะแต่เค้ามีความจำเป็นต้องใช้เค้าแจ้งมาว่าด้วยความที่เค้าอยู่กับบ้านไม่ได้ทำงาน1ปี เค้าก็บอกว่าฟิล์มช่วยเค้าได้มั้ย ฟิล์มก็โอเคไม่ได้ปฏิเสธยินดีที่จะให้เงินก้อนที่เค้าเรียกมา 5 หมื่นผมโอนให้เค้าด้วยโอนเค้าบัญชี ''ฐิฏิพร เสฏฐภูมิ'' (ไม่ใช่ชื่อแอนนี่) ผมไม่ทราบว่าชื่อเค้าหรือเปล่าเพราะเค้าเมสเซจมาให้ผม ผมก็มีหลักฐาน ก้อนแรกโอนไป 2 หมื่น แล้วก็มียอดแสนห้าที่เค้าบอกจำเป็นต้องใช้เป็นค่าคลอดน้องซึ่งฟิล์มก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย ผมถามหน่อยว่าลูกผู้ชายที่โดนกล่าวหาว่าท้องกับคุณแล้วฟิล์มก็ดูแลทุกอย่างไม่ว่าจะส่งผม ส่งแม่ไปดูแลก็พยายามจะทำให้เรื่องดีที่สุดแล้วนะ คือเค้าบอกเค้าไม่ทำร้ายแต่สิ่งที่เค้าพูดไปผมไม่ทราบนะแต่ผลกระทบมีต่อตัวฟิล์มมหาศาล''
- ''พจน์'' จวก ''แอนนี่'' ให้ข้อมูลไม่ตรง
''แต่ครั้งแรกเค้าไม่ เค้าบอกว่าออกจากบ้านไม่ได้เลย เค้าออกรายการ 2 รายการมันไม่ตรงกันเลยคำตอบไม่ตรงกันเลย 2 รายการ''
- พี่เผย ''ฟิล์ม'' สุดเครียดตกเป็นจำเลยสังคม
''ไม่ได้ไปไหนเลยคือตัวเค้าเองพยายามจะออกไปหาอะไรทานนะ แต่พอออกไปแล้วทนรับสายตาของสังคมไม่ไหวผมถามหน่อยว่าฟิล์มผิดอะไร ลูกผู้ชายคนนึงที่หาว่าไม่รับผิดชอบแต่เค้าทำได้ดีที่สุดแล้วเงินแสนห้าโอนไปโดยที่ยังว่าใช่หรือเปล่าคือเค้าก็ทำดีที่สุดแล้ว โอเคไม่มีค่าคลอดฟิล์มก็ช่วย''
- แต่ฝ่ายหญิงยันมี ''ฟิล์ม'' แค่คนเดียว
พจน์ : ''ก็สาเหตุนี่ไงที่ต้องตรวจดีเอ็นเอ''
ผจก. : '' มันเป็นสาเหตุที่เค้าสองคนไม่ได้คุยกัน การที่เค้าไม่คุยกันไงตอนนั้นเป็นผู้จัดการคนเก่าคือพี่หนึ่ง แต่ผมมารู้ตอนนี้มีคนที่กองละครมาบอกผมว่าท้องกับฟิล์ม วันนั้นน้องมึนไปเลย เรื่องนี้มีคนรู้แค่ป๋า แม่ แอร์ และผมทั้งบ้านรู้แค่นี้จริงๆ ครับ อยากให้แอนนี่เห็นใจน้องอยากให้ออกมาตรวจดีเอ็นเอ''
- พี่ชายลั่น ''ฟิล์ม'' ไม่ได้ฆ่าตัวตาย
''ต้องบอกว่าฆ่าตัวตายไม่มีทาง ไม่มีทางครับเป็นไปไม่ได้ แต่ยาที่กินไปน้องเค้ากินไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์มากกว่า ด้วยความที่น้องเครียดมากวันที่ฟิล์มโทร.มาร้องไห้โฮกับเฮียผมก็อยู่ผมก็นั่งดูอยู่ ผมที่ออกมาแถลงข่าวผมก็อยู่เค้าไม่อยากร้องไห้ให้แม่เห็นเพราะเค้าเป็นเสาหลักของครอบครัวแต่อยู่ๆ เค้าต้องโดนงดงานเค้าก็มาร้องกับผม ผมก็ไม่เข้าใจว่าเค้าผิดตรงไหน''
- ''แอร์-ภูริทัต'' คลายปมเหตุ ''คุณแม่'' และ ''ฟิล์ม'' ต้องหอบกันไปรักษาที่รพ.BMH ในย่านสาธรทั้งๆ ที่บ้านอยู่ห้วยขวาง
''คือบ้านผมไม่เคยมีการเข้ารพ.มาก่อน แล้วล่าสุดแม่ผมเคยไปหาหมอที่รพ.นี้ก็เลยมีเบอร์ แล้วพอวันนั้นเห็นน้องนอนนิ่งไม่ขยับผมก็ตกใจก็เลยทำไรไม่ถูกผมก็คว้าโทรศัพท์โทรปรึกษาหมอของรพ.อ่านชื่อยาให้เค้าฟังเค้าก็บอกเดี๋ยวรีบส่งรถพยาบาลมารับทันที (ฟิล์มทายาไปกี่เม็ดในตอนนั้น) ผมไม่ทราบนะไม่ได้นับแผงแต่รู้ว่าแผงหนึ่งเหลือประมาณ 2 เม็ด''
- ''พจน์'' ลั่นฟ้องแน่! หากใครมาหาว่า ''ฟิล์ม'' เป็นพ่อเด็ก
''ต้องการมาสรุปเรื่องของฟิล์ม ในเมื่อไม่มีการตรวจดีเอ็นเอเกิดขึ้น ไม่มีการพิสูจน์ว่าลูกคนนี้เป็นลูกของฟิล์ม ต่อไปนี้ไม่ว่าองค์การใดๆ หรือใครออกมาพูดว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของฟิล์มผมก็ฟ้องทันทีเลยหมิ่นประมาท ผมปรึกษากับทนายความมาแล้ว และได้คุยกับฟิล์มรอให้ฟิล์มออกจากโรงพยาบาลก็จะแถลงอีกครั้งเพราะเรื่องจะได้จบมีผม มีทนาย และฟิล์ม ต่อไปนี้ถ้ามาบอกว่าเป็นลูกของฟิล์มผมก็จะฟ้องทันทีเพราะมันยังไม่มีการพิสูจน์อะไร ผมก็มีสิทธิ์นะในฐานะผู้ปกครอง ฟิล์มโอนมาให้ผมแล้วผมแจ้งความฟ้องได้เลยไปแจ้งความที่โรงพักคือผมไม่ได้เสื_กไม่ได้อะไรแต่แค่อยากที่จะให้ฟิล์มมีสิทธิ์ที่จะป้องกันตัวเอง''
- ถูกมองเหมือนเป็นการทำร้ายเด็ก
''เราช่วยเด็กเราช่วยให้เด็กเค้ามีพ่อ ซึ่งฟิล์มเองก็พูดตลอดว่าฟิล์มเลี้ยง ใช่ไม่ใช่ก็เลี้ยง นี่ขนาดยังไม่พิสูจน์ยังช่วยขนาดนี้เลยแล้วคุณจะไปอะไรกับมันอีก นี่แหละไม่ว่าใครพูดก็จะฟ้องแล้วก็พาฟิล์มบวชแล้วเงียบ ให้เงียบแล้วฟิล์มจะบวชแล้วเลิกพูด ตราบใดไม่มีการตรวจดีเอ็นเอแล้วมาพูดอีกฟ้องแน่''
- ''พจน์'' ขออยากให้เรื่องจบ
''เรื่องจบคือเงียบแล้วก็ให้ฟิล์มทำงานไปให้มันไปช่วยพ่อทำแอร์ ไปช่วยแม่ทำผมให้มันไปหางานทำเพราะเฮียไม่งานมันทำแล้ว เรื่องนี้นะถ้าเรื่องสรุปจบลงแล้วใครได้ผลประโยชน์มากที่สุดให้จับตาดู''
- ผู้กำกับฯ ดังไม่พาดพิง 2 กะเทย
''ไม่ใช่ๆ ผมหมายความว่าถ้าเรื่องไม่ยุ่งถ้าไม่มีสองกะเทยอยากหาเงินซื้อกระเป๋า (หมายถึงเฮเลน และ เอ-ศุภชัย หรือเปล่า) ผมไม่ได้พูดๆ ก็มีกะเทยที่วประเทศไทยอยากหาเงินซื้อกระเป๋าทั้งนั้น มันอยู่ที่ราคากระเป๋าเท่านั้นเองแต่ผมไม่ได้เอ่ยชื่อนะ ผมไม่ผิด''
- ขอบคุณ ''เมธี'' ออกมาพูดความจริงก่อนวอนเฮียฮ้อให้โอกาส ''ฟิล์ม'' ทำงาน
''อีกเรื่องหนึ่งนะตัวละครที่พูดบ่อยๆ ดาราสีแดงนะคุณเมธีอะเค้าออกมาพูดแล้วว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไรคุณเมธีก็เชื่อถือได้ก็ขอบคุณเมธีที่เป็นลูกผู้ชาย และก็ต้องขอเฮียฮ้อให้งานน้องมันเถอะให้มันกลับไปซ่อมแอร์ ทำผม ทำเล็บมันคงทำไม่ได้แล้วล่ะ
- พี่ชายลั่นขอความยุติธรรมให้น้อง
''ต้องบอกว่าให้ติดตามดูต่อไปให้เห็นใจผู้ชายบ้าง มีเมตตาในสังคมดีครับแต่ต้องมีตวามยุติธรรมด้วย''
หลังจากที่ทั้งสามคนได้ชี้แจงในรายการ ''บอกเก้าเล่าสิบ'' ไปแล้ว ทั้ง ''พจน์ อานนท์'', ''แอร์-ภูริทัต'' รวมถึงผู้จัดการส่วนตัว ''โน้ต-ปณต'' ก็ได้เปิดใจกับเหล่าสื่อมวลชนที่ไปรอสัมภาษณ์อีกครั้งอย่างละเอียดถึงอีกหลายประเด็นที่ยังคงคาใจกันต่อ
แอนนี่เค้าอาจจะคิดว่าที่ไม่ไปตรวจกลัวผลมันจะเคลื่อนหรือเปล่า?
แอร์ : ''เอาคนที่คิดว่าเชื่อใจที่สุดเลยมั้ยครับ หมอพรทิพย์เอามั้ยครับหรือว่ายังไง เอาสิบหมอเลยก็ได้เอาทีเดียวเลยมากันดูก็ได้ หมอไหนก็ได้ครับ อิทธิพลบางทีมันใช้กับทุกอย่างไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าบ้านคงไม่อิทธิพลขนาดนั้นก็มาจากคนจนๆหมือนกัน ใช่ตอนนี้อาจจะมาดัง เด็กหน้ารักออกขนาดนั้นถ้าใช่ก็เลี้ยงไม่ใช่ก็เลี้ยง ซึ่งฟิล์มมันก็พูดตลอด''
หลายคนอาจจะคิดว่าฟิล์มเข้าโรงพยาบาลเป็นการสร้างเรื่อง เพราะไม่มีแพทย์ออกมาแถลงข่าวเลย?
แอร์ : ''มีนะ มีติดบร์อด ซึ่งหมอก็เซ็นไว้ให้ เพราะถ้าเกิดว่าจะแกล้งกันจริงๆนะครับ ไม่ต้องกินยาเข้าไปแล้วบอกว่าเป็นก็ได้ถูกมั้ย แต่นี่หมอบอกว่าถ้ามาช้าอีกหน่อยเดียวตายไปแล้ว''
ตอนที่คลอดเด็กเราได้เห็นใบเเจ้งเกิดมั้ย?
แอร์ : ''ไม่ได้เห็นครับ เพราะไม่รู้ว่าเค้าจะทำอะไรกับเรา ถ้าเด็กเกิดวันนี้ก็ต้องให้พ่อกับแม่เด็กไปด้วยสิ ไม่ใช่แอบไปคลอดก่อน พอแอบไปคลอดเสร็จปุ๊บก็รอกลับไปบ้าน แต่นี้อ้างว่าอยู่กับเพื่อน กับแม่ เค้าบอกว่าอย่ามาเลย ไม่ให้ไป มันต้องมีลับลมคมในแล้ว ถ้าไม่เช่นนั้นจะแอบไปคลอดหรอ''
เค้าแจ้งมั้ยว่าเค้าใส่ชื่อพ่อของเด็กลงไปว่าเป็นใคร?
แอร์ : ''เค้าบอกในรายการนะว่าไม่ได้ใส่ แต่มีคนมาบอกว่าเป็นชื่อ "ฟิล์ม-รัฐภูมิ" แต่ฟิล์มไม่ได้เซ็นไงครับ แต่ใส่''
แล้วที่มีคนบอกว่าใบเกิดเป็นชื่อฟิล์มล่ะ?
แอร์ : ''มีครับมีคนบอก แต่ไม่มีหลักฐานที่แน่นอน''
แล้วข้อสรุปตรงที่จะฟ้องล่ะจะมีไปคุยกับทางเฮียมั้ย?
พจน์ : ''ผมไม่อยากเอาเฮียมาเกี่ยวด้วยแล้ว เพราะเฮียเป็นผู้ใหญ่ ผมนี่แหละเป็นตัวแทนของฟิล์มว่าฟ้องแน่นอน อย่างพี่สมรักษ์กับเฮียเป็นผู้ใหญ่เค้ามีข้อมูล ถึงออกมาพูดคนก็ไปว่าเค้า''
แสดงว่าจะฟ้องจริง?
พจน์ : ''ถ้าน้องออกจากโรงพยาบาลแล้วเราก็จะปรึกษาทนาย ตอนนี้ถ้ามีคนออกมาพูดไม่ว่าองค์กรอะไรทั้งนั้น หรือว่าน้องฝ่ายหญิงยังพูดว่าเป็นลูกของฟิล์ม โดยไม่มีการตรวจดีเอ็นเอ พี่จะฟ้องแน่นอน แต่ฟิล์มออกจากโรงพยาบาลแล้วจะมายืนยันว่าเรื่องพี่พูดจะเป็นความจริง แล้วก็มีทนาย หลังจากนั้นก็จะให้ฟิล์มบวช''
คือเฮียเค้าจะคืนงานให้แต่ถูกเอาคืนไปแล้ว?
พจน์ : ''คือตอนแรกเค้าคืนไง แล้วพอมีข่าวมาอีก 4 คน เฮียก็เอากลับคืนไปอีก เฮียเค้าก็แคร์สังคมนะ ในเมื่อสังคมว่าฟิล์มผิดก็เลยเอาคืน พอคืนคราวนี้ก็เลยคืนเลย ก็ยังอยากจะขอเฮียฮ้อ คืนงานให้ฟิล์มอีกไง''
ตอนนี้ฟิล์มเป็นอย่างไรบ้าง?
แอร์ : ''ตอนนี้เค้าก็แบบตื่นขึ้นมาก็ยังเบลอๆอยู่ว่าอ้าว อยู่ที่ไหนอะไรอย่างเงี้ยครับ ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรไป ที่มีพูดได้บ้างว่าทำไมเป็นแบบนี้ว่ะ ทำไมอยู่นี่ตื่นขึ้นมาทำไมห้องเปลี่ยนไป''
ฟิล์มเค้าจะออกวันไหน?
แอร์ : ''ผมว่าเค้าเป็นคนแข็งแรงอยู่แล้ว ผมว่าน่าจะออกสักวันสองวันนี้แหละ คอนเฟิร์มครับอาจจะพรุ่งนี้มะรืนนี้ก็ออกได้แล้วผมว่านะครับ เพราะว่าฟิล์มเป็นคนแข็งแรงอยู่แล้ว''
น้องจากเบลอๆแล้วน้องมีอาการอื่นข้างเคียงอีกมั้ย?
แอร์ : ''ไม่ๆครับ เพราะเค้าเป็นคนแข็งแรงอยู่แล้ว ผมว่าไอ้ที่เค้ากินเยอะๆแบบนี้ เพราะว่าเค้านึกด้วยแหละว่าตัวเองเป็นคนแข็งแรงกินเข้าไปแล้วไม่หลับ ก็เลยกินเข้าไปอีก ซึ่งเมื่อวานเค้าต้องแถลงข่าวกับแฟนคลับ เหตุผลเค้าเนี่ยจริงๆเลย ผมรู้ดีก็คือเค้าอ่ะอยากให้ร่างกายออกมาเฟิร์ม ถ้าไม่ได้นอนเมื่อไหร่หน้าจะคล้ำ แล้วแฟนคลับเห็นก็จะทำใจไม่ได้ เค้าต้องร้องไห้อยู่แล้ว เค้าก็ไม่ไหวเหมือนกัน เพราะฉะนั้นฟิล์มจะออกไปเจอแฟนคลับจะไปเจอเพื่อนๆของเค้าเมื่อไหร่ เค้าจะทำตัวให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเจอปัญหาใด ผมคิดว่าที่เค้ากินเพิ่มเข้าไปเพื่อที่จะให้หลับไวๆเพื่อสิ่งนี้หรือเปล่า''
พจน์ : ''แต่พี่คิดว่ามันอยากนอนหลับแล้วไปเลย ส่วนพี่ไล่ไปตายมันก็มีส่วนนะ แบบว่าไม่รับรู้อะไรเลยดีกว่าขอนอนสัก 2 วันแล้วมันเสือกแดกเยอะไง''
ณ ตอนนี้เหมือนเรามั่นใจมากว่าไม่ใช่ลูกฟิล์ม?
พจน์ : ''เราไม่ได้บอกว่าเราไม่หมั่นใจ ถ้าไม่มีการตรวจดีเอ็นเอแล้วยังไปพูดว่าเป็นลูกฟิล์มเราก็ฟ้อง เราไม่ได้มั่นใจ''
พี่แอร์ในฐานะที่เราอยู่กับฟิล์มมาโดยตลอดเวลาสิ่งที่ฟิล์มอัดอั้น?
แอร์ : ''คือเรื่องข่าวนะครับ บ้านผมไม่เคยเครียดครับ ความจริงคือความจริงอดทนไว้ เดี๋ยวมันก็ออกมาเอง แต่ที่เครียดที่สุด คือหนึ่งผู้หลักผู้ใหญ่ไงครับ ไม่ว่าจะเป็นพี่พจน์ เฮียหรือใครก็ตามที่ออกมาโดนกระแสสังคมเละหมด สองแฟนคลับที่คอยให้กำลังใจอยู่ เค้าก็มาให้กำลังใจเรื่อยๆ เค้าก็เป็นทุกครับ เพราะว่ามีคนค่อยห่วงเค้ามาก เค้าก็เป็นทุกข์ตรงนี้มาก แต่ถ้าเรื่องข่าวไม่เครียดหรอกครับ ความจริงคือความจริง จะเป็นเรื่องผู้ใหญ่มากกว่า''
ผู้จัดการส่วนตัว : ''เค้าเป็นคนตั้งใจทำงานครับ งานทุกอย่างเค้าไม่ว่าอัลบั้มงานทุกอย่าง คอนเสิร์ตเอเชียนซอง หรือว่าตัวของกังฟูต่างๆนานาเนี่ยหนังอะไรก็ไม่มีแล้วโดนตัดหมดเลย''
ถ้าบวชน่าจะบวชที่ไหน?
แอร์ : ''ไม่แน่ใจครับ ถ้าวัดแถวบ้านก็มีอยู่แล้วครับ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะให้ไปบวชที่ไหน ผมว่าวันนี้เงียบๆไปรอฟิล์มให้เค้ามาแถลง''
ถ้าหลังจากนี้ฝ่ายหญิงออกมาตอบโต้ล่ะ?
พจน์&ผู้จัดการส่วนตัว : ''ก็อย่าพูดว่าเป็นลูกฟิล์มอีกล่ะกัน อยากพูดอะไรก็พูดครับไม่เป็นไร คือจุดประสงค์น้องเค้าออกมาพูดว่าเป็นลูกของฟิล์ม มันก็เป็นคำถาม''
ล่าสุดเฮียบอกเมื่อไหร่ว่าโดนตัดงาน?
พจน์ : ''ก็ตั้งแต่วันที่พวกเราไปด่าเฮีย วันที่เฮียมาบอกว่า 4 คน ในวันเดียวกันที่เฮียแถลงก็เอาคืนไปอีก ประชาสัมพันธ์เค้าออกมาบอกเอง ยิ่งเฮียยับฟิล์มก็ยับ หลังจากที่น้องเค้าพูดไปสภาพจิตใจน้องเค้าดีขึ้น แต่ที่เฮียสัมภาษณ์ไปคุณสมรักษ์มาโดนด้วย แล้วก็พี่พจน์เต็มๆ เค้าบอกกับผมว่าเค้าไม่สามารถพูดอะไรได้เลย เค้าก็ต้องนั่งอยู่ในบ้าน วิ่งไปวิ่งมาเหมือนหนูถีบจักรอ่ะ คนมันออกมาทำงาน 30 วันมันแบบทำทุกวัน เนี่ย 20 วันแล้วมั้งที่ต้องวิ่งไปวิ่งมาอยู่บ้าน กินนอน กินนอนอยู่แค่นี้ มันยุติธรรมแล้วหรอ''
อาร์เอสตัดงานทุกอย่าง?
พจน์ : ''ทุกอย่าง เพราะเค้าเห็นว่าฟิล์มสภาพเต้นแรงเต้นกาไม่ได้แล้ว ก็เลยยังไม่มีกำหนด หลายๆอันที่ติดสัญญาอยู่เค้าก็ยังคุยกันอยู่ครับ ก็อย่าให้เฮียฮ้อใจไม้ไส้ระกำเลย ขอให้ฟิล์มมันเถอะ''
ถ้าเกิดว่าเค้าเรียกร้องโทร.มาขอเงินอีกล่ะ?
พจน์ : ''ก็ทนายความเลย คุยกับทนายไม่ใช่ลูกฟิล์มแล้วก็ต้องบอก คนอื่นเค้ายังบินหนีไปเลย ปกติยังไงก็ช่วยครับแต่เค้าออกมาเองว่าเค้าไม่ต้องการ ตอนนี้ยังติดต่อกันไม่ได้ซะมากกว่า ถ้าเอาเด็กมาก็ไม่เป็นไรครับ เพราะผู้หญิงตอนนี้ถ่ายแบบ 2 เล่มน้า พ็อกเกตบุ๊กอีก''
ครอบครัวเรารู้สึกยังไงบ้างกับน้อง ฑีฆายุ?
แอร์ : ''พ่อผมพูดไปแล้วว่ามันใช้ความรู้สึกไม่ได้ เราจะรู้ได้ยังไงว่าใครเป็นลูกใคร เราใช้ความรู้สึกเองได้หรอครับ เด็กหน้าเหมือนคนอื่นตั้งเยอะตั้งแยะ แต่นี่ดูแล้วไม่จะเหมือน แต่เด็กอาจจะเหมือนตอนโตก็ได้ไม่มีใครรู้''
|
ร่วมแสดงความคิดเห็น |
|
|
ข่าวอื่นๆ ในหมวด |
|
|
|