|
|
"แจ้ส"ขอโทษยกมือไหว้"ปอย"ขออโหสิกรรมให้คนเลียนเสียง
| 01 กรกฎาคม 2553 1:23 น. |
View : 0 Post : 0 |
'ปิดศึก 2 สาวทิฟฟานี่ แจ๊สยอมขอโทษยกมือไหว้ปอย แท็กทีมแจงสื่อเป็นเรื่องเข้าใจผิด ปัดสร้างกระแสรับงาน ปอยย้ำเรื่องคลิปขอพิสูจน์ต่อ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ส่วนแจ๊สบอกอโหสิคนเลียนเสียงปอย บอกยกโทษให้ เพราะมีปัญหาทางจิตแน่
' ยังคงเป็นเรื่องราวที่ถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง สำหรับข่าวคราวเกาเหลาชามโตของ 2 สาวประเภทสอง ที่มีดีกรีเป็นถึงมิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส ''ปอย'' ตรีชฎา มาลยาภรณ์ และ ''แจ๊ส'' สรวีย์ นัดที หลังจากที่ทั้งคู่เกิดมีข้อพิพาท เกี่ยวกับกรณีมีคลิปเสียงสนทนาที่ถูกอ้างว่าเป็นเสียงของทั้งคู่หลุดออกมา โดยบทสนทนาดังกล่าวเป็นการโต้คารมกันแบบดุเดือด ถึงพริกถึงขิง ซึ่งหลังจากที่มีเสียงออกมา สาวแจ๊สก็ยอมรับว่า เป็นเสียงของตนจริง ส่วนฝั่งปอยเองกลับเถียงแบบหัวชนฝาว่า ยังไงก็ไม่ใช่เสียงตน โดยยืนยันว่า จะขอพิสูจน์ว่าเสียงดังกล่าวไม่ใช่ของตนเอง
'ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสได้พบปอย และ แจ๊ส ในงานแฟชั่นโชว์เครื่องประดับ ครั้งที่ 4 ที่จัดขึ้นที่โรงแรมสุโขทัย วันก่อน ซึ่งทั้งคู่ยินยอมที่จะเปิดใจโดยให้สื่อสามารถซักถามทั้งคู่พร้อมกัน ได้ ผู้สื่อข่าวเปิดประเด็นแรก ด้วยการซักถามถึงข่าวคราวเกาเหลาที่เกิดขึ้นกับทั้งคู่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง โดยทั้งสองต่างนิ่งเงียบในคำถามแรก จนผู้สื่อข่าวต้องบอกให้ปอยเป็นผู้ตอบคำถามก่อน โดยปอยตอบว่า ตนนั้นไม่เคยทะเลาะกับแจ๊สแต่อย่างใด เพียงแต่มีเรื่องเสียงคลิปที่ออกมาทำให้เป็นข่าวขึ้น ปอยไม่เคยโกรธ เออ ไม่ใช่ซิ ไม่เคยทะเลาะกันเกาเหลากันต่างหาก ที่ปอยได้ยินมาก็มีแต่เรื่องเสียงคลิป ซึ่งก็ไม่ใช่ปอยเหมือนกัน ถามว่าเคยทะเลาะกันมั้ย ก็ไม่เคย''
'ด้านแจ๊สกล่าวว่า ตนเองก็ไม่ได้มีอะไรบาดหมางกับปอยเป็นการส่วนตัว มีก็ตรงเรื่องคลิปนี่แหละ ''ก็ไม่มีอะไรเป็นการส่วนตัวกันอยู่แล้ว ก็ไม่ได้ทะเลาะกัน ก็อย่างที่ปอยบอก ก็เป็นกรณีของคลิปค่ะ''
'ข่าวที่ออกมาอย่างนี้เป็นการสร้างกระแสหรือเปล่า ผู้สื่อข่าวถาม แจ๊สกล่าวว่า ''ไม่ได้อะไรค่ะ ไม่ได้อะไร''
'ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ก่อนหน้านี้ปอยเคยยืนยันว่า จะไม่ออกมารับงานร่วมกัน แล้วทำไมวันนี้ถึงออกมา ปอยตอบว่าที่ออกมารับงานร่วมกับแจ๊สเป็นเพราะผู้ใหญ่ที่จัดงานขอร้อง ''ถามคนจัดงานก็ได้ค่ะ พอดีปอยได้คุยกับเขา หลังจากวันที่ปอยให้สัมภาษณ์ไป ปอยก็ขอพี่ที่จัดงานเขาว่า ปอยไม่ขอรับงานนี้ได้ไหม เราก็พยายามขอเขาล่วงหน้า ไม่ใช่ไม่อยากเจอหน้าแล้วบอก คือปอยไม่อยากเป็นกระแสในเรื่องที่เราไม่ได้ทำ แต่ว่าทางพี่ที่จัดงาน เขาก็บอกให้ช่วยเขาหน่อย เขาเองก็เซ็นสัญญากับลูกค้าไปแล้ว เขาก็บอกให้เราช่วยเขาหน่อย สุดท้าย ปอยก็มาวันนี้ ปอยก็มาด้วยใจจริงๆ''
'ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ทำไมไม่อยากรับงานที่มีกระแส ปอยกล่าวว่า ตนไม่อยากรับงานที่มีกระแส เพราะไม่ยากตอบคำถามคน เพราะภาพที่ออกมามันเหมือนเกาเหลากัน ''ไม่ใช่ไม่อยากรับงานที่มีกระแสค่ะ คือตอนนี้มันมีหลายกระแส ไปที่ไหนคนก็ชอบถามว่า ทะเลาะกันเหรอ ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ทะเลาะกันเลย คนไม่ได้คิดว่า เรามารับงาน ภาพมันไม่ได้ออกมาว่าเป็นพี่น้องกัน แต่มันกลับออกมาว่าเราเกาเหลากัน ซึ่งจริงๆ แล้วเราไม่ได้ทะเลาะกัน มันไม่จริง ส่วนเรื่องคลิปเสียงเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด ซึ่งมันสามารถพิสูจน์ได้ ซึ่งทุกคนก็พร้อมพิสูจน์''
'ผู้สื่อข่าวหันไปถามแจ๊สว่า ยังติดใจเรื่องคลิปเสียงอยู่หรือเปล่า แจ๊สตอบว่า ตนนั้นไม่ได้ติดใจตั้งแต่ต้นแล้ว ซึ่งเรื่องนี้คงต้องพิสูจน์กันต่อไป ''หนูเคยบอกไปว่า หนูไม่ได้ติดใจตั้งแต่ต้น และก็ไม่เคยบอกว่า เป็นเสียงพี่ปอย บอกแต่ว่ามันมีคนปลอมเป็นพี่ปอย พูดกับพี่ปอยตรงนี้ เมื่อกี้ก็ได้คุยกับผู้ใหญ่ของพี่ปอย คือถ้าเคลียร์กันไม่ลงตัว ก็ต้องมีการพิสูจน์เพื่อความสบายใจของทั้ง 2 ฝ่าย
'ต่อข้อถามที่ว่า ในเบื้องต้นจะสามารถพิสูจน์ยังไงได้บ้าง แจ๊สตอบว่า ''ตรงนี้ต้องถามพี่ปอย เพราะเห็นพี่ปอยบอกว่าต้องการพิสูจน์''
'ปอยกล่าวในเรื่องนี้ว่า ''คือที่ว่าต้องพิสูจน์เนี่ย คือเรื่องของเสียง คือปอยได้ปรึกษาผู้ใหญ่ก่อนหน้านี้ว่า ถ้าเสียงไม่ใช่ของเรา ตอนที่ปอยฟังเสียงก็คล้ายเสียงปอยนะ แต่ก็ไม่ใช่เรา คนอื่นฟังก็รู้ว่าคล้าย แต่ส่วนใหญ่จะรู้ว่าไม่ใช่เรา อาจจะมีการเข้าผิดกันได้ เพราะว่ามันคล้าย อยากรู้ว่ามันสามารถเปรียบเทียบคลื่นเสียงได้ไหม เพราะกรณีแบบนี้มันสามารถเกิดขึ้นกับหลายๆ คนมาแล้ว ซึ่งไม่น่าจะพิสูจน์ยาก ถ้าพิสูจน์ได้ก็ดี คนจะได้ไม่มองว่าเราทะเลาะกัน เป็นคนอื่นที่แอบอ้างไม่ใช่ปอย''
'ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ปอยกับแจ๊สเคยมีการโทร.คุยกันบ้างหรือไหม ปอยตอบว่า ''แจ๊สเคยโทร.หาปอยครั้งนึง''
'ส่วนแจ๊สตอบว่า ''ครั้งแรกเลยที่แจ๊สเคยโทร.หาพี่ปอย ตั้งแต่มีกระแสข่าว อันนั้นแจ๊สโทร.หาพี่ปอยจริงๆ หนูขอโทษพี่ปอยนะ ที่กระแสข่าวออกมาแบบนี้ ที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง บอกพี่ปอยอย่างนึงว่า พี่ปอยมีบทบาทหน้าสื่อมากกว่าแจ๊ส ให้ข่าวช่วยแจ๊สหน่อย เพราะคนมองแจ๊สไม่ดี หลังจากนั้นก็เงียบไป เคลียร์กันเรียบร้อย อยู่ๆ ก็มีกระแสข่าวขึ้นมาอีก''
'ต่อจากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่า จะเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์เมื่อไหร่ ปอยตอบว่า ภายในเดือนหน้า ตนได้ปรึกษาตำรวจ ตำรวจบอกว่าต้องเป็นคดีอาญา แต่ตนไม่ต้องการให้เป็นคดี ตำรวจเลยแนะนำให้พิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ''ภายในเดือนหน้า ทีแรกปอยเข้าไปคุยกับกองปราบ เขาบอกว่าคดีแบบนี้ถ้าสมมติว่า ปอยอยากเอาเรื่องก็จะเป็นคดีทางอาญา ซึ่งปอยต้องรวบรวมพยานหลักฐาน โดยใช้ทนายว่าปอยเสียหายอย่างไรบ้าง ปอยเองไม่ได้อยากจะฟ้อง เพราะแจ๊สเองก็เป็นคนเสียหาย เขาโดนคนที่แอบอ้างว่าเป็นปอยโทร.มาว่าเขา ฉะนั้น ปอยแค่อยากจะพิสูจน์ว่า มันไม่ใช่เสียงปอย เขาก็บอกว่ามันทำไม่ได้ ตำรวจจะทำในเมื่อเป็นคดีอาญาเท่านั้น เขาก็ให้คำแนะนำว่าปอยต้องไปปรึกษานิติวิทยาศาสตร์ ตอนนี้ก็ปรึกษาพี่เก่งที่ทำงานอยู่ ได้เบอร์มาจากพี่ทีมงาน DSI อีกที ปอยเข้าใจว่า เรื่องนี้ทั้งปอยและแจ๊สก็โดนด่า โดนเข้าใจผิดในสังคม อยากให้คนเห็นใจทั้งแจ๊สและปอย''
'หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้หันกลับไปถามแจ๊สในประเด็นที่ก่อนหน้านี้แจ๊สออกตังแรงว่า ค่อนข้างเชื่อว่าเสียงดังกล่าวเป็นเสียงปอย แจ๊สกล่าวว่า ตนนั้นเป็นคนจริงใจ เลยพูดไปตามความรู้สึก ในแบบที่มีคนโทร.มาด่า ''นิสัยแจ๊สเป็นคนตรง จริงใจ รู้สึกอะไรก็พูดไปเลย ถ้ามีคนโทร.มาด่า และเป็นคนที่รู้จัก ตามความรู้สึกจริงๆ แจ๊สเป็นคนไม่ใช่ต้นไม้ แต่แจ๊สบอกว่ารอวันนึงที่เรา 2 คนต้องออกมาคุยกัน เหมือนวันนี้เรา 2 คนก็ได้คุยได้ ก่อนหน้านี้อาจจะมีเรื่องไม่สบายใจทั้ง 2 ฝ่าย เราก็เครียด''
'เมื่อแจ๊สตอบผู้สื่อข่าวอย่างนั้น จึงได้ถามเจ้าตัวต่อว่า เป็นเพราะปอยเอาจริง จะดำเนินคดีหรือเปล่า เราเลยถึงต้องออกมาพูด แจ๊สตอบว่า ''แจ๊สยินดีค่ะ ถ้าพี่ปอยให้การฟ้องศาล หรือดำเนินการทางด้านกฎหมาย แจ๊สพร้อมจะรวบรวมหลักฐานทุกอย่างเป็นส่วนสนับสนุนให้กับพี่ปอย เพราะเป็นความสบายใจของทั้ง 2 ฝ่าย จะได้ลบคำสบประมาทว่า แจ๊สสร้างกระแสข่าวว่า แจ๊สต้องการทำร้ายพี่ปอย แจ๊สไม่เคยมีเจตนาแบบนั้น''
'เรียกว่ารวมพลังเอาผิดคนที่โทร.มาใช่ไหม ผู้สื่อข่าวถาม แจ๊สตอบว่า เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกัน เพื่อจะหาข้อยุติ นอกจากแจ๊สยังได้กล่าวถึงคนที่โทร.มาเลียนเสียงปอยว่า ตนนั้นได้อโหสิให้แล้ว ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร ''ก็ต้องช่วยกันค่ะ ณ เวลานี้คือเราก็ต้องช่วยกันหาข้อยุติ คนแบบนี้เป็นปัญหาให้กับสังคม สงสารคนที่โทร.มา เขาเป็นคนที่มีปัญหาจริงๆ อาจจะมีปัญหาทางจิต ต่อให้เกิดเรื่องหรือไม่ แจ๊สอโหสิให้คนที่เขาโทร.มา แจ๊สไม่จองเวรกับเขา อย่างน้อยแจ๊สก็ไม่ได้ทำกรรมเพิ่ม''
'ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนที่รับโทรศัพท์แล้วทำไมไม่รีบโทร.ไปเคลียร์กับพี่ปอยก่อน ทั้งที่เราก็รู้จักกัน แจ๊สตอบว่า ''หนูโทร.แล้วค่ะ''
'ปอยกล่าวเสริมว่า ''ตอนที่แจ๊สที่มาหาปอย คือตอนนั้นปอยได้ยินข่าวลือมาประมาณ 2 เดือนว่า มีคลิปเสียง ส่วนตัว ก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องจริง ปอยก็รอจนกว่าน้องเขาจะโทร.มา ถ้าเราโทร.หาน้องเขาก่อน เหมือนเป็นเรื่องหรือเปล่า เพราะเราก็ไม่ได้โดน รอเขาโทร.มา เราได้ยินจากคนอื่นตลอด เราก็ถามพี่เลี้ยงเราชื่อพี่ชาติ ก็สนิทกับพี่เลี้ยงของแจ๊ส พี่เลี้ยงหนูเองยังไม่ทราบเรื่องเลย ข่าวลือนี้มาจาก ฟิล์ม (มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2007) ไปสัมภาษณ์ได้เลย มีอยู่ครั้งนึงอยู่กับ ฟิล์ม, พี่เบิร์ด (มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2003) ด้วยทั้งวัน ทานข้าวกัน 3 คน อยู่ดีๆ ก็มีบีบีส่งมาหาฟิล์มบอกว่า ''ฟิล์ม ปอยเพิ่งโทร.มาด่าแจ๊สอีกแล้วเมื่อ 5 นาทีที่แล้ว'' ซึ่งปอยอยู่กับฟิล์มตลอดเวลาเลย ซึ่งฟิล์มเองเขาก็ตลก เขาเป็นพยานให้ปอยได้''
'แจ๊สกล่าวต่อว่า ''แล้วอีกเรื่องนึงที่แจ๊สไม่ได้โทร.ไปฟื้นฝอยหาตะเข็บตั้งแต่ต้นคือ หนูไม่ได้ปักใจเชื่อว่า เป็นพี่ปอยตั้งแต่แรก หนูคิดว่าคนโรคจิตคนนึงโทร.มาหาหนูด้วยซ้ำ คิดว่ามีคนเจตนาร้ายที่อยากให้เราสองคนทะเลาะกัน''
'ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ก่อนหน้านี้แจ๊สเคยเอาคลิปมาให้ปอยฟังก่อนหลุดออกมาใช่หรือไม่ ปอยรีบตอบปฏิเสธว่า ''คลิปดังกล่าว ไม่ได้ให้ปอยฟังคนแรกแต่เป็นพี่ที่นับถือกันชื่อ ''พี่โต้ง'' คลิปนี้ไม่เคยให้พี่ปอยฟัง คนแรกให้ฟังคือ พี่โต้ง (มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2006) พี่โต้งเป็นคนที่แจ๊สเคารพและรักมาก ฟังเสร็จพี่โต้งบอกว่า โทร.ไปขอโทษพี่ปอยซะ เรื่องนี้จะจริงหรือไม่จริง หนูต้องขอโทษพี่ปอย แจ๊สก็ทำตามที่พี่โต้งบอกทุกอย่าง''
'ขณะที่ปอยกล่าวเสริมว่า ''น้องเขาขอโทษแล้วค่ะ วันนั้นพี่โต้งบอกว่าฟังแล้วไม่ใช่เสียงปอย วันนั้นที่แจ๊สโทร.มาขอโทษ ปอยก็บอกไปว่า ทีหลังถ้ามีคนโทร.มาอ้างว่าเป็นปอยอีก ให้โทร.หาปอยโดยตรงได้เลย บางทีถ้าเราไม่เคลียร์กันลับหลัง แต่เรามาเคลียร์ผ่านสื่อ คนอาจจะเข้าใจผิดได้ว่าเราสองคนสร้างกระแส มันคุยง่ายถ้าใช่เสียงปอยจริงๆ ปอยไม่มีทางปฏิเสธหรอก จริงๆ แล้วเรื่องมันจบแล้วน่ะค่ะ จริงๆ มีนักข่าวคนนึงมาประมาณว่า ตั้งคำถามเกี่ยวเรื่องนี้อีก ซึ่งเรื่องนี้จบไปแล้ว ปอยก็ตอบไปว่า ไม่มีปัญหา ไม่รู้อีท่าไหนถึงออกมาแบบนี้''
'สุดท้ายผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมวันงานละครเวทีกินรีสีรุ้ง แจ๊สถึงได้วิ่งเข้าไปก่อน แจ๊สอธิบายว่า ในวันนั้นมีพี่นักข่าวพูดเล่น และประกอบกับมีพี่ที่รู้จักกับตนมารอนานแล้ว ตนจึงรีบเดินไป และอีกอย่างตนนั้นกลัวเกิดการโต้เถียง ซึ่งจะทำให้ตนโดนผู้ใหญ่ว่าได้ ''ก่อนที่พี่ปอยจะมา มีพี่นักข่าวคนนึงบอกแจ๊สว่า พี่ปอยมา พี่ปอยมาเหรอคะ ได้แค่เดี๋ยวจะได้เข้าไปสวัสดีพี่ปอย อย่างที่บอกตั้งแต่ต้น พี่เขาก็ตอบกลับมาว่า พี่ขอโทษ พี่อำเล่น โอเค เห็นเป็นเรื่องตลก ก็ยังยืนให้สัมภาษณ์อีก 2-3 คำถาม หลังจากนั้นผู้ใหญ่ของแจ๊สพาแจ๊สไปหาพี่เจินเจิน กับ พี่โจแอน คือรอแจ๊สอยู่ข้างบนนานมากแล้ว แจ๊สมาเลตมากแล้ว ติดอยู่กับพี่นักข่าว พอแจ๊สหันหลังขึ้นโรงละคร ก็เห็นว่า พี่ปอยเดินเข้ามาพอดี หนูก็เดินออกไป ไม่ได้เข้ามาเคลียร์กับพี่ปอย ถ้าเราไปยืนเถียงกันหน้างาน แน่นอนว่า ต้องมีเถียงแน่นอน เพราะแจ๊สก็อารมณ์ร้อน พี่ปอยก็อาจจะมีความรู้สึกไม่สบายใจในส่วนนึง ถ้าตัดสินใจมาเคลียร์กับพี่ปอยตรงนั้น ผู้ใหญ่หลายท่านอาจจะด่าแจ๊ส เพราะว่าเป็นงานที่มีผู้ใหญ่มาร่วมงาน ยอมโดนพี่ๆ นักข่าวด่าแจ๊สว่า ทำไมแจ๊สพูดแล้วไม่ทำ ไม่มีเหตุผลที่แจ๊สจะหนีพี่ปอย ไม่งั้นแจ๊สคงไม่รับงานคู่พี่ปอยก่อนหน้าที่จะมีงานกินรีสีรุ้งด้วยซ้ำ แจ๊สไม่มีความผิดอะไรที่ต้องหนีหน้าพี่ปอย''
'หลังจากแถลงข่าวเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ผู้สื่อข่าวได้ขอให้ทั้งคู่ขอโทษกัน และจับมือกัน มิสทิฟฟานี่ทั้งสองก็ได้จับมือกัน โดยแจ๊สเป็นฝ่ายไหว้ขอโทษปอย
|
ร่วมแสดงความคิดเห็น |
|
|
ข่าวอื่นๆ ในหมวด |
|
|
|