Home  |   Hot News
  "ชูวิทย์"ดุฟันศอกกระทืบซ้ำ"วิศาล"
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน

ผู้ประกาศข่าวช่อง 3 วิศาล ดิลกวณิช ยืนยันเอาเรื่อง ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ถึงที่สุด กรณีถูกผู้สมัครผู้ว่าฯ รายนี้ ทำร้ายร่างกาย หลังจากออกอากาศรายการ ''เที่ยงวันทันเหตุการณ์'' แล้วคู่กรณีไม่สบอารมณ์เรื่องคำถาม จนต้องมาระบายด้วยการชกต่อย พร้อมสับเละเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน บอกคนมีสติปัญญาไม่ทำ ด้านชูวิทย์กล่าวขอโทษในการกระทำ แต่ตอกกลับสื่อไม่มีจรรยาบรรณ ฟาก นายประวิทย์ มาลีนนท์ บอสใหญ่วิกสาม รับตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดูเทปย้อนหลังแล้วเห็นเถียงกันไปมา ป้องลูกน้องสัมภาษณ์สไตล์นี้ทุกวัน แต่ครั้งต่อไปให้ระวังมากขึ้น

 
เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 12.45 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งข่าวเกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้น ที่ห้องส่งข่าวช่อง 3 อาคารมาลีนนท์ พระราม 4 เมื่อผู้ประกาศข่าวและผู้วิเคราะห์ข่าวของช่อง 3 ''วิศาล ดิลกวณิช'' ได้เชิญผู้ลงสมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร เบอร์ 8 ''ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์'' มาออกรายการ ''เที่ยงวันทันเหตุการณ์'' ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ที่จะมาถึงในวันอาทิตย์ที่ 5 ต.ค. นี้แล้ว
 
โดยในขณะถ่ายทำรายการนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูวิทย์ได้เกิดความไม่พอใจในคำถามหลายข้อของผู้ประกาศหนุ่ม เนื่องจากมีการถามถึงจุดเด่นจุดด้อยของนายชูวิทย์ รวมทั้งคำถามที่ว่า ทำไมป้ายของนายชูวิทย์ถึงเปลี่ยนจากที่นั่งมอเตอร์ไซค์ส่องกล้องทางไกลมาเป็นยืนกอดอกดูเคร่งเครียดขึ้น ทำให้นายชูวิทย์มีอารมณ์โกรธอย่างชัดเจน และเถียงกับวิศาลไปมาอยู่นาน และทันทีที่จบรายการ เหตุการณ์ระทึกก็เกิดขึ้น เมื่อนายชูวิทย์ได้เข้าทำร้ายโดยการต่อยนายวิศาล ทำให้อลหม่านกันไปทั้งห้องส่ง
 
หลังจากเกิดเหตุ นายวิศาลจึงได้เดินทางไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสมิติเวช ซึ่ง นพ.ธีรพร ชัยจินดา อายุรแพทย์ระบบประสาท ผู้ตรวจร่างกายนายวิศาล กล่าวว่า หลังตรวจร่างกายนายวิศาลอย่างละเอียดแล้ว พบว่ามีรอยฟกช้ำที่ใบหูซ้าย แก้มซ้าย คาง 2 แผล ใบหูขวา รูหูขวา และด้านในเข่าขวา มีเลือดออกใต้ผิวหนัง
 
จากนั้นเวลาประมาณ 15.20 น. นายวิศาลจึงได้เข้าแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ โดยมี ร.ต.ต.ทวีศักดิ์ ทองชนะ พนักงานสอบสวน (สบ.1) รับแจ้งเหตุ ซึ่งนายวิศาลได้แจ้งข้อหา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ฐานทำร้ายร่างกาย โดยมี พ.ต.ท.วิบูลย์ ถิ่นวัฒนากูล พนักงานสอบสวน (สบ.3) ร่วมสอบปากคำด้วย
 
นายวิศาลได้ให้การว่า ตนได้นัดนายชูวิทย์ให้มาพูดคุยในรายการ หลังจากที่นัดผู้สมัครผู้ว่าฯ คนอื่นมาหมดแล้ว ซึ่งตนได้เชิญให้นายชูวิทย์มาพูดถึงนโยบายเรื่องปากท้องและการแก้ปัญหาจราจร ซึ่งก่อนเข้ารายการ ตนได้ถามถึงเรื่องนโยบาย แต่นายชูวิทย์พูดเร็วและพูดแรง ทำให้บรรยากาศดูเหมือนชวนทะเลาะ ซึ่งนายชูวิทย์กล่าวว่า จะไม่ขอพูดเรื่องนโยบาย แต่จะเข้าไปสะสางปัญหาและตรวจสอบ
 
''ผมก็บอกคุณชูวิทย์ไปว่า ถ้าไม่พูดเรื่องนโยบายจะเสียเปรียบผู้สมัครคนอื่นนะ แต่ก็ขึ้นอยู่กับเขาเพราะเราให้โอกาสแล้ว คุณชูวิทย์คุยว่าผมเพิ่งไปตรวจสอบเรื่องบีอาร์ที แล้วก็โรงฆ่าสัตว์ เรื่องกทม. คุณชูวิทย์บอกว่าไม่คุยเรื่องนโยบายใครๆ ก็พูด ผมจะเข้าไปสะสางเรื่องความไม่โปร่งใส ความไม่สะอาด ความทุจริต จากนั้นก่อนเข้ารายการประมาณ 2 นาที ผมและคุณชูวิทย์ได้มานั่งที่เก้าอี้และผมได้สอบถามถึงเรื่องป้ายหาเสียง ทำไมเปลี่ยนป้าย จากเดิมที่เป็นภาพถือกล้องส่องทางไกล และทำหน้าตาเรียบเฉย พร้อมข้อความว่า มีปัญหาที่ไหนผมจะไปที่นั่น นั้นกลับเปลี่ยนมาเป็นดูสุขุมขึ้น ซึ่งนายชูวิทย์ตอบว่า ที่เปลี่ยนเพราะต้องการปรับภาพลักษณ์สู้กับ คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์''
 
''แต่ปรากฏว่าพอเข้ารายการจริงปั๊บ เมื่อเช้าคุณชูวิทย์ไปยื่นหนังสือให้กับปปช.ตรวจสอบเรื่องรถดับเพลิงคุณอภิรักษ์ ผมเลยถามทำไมก่อนหน้านี้ไม่ไปยื่น จะเป็นการดิสเครดิตคุณอภิรักษ์หรือเปล่า แค่คุณชูวิทย์ตอบแบบมีอารมณ์และพูดเร็วตลอด ผมต้องคอยเบรกแทบทั้งรายการ คือบางเรื่องก็ต้องระวังการที่จะพาดพิงคนอื่นเขา เพราะก่อนหน้านี้ที่สัมภาษณ์ผู้สมัครมา 3 คน มีคุณอภิรักษ์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ และคุณประภัสร์ จงสงวน ก็ไม่มีใครพูดพาดพิงคนอื่นให้เสียหายเลย แต่พูดถึงนโยบายของตนเองเท่านั้น ซึ่งผมพยายามควบคุมไม่ให้เขาไปพาดพิงบุคคลอื่น หากไปเข้าข่ายกฎหมายของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็อาจจะโดนตรวจสอบได้''
 
นายวิศาลกล่าวต่อไปว่า เวลาออกอากาศของรายการนั้นมีจำกัดแค่ 15 นาที เพราะฉะนั้น ตนต้องควบคุมทั้งประเด็นและเวลา บางทีพูดนอกเรื่องตนก็ต้องดึงเข้ามาในเรื่อง ซึ่งตอนยังไม่สัมภาษณ์จริง นายชูวิทย์บอกจะไม่พูดเรื่องนโยบาย แต่พอเอาจริงกลับจะพูด ตนเลยถามไปว่ามีนโยบายอะไรเกี่ยวกับเรื่องปากท้องประชาชน แต่นายชูวิทย์กลับตอบหาเรื่องตลอดเวลา ซึ่งตนไม่ได้มีอคติอะไรกับนายชูวิทย์เลย
     
''สุดท้ายพอผมถามเรื่องป้ายก็ย้อนกลับมาชวนทะเลาะอีก ยอกย้อนก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะว่าการปรับป้ายเนี่ยมันคือการปรับกลยุทธ์ ใครๆ ก็ปรับป้ายหาเสียง เขาก็ไม่ยอมตอบยอกย้อน ถามคำถามผม ก็เลยบอกแกตอนแรกตอบผมก่อนเข้ารายการว่า ปรับเพื่อสู้คุณอภิรักษ์ ทำไมข้างหลังรายการเอามาคุย เราก็อ้าว ตัวตนของชูวิทย์หน้ากล้องกับหลังกล้องเหมือนกันหรือเปล่า เพราะเท่าที่ผมคุยไม่ได้คุยเป็นความลับ ทีมงานคุณชูวิทย์ก็อยู่ ทีมงานในกล้องสตูฯ ก็อยู่ ไม่ได้ตกลงว่าเป็นความลับ ถามตรงๆ เรื่องป้ายก็ไม่ได้เสียหายอะไร แล้วมาระเบิดอารมณ์เขาก็มีปะทะเสร็จผู้กำกับฯ บอกเลยเวลากินเวลาคนอื่น''
 
ผู้ประกาศหนุ่มกล่าวต่อไปว่า พอออกอากาศเสร็จปุ๊บ ต่างคนต่างถอดไมค์เสร็จ นายชูวิทย์ก็ตรงข้ามาต่อยตน แล้วเอาศอกกระแทกเต็มๆ ที่กกหู โดนกดหัวและท้ายทอย ทำให้ตนล้มลงศีรษะฟาดพื้น หูด้านขวากระแทกพื้น จากนั้นนายชูวิทย์ก็กระทืบหลังตน แล้วกระทบขาที่ขาอีกที จนทีมงานรีบเข้ามาห้าม ซึ่งตนไม่ตอบโต้แต่อย่างใด
 
''ผมไม่ใช่คนป่าเถื่อน ไม่ชอบความรุนแรงหรือใช้กำลัง ผมไม่ได้มีนิสัยเป็นอันธพาลนักเลง ผมก็แค่สามัญชนคนมีการศึกษา ผมก็ทำหน้าที่ของผม ก็ไปตรวจร่างกาย ไปโรงพักตามเรื่องของผม และอาจจะฟ้องแพ่งถ้าเป็นไปได้ อย่างน้อยต้องเรียนรู้บทเรียนไม่ใช่วิสัยคนมีสติปัญญาทำ คุณชูวิทย์ต้องเปรียบเทียบกับผู้สมัครคนอื่น เขารุนแรงเหมือนคุณกันมั้ย เขาสู้ด้วยเนื้อหาประเด็นเนื้อหาความคิดใหม่ คุณสู้ด้วยอะไร ผู้สมัครท่านอื่นมีนิสัยนักเลง อันธพาลแบบนี้หรือเปล่า ผมก็รักษาสิทธิ์ไม่ตอบโต้ ดำเนินคดีไปแจ้งความแล้วเจอกันที่ศาลแล้วกัน''
     
''เรื่องนี้เป็นบทเรียนให้คุณชูวิทย์รู้ว่า คนจะเป็นผู้ว่าฯ กทม.ต้องมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ คนอื่นสู้กันด้วยความรู้ เนื้อหา ปัญญา และประเด็น คุณชูวิทย์ต้องถามตัวเองดูว่าสู้ด้วยอะไร ครั้งนี้เป็นการสัมภาษณ์ครั้งแรก ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยเจอกันมาก่อน ไม่เคยรู้จักหรือเป็นเพื่อนกันมาก่อน ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน ก็เป็นหน้าที่ของสื่อมวลชนที่ต้องให้โอกาสผู้สมัครทุกคนได้พูดนโยบาย ก่อนหน้านี้ผมไม่ทราบว่านายชูวิทย์ไปหัวเสียจากเรื่องอะไรมาก่อนหรือเปล่า เวลาผมพูดก็พูดไปเบาๆ แต่นายชูวิทย์ก็พูดจาแรงๆ กระแทกกลับมา ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลังเกิดเหตุ ทางทีมงานนายชูวิทย์มายกมือไหว้ขอโทษว่าคุณชูวิทย์ผิด รวมทั้งเพื่อนสนิทของนายชูวิทย์ที่มาช่วยหาเสียงก็ยังบอกว่า เรื่องนี้ชูวิทย์ผิดเต็มๆ''
 
ทั้งนี้ นายวิศาลเผยว่า ผู้ใหญ่ฝ่ายข่าวบก. ดูแลตนเต็มที่ คดีอาญายอมความไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำร้ายร่างกายคนอื่น กฎหมายรับรองไว้ แต่ถ้ามาขอโทษตนยินดีให้อภัย เป็นคนไม่ผูกใจเจ็บ ถ้ามาขอโทษก็อภัยกัน แต่กฎหมายก็ต้องดำเนินต่อไป นายชูวิทย์ต้องมีบทเรียน คนจะปกครองบ้านเมืองมีวุฒิภาวะแบบนี้ คิดต่อแล้วกันไม่รู้จะว่าอย่างไร             
 
  ด้าน ร.ต.ต.ทวีศักดิ์ ร้อยเวรเจ้าของคดี กล่าวว่า หลังรับแจ้งความแล้ว ตำรวจจะลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจะตรวจสอบดูว่าผลการตรวจร่างกายจากแพทย์ ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บมากน้อยแค่ไหน จากนั้นจะนำพยานที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดมาสอบปากคำ ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐาน ออกหมายเรียกให้นายชูวิทย์มารับทราบข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท โดยเป็นคดีลหุโทษ ถ้าผู้เสียหายยินยอมให้เสียค่าปรับ เรื่องก็จบกันไป
 
ทางด้านนายชูวิทย์ ก็ออกแถลงข่าวเช่นกัน โดยยืนยันว่าตนรับผิดที่ทำรุนแรงต่อนายวิศาล แต่จะไม่ขอโทษต่อการกระทำที่นายวิศาลถามตนบนเวที เพราะไม่ให้เกียรติตน และจะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากตนไม่ได้รับเกียรติจากผู้ประกาศข่าวชื่อดังก่อน
''พอลงจากเวที เค้าจะลุกขึ้นมาแล้วหันมาบอกผมไม่มีอะไรกับพี่นะ ผมบอกคุณพูดอย่างนี้ไม่ต้องพูดแล้ว ผมใช้ศอกฟันไปที่โหนกแก้ม ผมไม่เคยทำแบบนี้มา 20-30 ปีแล้ว ผมยอมรับในสิ่งที่ผมทำ ผมไม่ปฏิเสธ วันนี้ให้ผมขอโทษผมยอมขอโทษ แต่ผมถามว่าคุณจะยอมขอโทษผมมั้ยที่คุณไปพูดอย่างนั้นบนเวที ผมคุกคามสื่อหรือสื่อคุกคามผม คุณมีจรรยาบรรณ ผมก็มีจรรยาบรรณของผม คุณแรงมาผมก็แรงกลับ ผมนิสัยอย่างนี้ ผมเปลี่ยนตัวของผมไม่ได้ ผมไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนด้วย ผมเห็นว่าสิ่งที่ผมทนไม่ไหว แล้วจะมาวิพากษ์วิจารณ์หรืออะไรก็แล้วแต่ ยินดีครับผมยินดีรับ ผมยอมรับผิดแต่ผมถามว่าคุณวิศาล คุณยอมรับผิดไหม คุณคุยกับผมเสร็จแล้วคุณไปวิพากษ์วิจารณ์บนเวทีว่า คุณชูวิทย์คุณไม่ใช่ลูกผู้ชายหนิ เมื่อกี้ไม่ได้พูดแบบนี้ เมื่อกี้ไม่ได้ออกทีวี แต่เอาท์ ออฟ เรคคอร์ด คุณไม่มีจรรยาบรรณหรอก คุณไม่ปิดบังแหล่งข่าวบ้างเหรอ คุณไปคุยกับผมแล้วคุณมาเปิดเผยผม เวลาอยู่ต่อหน้าจอพูดอย่างหนึ่ง หลังจอคุณเป็นแบบหนึ่งรึเปล่าล่ะ''
''เอาเถอะครับ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ผมขอโทษ แต่ผมไม่ขอโทษในสิ่งที่เค้าทำกับผม ผมยอมรับผิดในสิ่งที่ผมทำ ผมใช้ศอกฟัน แต่ผมบอกนี่ตัวตนของผม ผมเป็นชูวิทย์ ผมเป็นแบบนี้และผมไม่เปลี่ยนด้วย ผมยืนยันว่าจะสมาคม สื่อ หรือใครก็ตามแต่ จะสื่อเองก็ต้องมีจรรยาบรรณเหมือนกัน คุณเป็นพิธีกรคุณต้องให้เกียรติผม ผมให้เกียรติคุณ แต่ถ้าคุณกวนผม ผมก็กวนคุณกลับ ผมไม่ได้หมายความว่า คุณเป็นพิธีกรแล้วคุณจะทำอะไรผมก็ได้ และไม่ให้เกียรติ คุณจะให้ผมเป็นลูกไล่คุณ ดังนั้นวันนี้ กองบรรณาธิการช่อง 3 ผมขอโทษ สื่อต่างๆ ผมขอโทษ สิ่งที่ผมกระทำกับคุณวิศาลผมขอโทษ ผมทนไม่ไหว ผมยอมรับ แต่สิ่งที่คุณวิศาลทำกับผมก็ไม่ถูกต้อง คุณไม่มีมารยาท ไม่มีจรรยาบรรณของสื่อเช่นกันที่คุณมาถามผม ผมชูวิทย์อย่างนี้คุณก็ไม่ใช่ลูกผู้ชายหนิ''
''ผมถามว่าอย่างนั้นไม่มากไปหน่อยเหรอครับ ลูกผู้ชายอย่างผมฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ วันนี้คุณจะลงอะไรเชิญเลยครับ แล้วคุณบอกคนกรุงเทพด้วยผมเป็นแบบนี้ ถ้าใครจะเลิกผมก็เพระว่าผมเป็นแบบนี้ ไม่เปลี่ยนตัวเองด้วย เพราะผมถือว่าคุณกระทำกับผมแบบไม่ถูกต้อง ผมก็กระทำกับคุณแบบไม่ถูกต้อง คุณไม่มีจรรยาบรรณ ผมก็ไม่มีจรรยาบรรณ ผมทำกับคนที่มีจรรยาบรรณกับผมเท่านั้น คุณไม่มีจรรยาบรรณ''
ต่อมาเวลาประมาณ 17.30 น. ในรายการ ''เรื่องเด่นเย็นนี้'' ซึ่งดำเนินรายการโดย สรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้เชิญนายชูวิทย์มาร่วมพูดคุย พร้อมกับสัมภาษณ์นายวิศาลทางโทรศัพท์ไปพร้อมๆ กัน โดยผู้ดำเนินรายการได้ให้ทั้งสองแบ่งช่วงการพูดที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการเถียงกัน ซึ่งนายชูวิทย์ยังยืนยันได้พูดเหมือนกับตอนที่แถลงข่าว ยอมรับว่าผิด แต่นายวิศาลก็ผิดที่เหยียดหยามและไม่ให้เกียรติตน
ด้านนายวิศาลเองก็ได้เผยว่า ตนได้ให้เกียรตินายชูวิทย์แล้ว ก่อนอัดรายการก็ได้ให้โอกาสได้พูดเรื่องนโยบาย และพยายามประนีประนอมตลอด ตรงกันข้ามกับนายชูวิทย์ซึ่งมีแต่แรงกับแรง
''ผมไม่สามารถไปตอบโต้อะไรได้ครับ คุณชูวิทย์จะเตะผมสักร้อยครั้ง ชกกี่หมัดผมไม่มีสิทธิ์เอาคืนครับ และผมไม่มีสิทธิ์ตอบโต้เพราะทุกคนมีเสรีภาพในร่างกายของตัวเอง ผมไม่มีสิทธิ์ไปทำอะไรคนอื่น ผมก็มีสิทธิ์รักษากฎกติกาแบบนี้มาตลอดในอาชีพการทำงานของผม ส่วนอาการตอนนี้ผมระบมครับ โดนศอกกับหมัดเข้าไป คุณชูวิทย์ไม่ได้เอาเท้าเตะปากนะ เตะหลังแล้วก็กระทืบขาผม ที่คอช้ำแล้วก็ช้ำที่ผิวแก้มใต้ผิวหนังช้ำ หูอื้อ มันปวดหน่วงๆ อยู่ข้างหนึ่ง อาจจะต้องนอนโรงพยาบาลคืนหนึ่ง'' นายวิศาล กล่าว
ด้าน นายประวิทย์ มาลีนนท์ บอสใหญ่ช่อง 3 ก็ได้เปิดใจถึงเหตุการณ์ณ์ดังกล่าว ขณะเดินทางไปร่วมงาน ''เปิดวิกบิ๊กสาม'' ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี่ ว่า ''ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเลยนะครับ ผมเองก็ทราบเรื่องราวจากในข่าวนั่นแหละครับ ทราบข่าวทีแรกก็ตกใจเหมือนกัน''
ต่อข้อถามว่า ต้องเรียกตัวนายวิศาลมาคุยหรือเปล่า บอสใหญ่วิกสามเผยว่า เรื่องนี้คงไม่ต้อง ปล่อยให้เป็นไปตามหน้าที่ของแต่ละฝ่ายดีกว่า ซึ่งขณะนี้ตนก็ยังไม่ได้พบกับผู้ประกาศข่าวหนุ่ม เนื่องจากวันนี้ออกมางานข้างนอกและไม่ได้นำโทรศัพท์มือถือมาด้วย และเพิ่งเห็นข่าวตอนที่นั่งรถมางาน 
ส่วนเรื่องการสัมภาษณ์ของนายวิศาลที่ดูตรงๆ และรุนแรงนั้น นายประวิทย์กล่าวว่า ''เขาก็สัมภาษณ์แบบนี้ทุกวัน แต่ดูจากเทปแล้วเห็นมีการเถียงกันไปมา วันนี้อาจจะเป็นเพราะเวลาน้อยด้วย ต่างคนต่างใส่กัน ต่างคนต่างพูด เป็นลักษณะของความโต้แย้งความจริงคงไม่มีอะไรหรอก จริงๆ แล้วก็ไม่น่าจะใช้กำลังและไม่น่าจะเกิด ความจริงแล้วไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเลย คราวหน้าคราวหลังก็ให้ระมัดระวังตัวก็แล้วกัน อันนี้มันไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก''
สำหรับการดำเนินการเรื่องนี้นั้น นายประวิทย์บอกว่า ''ปล่อยให้เป็นเรื่องของนายวิศาล และเหตุการณ์นี้ตนเชื่อว่า คงไม่ถึงกับทำให้ผู้สื่อข่าวคนอื่นๆ ไม่กล้าถามคำถามรุนแรงหรอก'' นายประวิทย์ กล่าว
     
อนึ่งประวัติ นายวิศาล ดิลกวณิช เป็นนักวิเคราะห์ข่าววัย 38 ปี จบการศึกษาปริญญาตรี จากภาควิชาวิทยุโทรทัศน์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโท เศรษฐศาสตร์มหาบัณฑิต รวมทั้ง MBA อีกทั้งยังเคยปฏิบัติงานประวัติการทำงานในฝ่ายผลิตรายการนอกสถานที่ ที่ไอบีซี เคเบิลทีวี ผู้สื่อข่าววิทยุ ศูนย์ข่าวแปซิฟิก รอ.1-1008 นักข่าวสายเศรษฐกิจและไอที ที่สถานีโทรทัศน์ไอทีวี ปัจจุบัน อาชีพนักข่าวอิสระ วิเคราะห์ข่าวในรายการ ''เช้าวันใหม่'' กับ ''เที่ยงวันทันเหตุการณ์'' ของช่อง 3 และ รายการ ''บ่ายนี้มีคำตอบ'' ทางช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ ทีวี อีกทั้งเปิดบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ บริษัท เมไก แมส มีเดีย ปัจจุบันแต่งงานแล้วกับ สินีนาฏ



สยามดารา SMS update ข่าววงการบันเทิงก่อนใคร
AIS : กด *48903086111
DTAC : กด *19891916111
True Move : พิมพ์ DARA ส่งมาที่ 4890308

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
ข่าวอื่นๆในหมวด :
ช็อก! ดาราสาวกิมจิผูกคอตายลือพัวพัน'อัน แจ ฮวาน''ฆ่าตัว
ไม่กลัวคลิปโป๊"เจมส์"เล็งสร้างเรือนหอ10ล้าน
"ฮ้อ"เต้นผ่าง!!ฟ้องโรงแรมคลิป
อ้างเข้าใจผิด"เป้ย"กลับลำอีกยังจูบปาก"อาร์"
"เสรี"ขู่"สายัณห์"ฟ้อง100ล้านถ้าไม่หยุดพูด


Siamsport : สยามสปอร์ต | สยามสปอร์ตบุ๊คส์ | สิงห์ ซูเปอร์ เมเนเจอร์ | ร้านสตาร์ซอคเก้อร์
Inspire Entertainment : Inspire | FHM Magazine | CAR Magazine | Stuff Magazine | Cawaii | Arena Magazine | Casaviva Magazine | Music Express | Travelerthai.com
Siam Inter Multimedia : Siam Inter Mutimedia | Sport Radio on Net | Book Friend Online |
Copyright© www.siamdara.com : All rights reserved.