Home  |   Hot News
 "ปาร์ค"รับอ้างเป็นลูกหลานคนดังเพราะตกกระไดพลอยโจน "อิคคิว"แฉเละไฮโซกำมะลอ
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน

''ปาร์ค-ภูวเรศร์'' รับไม่ได้ถูกมอง 18 มงกุฎ...ยอมรับว่าเป็นคนเดียวกันกับ ''ชานนท์'' ที่เคยป่วนเมือง อ้างว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องที่ว่าไปแอบอ้างเป็นลูกหลานคนดังหลายๆ คนนั้น เพราะตกกระไดพลอยโจนไปตามเพื่อนร่วมแก๊ง และความคึกคะนองปาก ปัดไม่เคยอ้างเป็นกิ๊กดาราสาวดาวรุ่งและเป็นหลาย นายประวิทย์ มาลีนนท์ ตามที่มีข่าว คุยเป็นเจ้าของกิจการทั้งร้านขายอาหารเกาหลี และร้านขายเสื้อผ้า... ด้าน ดีเจอิคคิว ผู้ตกเป็นเพื่อนมาเดินร่วมทางบนถนนสายธุรกิจ ยัน...ปาร์ค ไม่ใช่เจ้าของกิจการร้านเสื้อผ้านำเข้าจากเกาหลี พร้อมแฉ ''ปาร์ค'' ชอบคุยให้ฟังว่าอยู่ในกลุ่มคนดังๆ ''เล็ก'' บุษบา ดาวเรือง, ไผ่ วันพอยนต์, ''ต๊อด'' ศิณะ อุ่นทรพันธ์, ''บีม'' ศรัณยู ประชากริช แต่เมื่อตรวจสอบคนเหล่านั้นกลับบอกไม่รู้จัก!!

จากกรณีที่ทางสยามดาราได้นำเสนอข่าวการกระชากหน้ากาก ไฮโซ 18 มงกุฎ ที่ทำวงการบันเทิงป่วนด้วยการอ้างเป็นหลานบิ๊กบอสวิก 3 พระราม 4  คุณประวิทย์ มาลีนนท์, หลานนักการเมือง ลูกรองผบ.ตร. เข้ามาทำงานบริหารการตลาดแห่งหนึ่ง จนถูกจับได้ที่ สน.ทองหล่อ อีกทั้งยังหลอกทีมข่าวช่อง 3 

  เรื่องดังกล่าวเกิดเป็นเรื่องเป็นราวเมื่อมีตัวแทนบริษัทบันเทิงชื่อดังได้หอบหลักฐานของบริษัทมาร้องเรียนว่า ได้มีชายหนุ่มหน้าตาดี อายุประมาณ 20 ปี รูปร่างท้วม ผิวสองสี สูงประมาณ 173 เซนติเมตร ใช้ชื่อตั้งขึ้นใหม่ และนามสกุลเลียนแบบคนดัง ไม่ตรงกับในบัตรประจำตัวประชาชน มีพฤติกรรมไปหลอกลวงให้ผู้อื่นหลงเชื่อ โดยแอบอ้างว่าเป็นลูกหลานนายสุริยะ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวง
อุตสาหกรรม อีกทั้งยังได้แอบอ้างเป็นลูกชายของ พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ รอผบ.ตร. ไปเบ่งกินอาหารฟรีที่ร้านอาหารหรูย่านซอยทองหล่อ เกิดเป็นเรื่องราวขึ้นโรงพัก ซึ่งทางฝ่ายสืบสวนของสน.ทองหล่อ ได้นำตัวมาลงบันทึกประจำวันไปเมื่อวันที่ 23 มิ.ย 50 โดยในบันทึกประจำวันนั้นระบุว่า ชายหนุ่มมีชื่อว่า นายชานนท์ คุ้มภัยพาล หรือ ปาร์ค  พร้อมระบุสำมะโนครัวที่อยู่อาศัย สถานศึกษาอย่างเด่นชัด พร้อมมีรายงานข่าวว่าทาง พล.ต.อ.วงกต ไม่เอาเรื่องปาร์คที่อ้างว่าเป็นลูก เพราะเห็นอายุยังน้อย 

 หลังจากนั้นปรากฏมีรายงานข่าวต่อมาว่า ชายหนุ่มไม่เข็ด ยังได้ก่อวีรกรรมต่างๆ โดยตัวแทนของบริษัทบันเทิงดังกล่าวเล่าต่อไปว่า ต่อมาปาร์คได้แอบอ้างเป็นแฟนดาราสาวดาวรุ่งที่เรียนมหาวิทยาลัยเอกชน ย่านรังสิต อีกด้วย 

 อีกทั้งยังได้แอบอ้างว่าเป็นผู้บริหารของบริษัทในการทำงานเพลงชุด ''ดิ  อัลบั้ม อยากบอกต้องออกเทป'' ลงในนิตยสารเล่มหนึ่ง จนทางบริษัทเกรงว่าจะเกิดความเสียหายจึงได้เชิญให้ออกจากงาน ตามมาด้วยการแนะนำตัวว่าเป็นหลานชาย นายประวิทย์ มาลีนนท์ บิ๊กบอสวิก 3 หลอกให้ทีมข่าวไปทำข่าวด่วนเกี่ยวกับการเดินทางมาของหนึ่งในทีมผู้กำกับภาพยนตร์เกาหลี ที่แพร่ภาพทางวิก 3 จนความแตก ปั่นป่วนไปตามๆ กัน

 จากนั้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทีมงานของสยามดาราได้เจอกับตัวเอง เมื่อได้เดินทางไปร่วมงานเปิดสปาแห่งหนึ่ง และได้มีบุคคลผู้ต้องสงสัยแจกนามบัตร โดยอ้างว่าเป็นหลานนายทหาร และนักการเมืองชื่อดัง ในนามบัตรระบุว่าชื่อ ปาร์ค หรือ ภูวเรศร์ สุนทรวิภาต สังเกตจากพฤติกรรมแล้วคล้ายคลึงกับบุคคลที่เคยตกเป็นข่าว มีรายงานเพิ่มเติมภายหลังว่า ชายหนุ่มได้ทำศัลยกรรมผ่าตัดตกแต่งกรามใหม่ ทำให้ใบหน้าเปลี่ยนไป ตามมาด้วยข้อมูลที่ว่าชายหนุ่มคนดังกล่าวได้แอบอ้างว่าเป็นผู้ถือหุ้นกับดีเจดังของเอไทม์ มีเดีย เปิดร้านเสื้อผ้าที่สยามสแควร์ โดยได้เชิญ ''ต้อ'' มารุต สาโรวาท และ ''เจี๊ยบ'' กาญจนาพร ปลอดภัย บังเอิญไหวตัวทันเสียก่อนชิ่งตีจากซะก่อน

 เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ทางผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังชายหนุ่มผู้ตกเป็นข่าวฉาว และตกเป็นเป้าทันที
 คำถามแรก ผู้สื่อข่าวยิงคำถามตรงๆ แบบไม่อ้อมค้อมเลยว่า ''เมื่อก่อนชื่อชานนท์ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น ภูวเรศร์ ใช่หรือไม่''??

 เขารับแต่โดยดีว่า ''ใช่''...สยามดารายิงประเด็นต่อไปถึงกระแสข่าวที่เขาไปแอบอ้างเป็นญาติกับคนใหญ่คนโตจนถึงขั้นขึ้นโรงพัก งานนี้ปาร์คยืดอกยอมรับอีกเช่นกันว่า...''ใช่ครับผมเคยมีเรื่องราวขึ้นโรงพักมาแล้ว''  

 จากนั้นหนุ่มไฮโซเล่าต่อไปว่า...ยอมรับตนเคยมีปัญหาต่างๆ ถึงขั้นขึ้นโรงพักทองหล่อมาแล้วอย่างไม่มีปิดบัง โดยเล่าว่ามีสาเหตุมาจากเพื่อนๆ นำชื่อเสียงคนดังไปแอบอ้าง ตนอยู่ในกลุ่มนั้นจึงเหมือนกับว่าตกกระไดพลอยโจนไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ว่าเรื่องต่างๆ นั้นจบลงไปแล้ว ''ตอนนี้ปาร์คกำลังเริ่มต้นใหม่ครับ'' 

 ส่วนประเด็นที่ตกเป็นข่าวแอบอ้างเป็นเครือญาตลูกหลานนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นั้น อันนี้ปาร์คโต้กลับมาว่า ไม่ได้แอบอ้างหรอก เพราะว่ากันตามความจริงแล้ว คุณแม่ของตนกับภรรยานายสุริยะเป็นพี่น้องกัน พร้อมกับบอกว่าคุณแม่ของเขาชื่อ ''คุณแม่ดารณี'' ส่วนพี่สาวของคุณแม่ชื่อ ''กัลยา'' เป็นเจ้าของบริษัทอุตสาหกรรมท่อน้ำไทย

 ทางหนุ่มปาร์คยังกล่าวต่อไปว่า เหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นนั้น เกิดเพราะเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของตน เชื่อคนง่าย บวกกับความคึกคะนองของปากตัวเอง จึงทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆ ตามมา แต่ ณ วันนี้ตนได้เริ่มต้นใหม่แล้ว 

 ส่วนกระแสข่าวเรื่องร้านอาหารเกาหลี ''ยูเรกวาน'' นั้นเจ้าตัวยืนยันว่าเป็นกิจการของตัวเอง แต่ด้วยความที่ไม่อยากออกหน้าจึงให้ญาติมาออกรับแทน

 ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงประเด็นข่าวที่มีออกมาว่า ได้ไปแอบอ้างว่าเป็นแฟนดาราสาวดาวรุ่งคนหนึ่งซึ่งเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเขาให้การปฏิเสธว่าไม่เคยไปแอบอ้าง ไม่เคยพูด และไม่จำเป็นต้องไปเคลียร์เรื่องนี้กับดาราสาวคนนั้นด้วย 

 จากนั้นสยามดาราได้สอบถามในประเด็นที่ว่าตกเป็นข่าวครั้งหนึ่ง ปาร์คอ้างตัวเป็นลูกหลานคนดัง เข้าไปทำงานดูแลเรื่องการตลาดที่บริษัทบันเทิงแห่งหนึ่ง ย่านทาวน์ อิน ทาวน์ แถมยังแอบอ้างว่าเป็นผู้บริหารของบริษัทในการทำ ''ดิ อัลบั้ม อยากบอกต้องออกเทป'' ลงในนิตยสารเล่มหนึ่ง ทางบริษัทจับได้ว่าเกรงว่าจะทำให้บริษัทเสียหายจึงได้เชิญให้ออกจากงานดังกล่าว เกี่ยวกับกรณีนี้ได้รับคำตอบว่า

 ''ตอนที่ไปร่วมงานกับบริษัท ไอมัชฌิมา นั้นไม่ได้แอบอ้าง เพราะทางบริษัทได้ออกนามบัตรให้เองตั้งแต่ต้น ไม่เคยได้ไปแอบอ้างอะไรใดๆ อย่างที่มีข่าวครับ''

 ส่วนการที่มีคนสังเกตว่าเขาเอาชุดของ ''ปอ-ทฤษฎี'' ในงานเพลงชุด ดิ อัลบั้ม ไปใส่ถ่ายแบบประกอบคำสัมภาษณ์ในสื่อเล่มหนึ่ง ปาร์คออกตัวว่าไม่ได้หยิบไปใช้โดยพลการ หากแต่ได้ขออนุญาตจากผู้ใหญ่และผู้ที่รับผิดชอบเรียบร้อยแล้ว

 มาถึงเรื่องราววุฒิการศึกษาที่มีออกมาว่า ''ปาร์ค'' คุยว่าจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยบอสตัน งานนี้สยามดาราไม่พลาดที่จะหยิบยกประเด็นดังกล่าวมาซักถามด้วย เรื่องนี้ได้รับคำตอบว่า 

 ''ในวันที่มีการสัมภาษณ์ดังกล่าว ผู้สื่อข่าวที่สัมภาษณ์ผมได้ป้อนประเด็นว่า ไปเรียนที่บอสตันตอนนี้จบหรือยัง ซึ่งผมตอบกลับไปว่ากำลังจะมาต่อเมืองไทย'' 

 ซึ่งตรงนี้เจ้าตัวขยายความว่า ในวันนั้นตนแน่ใจว่าไม่ได้พูดว่า...จบ บอสตัน 

 ''ตอนนั้นพี่เขาถามผมว่าจบหรือยัง ? ผมบอกไปว่าพี่อย่าบอกนะว่าผมเรียนไม่จบหรือจบแล้ว เอาเป็นว่าจะมาจบที่เมืองไทยละกันครับ แต่เขาก็ลงว่าผมบอกจบบอสตัน''

 ทีนี้มาถึงประเด็นในเรื่องธุรกิจร้านขายเสื้อผ้า ''โกเรียสตรีท'' ที่สยามพารากอน เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า เป็นร้านของเขาเอง แต่ด้วยความที่ไม่อยากออกหน้าเลยดึงคนอื่นไปรับหน้าแทน ซึ่งบุคคลที่มารับหน้าแทนและมอบหุ้นไปให้นั้นก็คือ อิคคิว นั่นเอง 

 ''ปาร์คไม่อยากออกสื่อ อีกอย่างหนึ่งท่านผู้ใหญ่ที่เคารพให้ปาร์คลบโปรไฟล์เก่าๆ ออกให้หมด ปาร์คเลยให้คนอื่นออกหน้าแทน แต่ทั้งหมดเป็นกิจการของตัวเอง อย่างที่ร้านอาหารเกาหลีให้อาออกหน้า ส่วนร้านเสื้อผ้าให้อิคคิวออกหน้าครับ''

 ตบท้ายด้วยคำถามที่ว่า ''รู้สึกอย่างไรถ้าใครจะมองว่าเป็น 18 มงกุฎ''??

 เจอคำถามนี้เข้าไป หนุ่มชื่อกระฉ่อนนิ่งไปอึดใจ พร้อมกับบอกว่า ''แรงครับ'' 

 พร้อมกับฝากบอกว่า ใจจริงแล้วตนไม่เคยคิดแอบอ้างว่าเป็นลูกใคร หลานใคร ผมก็เป็นตัวของผมเอง สิ่งที่ผ่านมาแล้วอยากให้ผ่านไป ตอนนี้ใจของตนนั้นอยากทำธุรกิจมากกว่า ไม่อยากให้ชื่อเสียงของตัวเองเสีย เพราะจะส่งผลกระทบกับธุรกิจที่ทำอยู่ พร้อมกับรำพันว่า 

 ''ผมสู้อุตส่าห์ไม่ออกตัว ออกงาน และเดินหน้าทำธุรกิจด้วยความตั้งใจ แล้วทำไมยังมีคนจ้องทำลายผมอีก''  

 มาที่คำถามคาใจว่า แล้วเรื่องแอบอ้างเป็นลูกหลายนายประวิทย์ล่ะ ปาร์ค นิ่งไปอึดใจพร้อมบอกด้วยนำเสียงชัดเจนว่า ''ตนไม่เคยไปแอบอ้างเรื่องนี้เช่นกัน'' 

 อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับกระแสข่าวที่ออกสู่สายตาประชาชนนั้น ได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษณ์วิจารณ์ตามมาอย่างท่วมท้น จนกลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ หลายคนเกิดความคาใจ และสยามดาราได้เกาะติดข่าวด้วยการไปสังเกตุการณ์ ร้านโกเรียสตรีท ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณชั้น 2 ของห้างสรรพสินค้าดังสยามพารากอน...ซึ่งร้านดังกล่าวมีข่าวว่า ดีเจของคลื่นเอไทม์ มีเดีย ''อิคคิว''  เป็นหุ้นด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เท่าที่ได้ไปสังเกตร้านดังกล่าวดูเงียบเหงา ซึ่งอาจจะเป็นเพราะทำเลที่ตั้งอยู่ในซอกเหลือบก็เป็นได้ จึงทำให้นักชอปมองไม่เห็นสินค้านำเข้าจากเกาหลี

 พร้อมกันนี้ทางสยามดาราได้ติดต่อไปยัง ดีเจ ''อิคคิว'' พีรพล เสนาคุณ ดีเจของเอไทม์ มีเดีย ซึ่งมีชื่อลงทุนเปิดร้านขายเสื้อผ้าเกาหลี โกเรียสตรีท ที่ห้างสยามพารากอน กับ ''ปาร์ค'' ภูวเรศร์ สุนทรวิภาต ได้เปิดเผยว่า ร้านที่เปิดดังกล่าวนั้นมีนายทุนจากประเทศเกาหลีเป็นผู้ลงทุนให้ โดยมีชื่อตนเองเข้าไปเป็นจุดขายและพรีเซนเตอร์เพื่อการโปรโมตร้าน พร้อมกับ ''ปาร์ค-ภูวเรศร์'' ซึ่งความเป็นจริงแล้ว เจ้าของนั้นเป็นคนเกาหลี 

 ''ผมรู้จักพี่ปาร์คเพราะเจอกันตามงาน 2-3 ครั้ง ก็ได้ชวนผมมาทำธุรกิจร้านเสื้อนี้ด้วย ผมไม่ได้ร่วมลงทุนเพียงแต่ใช้ชื่อผม เราก็จะได้เงินเดือนเป็นค่าพรีเซนเตอร์โปรโมตร้านไป แต่ผมก็ยังไม่ได้อะไรสักบาทนะ เพียงแต่ผมก็แค่เคยถูกหลอกกลายๆ อย่างที่มารู้ทีหลังว่า เขาจบบอสตันอะไรประมาณนี้ รู้จักใครๆ หลายๆ คนให้ผมเชื่อในเครดิต อย่าง ''พี่เล็ก'' บุษบา ดาวเรือง ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเขารู้จักสนิทแค่ไหนหรือเปล่า ผมก็ไม่ได้เช็ก เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่ แต่ผมเริ่มรู้สึกแปลกๆ เพราะเวลาพูดคุยเขาเหมือนมีอะไรไม่เคลียร์ อย่างที่ปาร์คเขาบอกว่าอยู่ในกลุ่ม ''ไผ่ วันพอยนต์'', ''ต๊อด'' ศิณะ อุ่นทรพันธ์, ''บีม'' ศรัณยู ประชากริช นั้น ผมให้เพื่อนที่รู้จักเช็กให้แล้ว ไผ่ก็ไม่รู้จัก เขาบอกรู้จักกับ บีม  ศรัญยู แต่โทร.ไปถาม บีมแล้วก็ไม่รู้จักคนชื่อปาร์คแต่อย่างไร''

 ''ส่วนเรื่องการลงทุนทำร้านนั้น เขาอาจจะไปพูดอะไรที่ทำให้เกิดการเข้าใจผิดกับนายทุนเกาหลี รู้ความจริงบางอย่างเขาก็เสียใจ เสียความรู้สึก ยิ่งภรรยาเขาผมยิ่งรู้สึกไม่ดี ไม่อยากให้คนเกาหลีมาลงทุนในเมืองไทยแล้วต้องมาเจอคนไทยที่ไม่มีความจริงใจ ทำให้ภาพลักษณ์เมืองไทยไม่ดี แบบชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนแล้วต้องเจอการหลอกลวงต้มตุ๋นหรอก ส่วนตัวผมเองน่ะยังไม่เท่าไหร่ เพราะไม่ได้เสียหายอะไร แต่เขาจะเอาผมไปพูดไม่ดี ใส่ร้าย อะไรยังไงหรือเปล่าอันนี้ผมไม่รู้ แต่เท่าที่ผมรู้มาก็เสียความรู้สึกเหมือนกันครับ''

 อย่างไรก็ตาม ดีเจหนุ่มยังพูดถึงเรื่องการดำเนินคดีกับนายปาร์คอีกด้วยว่าคงไม่เอาผิดและแจ้งความใดๆ กับคู่กรณี เพราะว่าตนไม่ได้เสียทรัพย์สินใดๆ เลย และไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงผู้ใหญ่ทางเอไทม์ เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของตน ไม่อยากให้ใครต้องเดือดร้อน

 ''สำหรับผมเองก็ยังไม่รู้จะดำเนินการอย่างไร เพราะถ้าจะแจ้งความก็ไม่รู้ว่าจะแจ้งในคดีอะไร เพราะผมเองก็ไม่ได้ถูกหลอกให้เสียเงิน แค่เค้าเอาชื่อเราไปใช้ในธุรกิจร้านเสื้อเท่านั้นเอง ซึ่งตอนนี้ที่ร้านก็ยังมีรูปผมแปะอยู่เลย และพอข่าวออกไปก็ไม่มีอะไรครับ ผู้ใหญ่ในเอไทม์ก็ไม่ได้ว่าอะไร ซึ่งส่วนตัวผมเองก็ไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงผู้ใหญ่ ไม่อยากให้เรื่องมันวุ่นวายมาก เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเราจริงๆ ไม่เกี่ยวกับเอไทม์ครับ'' อิคคิวกล่าว

 ด้านประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยดังย่านรังสิต ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่ปาร์คบอกว่าตนตั้งใจที่จะเข้าไปศึกษาคว้าใบปริญญาบัตรจากสถาบันการศึกษาดังกล่าวให้ได้นั้น เรื่องนี้ทางประชาสัมพันธ์สถาบันการศึกษากล่าวว่า ในวันนี้ ( 19 พฤษภาคม) ทางมหาวิทยาลัยได้มีการปฐมนิเทศนักศึกษาทุน ซึ่งในระหว่างนั้นได้มีการจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางถึงเรื่องราวข่าวฉาวของหนุ่มปาร์ค บางคนแสดงความคิดว่าในรั้วมหาวิทยาลัย ปารค์ชอบโอ้อวด ทำให้เพื่อนๆ นักศึกษาไม่ค่อยปลื้มกันนัก ส่วนทางด้านอาจารย์ ผู้ใหญ่ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลายคนเกรงว่าจะกระทบทำให้ภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยดูไม่ดีอีกด้วย



สยามดารา SMS update ข่าววงการบันเทิงก่อนใคร
AIS : กด *48903086111
DTAC : กด *19891916111
True Move : พิมพ์ DARA ส่งมาที่ 4890308

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
ข่าวอื่นๆในหมวด :
"เบิร์ด-บี้-ฟิล์ม" "ดา-ลีเดีย-พั้นช์" ลุ้นนักร้อง"ช-ญ"ยอดนิยมสยามดารา
เมีย"ดี๋"ร้องทุกข์ หนี้สินรุมเร้า วอนเพื่อนผัวช่วย
"ท็อป" หวานกระชากไส้ "นุ่น" ไฟเขียวแต๊ะอั๋งได้
โต้รายการถูกแบน"วู้ดดี้"เขาคุยฟุ้ง บินจ้อกับ"อาร์โนลด์"
"ได๋"วอนพี่โจร ขอสมุดคิวคืนให้รางวัลงามๆ


Siamsport : สยามสปอร์ต | สยามสปอร์ตบุ๊คส์ | สิงห์ ซูเปอร์ เมเนเจอร์ | ร้านสตาร์ซอคเก้อร์
Inspire Entertainment : Inspire | FHM Magazine | CAR Magazine | Stuff Magazine | Cawaii | Arena Magazine | Casaviva Magazine | Music Express | Travelerthai.com
Siam Inter Multimedia : Siam Inter Mutimedia | Sport Radio on Net | Book Friend Online |
Copyright© www.siamdara.com : All rights reserved.