ข่าวข่าวในประเทศ 3 พฤศจิกายน 2563 เวลา 19:14

“ปุ้ย–ปิยาภรณ์” แจงสัญญา-ข้อตกลงระหว่าง “ฟ้าใส” กับกองประกวด พร้อมเปิดไทม์ไลน์ระเอียดยิบ

หลังจากเกิดประเด็นดราม่าเล็กๆในงานประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020​ กรณีที่เกี่ยวกับฟ้าใส – ปวีณสุดา ดรูอิ้น มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 มาร่วมงานขึ้นบนเวทีแต่ไม่สวมมงกุฎจนหลายคนสงสัยและตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น​ ซึ่งต่อมาฟ้าใสได้ออกมาชี้แจงเรื่องรายละเอียดของสัญญาระหว่างตนและกองประกวดล่าสุด" ปุ้ย – ปิยาภรณ์ แสนโกศิก" ผู้อำนวยการกองประกวด มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 และผู้บริหารทีพีเอ็น (TPN) พร้อมทนาย ชี้แจงในกรณีการเซ็นสัญญา และข้อตกลงระหว่าง "ฟ้าใส – ปวีณสุดา ดรูอิ้น" มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 และท็อป 5 มิสยูนิเวิร์ส 2019 กับกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ นำโดย บริษัท TPN 2018 โดยระวบุและรายละเอียดไทม์ไลน์ดังนี้

Time Line​6 มิย.62 : 

ผู้เข้าประกวดทุกคนเข้าทำข้อตกลงในการเข้าประกวด MUT 2019 โดยทุกคนที่ผ่านเข้ารอบ 60 คนจะต้องเซ็นข้อตกลงนี้ (ข้อตกลงดังกล่าวมิใช่สัญญา เป็นเพียงเงื่อนไขข้อบังคับที่จะต้องปฏิบัติในการเข้าประกวด และเมื่อประกวดได้ผู้ชนะ 5คนแล้วจึงจะมีการเซ็นสัญญาอีกครั้งหนึ่ง)

17 กค.62 :รองหนึ่งถึงรองสี่ เข้าเซ็นสัญญาเป็นที่เรียบร้อยยกเว้นฟ้าใส เนื่องจากเวลาดังกล่าวฟ้าใสยุ่งตลอดเพราะเป็นช่วงที่เพิ่งได้รับตำแหน่ง 

และที่ผ่านมา(จำวันที่ไม่ได้) ได้เคยแจ้งน้องให้เข้ามาดูเรื่องสัญญาหลายครั้ง เช่นครั้งหนึ่งที่น้องไปเรียนเรื่องการพูดที่จุฬา พี่บี (ผู้จัดการน้องในขณะนั้น) ได้ทำการนัดหมายให้มาดูเรื่องสัญญาที่บริษัท เพราะอยู่ติดกับจุฬาอยู่แล้ว พวกเรานั่งรอน้องจนเย็นมาก ในที่สุดก็ไม่ได้เข้ามา เพราะน้องบอกว่าเหนื่อยขอกลับบ้านไปเลย 

และอีกครั้งก่อนไปแอตแลนต้าพี่บีก็ได้นำเอกสารไปให้น้องอ่านอีกครั้ง น้องก็บอกว่าเดี๋ยวจะอ่าน เพราะสัญญาจริงๆแล้วมีไม่กี่แผ่น และไม่ได้มีความซับซ้อน จนถึงวันจะเดินทางฟ้าใสก็ยังไม่ได้เซ็น เพราะอ้างว่าต้องการโฟกัสกับเรื่องการเตรียมตัวนี้ และเดี๋ยวเดินทางไปแอตแลนต้า น้องบอกเองว่าเรามีเวลาหลายวันค่อยอ่านทบทวน อีกทั้งเราเดินทางไปแอตแลนต้าก่อนล่วงหน้าประมาณเกือบสองอาทิตย์ จะใช้เวลาช่วงนี้อ่านและเซ็นสัญญา

8-15 พย.62 : ช่วงถ่ายprotait และทำLookbook ทางทีมงานคือDirector ของกองบอกว่า พี่บียังคอยตามฟ้าใสเรื่องสัญญาตลอด ได้คุยอัพเดทกับไดเรคเตอร์ว่าน้องยังไม่ยอมเซ็นเลยเพราะน้องบอกว่าไม่ว่างอ่าน ถามทีไรน้องก็บอกน้องอยากจะโฟกัสในการเตรียมตัวไม่ว่างดูสัญญา

22 พย.62  : เราออกเดินทางไปแอตแลนต้า และในวันนั้นฟ้าใสเดินทางมาสนามบินสาย ซึ่งช่างแต่งหน้าทำผมในวันนั้นรวมถึงพี่บีน่าจะพูดเรื่องนี้ได้ดีที่สุด ซึ่งรายละเอียดตรงนี้เราไม่อยากพูดถึง

และในระหว่างที่อยู่แอตแลนต้า เราได้ทวงถามสัญญาจากฟ้าใสตลอด น้องบอกว่าไม่ได้นำติดตัวมา 

28 พย.62 : คุณแม่ฟ้าใสเดินทางมาถึง แอตแลนต้า ขอนอนกับฟ้าใส
    ⁃    ในช่วงระยะเวลาระหว่างนั้นเราก็ได้คุยกับแม่ของน้องเรื่องสัญญาที่ยังไม่ได้เซ็นเลย ทั้งที่ใกล้กันประกวดMUมาแล้ว แม่บอกว่าเรื่องของสัญญาเดี๋ยวดูให้น้องเองเพราะน้องอาจจะไม่เข้าใจภาษาไทยที่เป็นภาษากฎหมายดีนัก เพราะเติบโตที่ต่างประเทศ เราก็เข้าใจในเหตุผลนี้ คุณแม่ยังบอกกับเราว่า ไม่ต้องห่วง น้องเซ็นแน่นอนไม่บิดพลิ้วเพราะที่บ้านยึดถือเรื่องคุณธรรมเป็นหลัก
    ⁃    หลังจากนั้นจำวันที่ไม่ได้ เราก็ได้ปริ้นเอกสารสัญญามาให้คุณแม่หนึ่งชุด และคุณแม่ทำการเขียนขอแก้สัญญาที่เป็นลายมือของคุณแม่เอง ซึ่งทางกองก็ยินยอมเปลี่ยนให้หมดตามที่คุณแม่ขอแก้ไข
    ⁃    และเราก็ทำการปริ้นสัญญาที่แก้ไขตามที่คุณแม่ต้องการทุกประการ นำใส่ซองแล้วมามอบให้คุณแม่ซึ่งคุณแม่บอกว่าจะนำไปให้น้องเซ็นเอง 

    5-6 ธ.ค.62 : จนอีกสองวันจะถึงวันพรีลิมแล้ว น้องก็ยังไม่ยอมเซ็นสัญญา พอทวงถามไปที่คุณแม่ คุณแม่บอกว่าน้องอายุ 26 แล้วแม่ไม่สามารถบังคับน้องได้ แต่เรื่องนี้ไม่เป็นไรเรากลับไปเซ็นกันที่กรุงเทพก็ได้ ตอนนี้ขอให้น้องมุ่งมั่นเรื่องนี้ก่อนดีกว่า เราก็ไม่ว่ากันเพราะโดยส่วนตัวคิดว่าสัญญามันไม่ใช่สิ่งสำคัญไปกว่าความจริงใจที่มีให้กัน
    ⁃    จนเมื่อกลับถึงกรุงเทพแล้ว น้องก็ดังมากแล้ว และไม่ได้มีการมาเซ็นสัญญากันแต่อย่างใด

27 มค.63 : กองประกวดได้ส่งหนังสือทวงถามให้ฟ้าใสเข้ามาเซ็นสัญญาอีกครั้งที่สำนักงานของบริษัท ( มีเอกสาร)

21 กพ.63 : ฟ้าใสได้เดินทางมาพร้อมญาติผู้ใหญ่2ท่านและทนายความ เพื่อมาขอเจรจาโดยในวันดังกล่าวฟ้าใสได้ทำสัญญาขึ้นมาเองหนึ่งฉบับ เพื่อยื่นข้อเสนอและข้อเรียกร้องให้บริษัททำสัญญาฉบับดังกล่าวกับฟ้าใส 
- ซึ่งทางบริษัทได้ตรวจสอบสัญญาฉบับดังกล่าวแล้วเห็นว่าคงไม่เหมาะและดูไม่เป็นธรรมกับทางบริษัท  บริษัทจึงไม่รับข้อเสนอของฟ้าใส 
- ฟ้าใสจึงยื่นข้อเสนอไม่ขอเข้าทำสัญญากับทางบริษัท ทางบริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่าเมื่อฟ้าใสไม่มีเจตนาที่จะทำงานร่วมกันแล้วก็ไม่อยากจะบังคับจิตใจหรือดำเนินการตามกฏหมายใดๆทั้งสิ้นทั้งที่บริษัทมีสิทธิ์ที่จะพึงกระทำได้  
- บริษัทจึงยินยอมให้ฟ้าใสไม่เข้าทำสัญญาตามที่เธอต้องการและในวันดังกล่าวทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจาตกลงเรื่องของการขอเงินบางส่วนและรางวัลที่จะได้รับจนเป็นที่พึงพอใจของทั้งสองฝ่ายแล้วและได้กำหนดนัดลงชื่อ ในบันทึกข้อตกลงในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 ต่อไป
27 กพ.63 : 
ทางทนายของบริษัทได้ส่งอีเมลบันทึกข้อตกลงให้กับทางทนายความของฟ้าใสได้ตรวจสอบ ทางทนายของฟ้าใสได้ตอบกลับมาว่าขอแก้ไขก่อนและได้มีการติดต่อเข้ามาว่าฟ้าใสไม่สามารถเข้ามาลงชื่อ บันทึกข้อตกลงตามที่นัดกันไว้ในวันที่ 28 กพ.63ได้ จึงขอเลื่อนเป็นวันที่ 4 มีค.63 แทน

4 มีค.63 : 
- ฟ้าใสเดินทางมาที่บริษัทพร้อมญาติผู้ใหญ่หนึ่งท่านและทนายความเข้ามาพบกันที่บริษัทและฟ้าใสได้ลงชื่อในบันทึกข้อตกลงทั้งสองฝ่าย
- ฟ้าใสได้รับเงินและสายสะพายไปครบถ้วนแล้วตามที่ตกลงกันไว้
- ในบันทึกดังกล่าวก็มีการตกลงกันไว้ว่าจะไม่ให้ข่าวเสียหายใดๆต่อกัน และไม่เปิดเผยข้อตกลงใดๆในบันทึกให้แก่บุคคลภายนอกทราบทั้งสิ้น ซึ่งข้อตกลงข้อนี้ฟ้าใสคงทราบดีอยู่แล้วทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมาทางบริษัทจึงไม่เคยชี้แจงให้สื่อมวลชนทราบเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของฟ้าใสไว้ตลอดมา
เมื่อเกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง ทางกองประกวดอยากเรียนให้ทราบว่า เรายินดีและอนุญาตให้ฟ้าใสนำสัญญาทั้งหมดเปิดเผยต่อสาธารณะได้โดยรับรองว่าจะไม่เอาผิดแต่อย่างใด