ข่าวข่าวในประเทศ 11 กรกฎาคม 2563 เวลา 11:01

“จิ๊ก เนาวรัตน์” ร้องกรี๊ดหลัง “แอ๊ว อำภา” ดิวทอมให้หวังเจอรักครั้งใหม่หัวใจพองโต! พร้อมเผยเรื่องราวโดนผีหลอกตอนแต่งหน้าศพ!

จิ๊ก เนาวรัตน์ ใจฟูอีกรอบในวัย 62 ปี เมื่อเพื่อนสาวสุดซี้ แอ๊ว อำภา แนะนำทอมบอยมาให้รู้จัก หวังเป็นรักครั้งใหม่ให้ใจชุ่มฉ่ำ แถมเจ้าตัวยังโดนเพื่อนสนิทเม้าท์ว่าพี่จิ๊กขี้งกตัวแม่ โดยเจ้าตัวมาเปิดใจผ่านทางรายการคุยแซ่บShow ทางช่อง ONE31

           ทำไมช่วงนี้สวยเหลือเกิน หรือว่าเอาไว้รอรับแฟนทอมที่คุณแอ๊วเขาจะดิวมาให้?
           พี่จิ๊ก : คือเรื่องทอมเป็นเรื่องที่ไม่ได้อะไรหรอก คือพี่แอ๊วเคยโทร.คุย ก็บอกว่าพี่จิ๊กชอบทอมไหม มีทอมเยอะแยะเลยนะเขาชอบพี่จิ๊ก ถ้าพี่จิ๊กสนใจโอเคเลย จะติดต่อให้

           อายุประมาณเท่าไหร่พี่?
           พี่จิ๊ก : ทอมหรอ ก็ประมาณกลางๆ คน โสดไม่โสดเราไม่รู้ แต่นี่จะแนะนำให้ เพราะพี่แอ๊วเขาจะมีแฟนเป็นทอมไง

           แล้วคุณแม่ตอบพี่แอ๊วไปว่ายังไง?
           พี่จิ๊ก : ไม่ใช่สเปคทอม ทำไม่เป็น

           สุดท้ายคือชอบผู้ชาย?
           พี่จิ๊ก : ชอบผู้ชายไหม สุดท้ายคือมนุษย์เรามีคู่ คู่ก็คือผู้ชาย แต่ตอนนี้เราก็ไม่เอาคู่ ไม่เอา

           ไม่ลองเปิดใจคุยก่อนหรอคุณแม่?
           พี่จิ๊ก : แต่ก็ดีทั้งนั้นแหละ หญิงจะรักกัน ผู้ชายรักกัน มันก็โอเคนะ แต่ใจมันไม่ไปไง มันก็ไปไม่ได้ไง



           แต่ลูกพี่ก็อยากให้พี่มีแฟน?
           พี่จิ๊ก : ใช่ อันนี้ถูกต้อง เขากลัวว่าถ้าวันหนึ่งเขามีคู่ไปแล้ว เราจะต้องอยู่คนเดียว ไม่มีใครอยู่ข้างเคียง ถามว่าเหงาไหม จริงๆ ต้องจัดตารางนะ พอเราไม่มีคู่มันก็ลำบากนะ จัดตารางตัวเองว่าไม่ให้เหงา ช่วงนี้ต้องทำอะไร ช่วงนี้ดูหนัง ช่วงนี้ออกกำลังกาย แล้วก็ช่วงนี้ต้องไปวัด ช่วงนี้ต้องไปทำงาน ช่วงนี้มีรายการ ช่วงนี้ต้องทำอะไรอย่างนี้ มันจะวนเวียน

           แล้วถ้าสมมติมีแฟน ต้องจัดตารางอีกไหม?
           พี่จิ๊ก : ถ้ามีแฟนก็ต้องจัดตาราง ต้องหาความสุข ไปเที่ยวกัน

           งั้นเราตัดทอมไปนะ ไม่ใช่สายพี่อยู่แล้ว?
           พี่จิ๊ก : คือทอมก็ดีไม่ใช่ไม่ดีนะคะก็อยากได้ทอม แต่ว่าพอดีพี่ไม่ใช่สเปค

           ผู้ชายแบบไหนที่จะเข้ามาในชีวิตแบบพี่ได้?
           พี่จิ๊ก : พี่ก็ชอบผู้ชายไม่ใช่ไม่ชอบ พี่เป็นคนชอบผู้ชายฉลาด พี่เป็นคนชอบคนอายุเยอะกว่า เพราะพี่ไม่ชอบเด็ก 1.ไม่ใช่ไม่ดีนะ เพราะถ้าเราชอบเด็กแล้วพี่กลัวว่าลูกพี่จะไม่ชอบ ลูกพี่จะมองพี่ไม่ดี แล้วบรรดาเพื่อนๆ พี่จะทำให้พี่รู้สึกเหมือนกับว่า เห้ย...จิ๊กเปลี่ยนไปหรอ ชอบเด็ก

           คำว่าเด็กของพี่คืออายุเท่าไหร่?
           พี่จิ๊ก : 40, 30, 50 ก็ไม่เอา พี่ว่าผู้ชาย 50 เป็นผู้ชายที่เลือกเยอะ แต่บางทีเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือกฝ่ายเดียว เราต้องมีสิทธิ์ที่ต้องเลือกด้วย พี่จะไม่เป็นทาสให้คนมาเลือกพี่ พี่ต้องเป็นคนเลือกเขา

           เคาะไว้ที่ 60 ได้ไหม?
           พี่จิ๊ก : 60 ต้องเป็นคนที่เมียตายแล้ว มีลูกไม่มีลูกมันไม่เกี่ยวหรอก เพราะว่าถ้า 60 แล้วลูกก็ต้องแก่แล้ว พี่จะบอกอะไรให้ฟังไหม ตอนโควิดที่เกิดขึ้น เขาว่าพี่เป็นคนขี้เหนียว

           อันนี้มีคนเขาเม้าท์มา เรื่องจริงไหม?
           พี่จิ๊ก : จริง แต่พี่ก็ไม่สนใจนะใครจะว่าพี่ เพราะว่าพี่ถือว่าวันและเวลาที่เราไม่ได้มีงานทำ 3-4 เดือน เราต้องควักของเก่ามากิน

           มีผลกระทบไหม?
           พี่จิ๊ก : ผลกระทบทุกคนนะ พี่ต้องเอาเงินเก่าๆ ที่เก็บมาใช้ ถ้าเราไม่งกเราจะไม่มีมาถึงวันนี้
           
           พี่ขี้งกยังไง?
           พี่จิ๊ก : คุณพี่จะซซื้ออะไรก็ต่อเมื่อเพิ่งซื้อ ถ้าอะไรไมม่จำเป็นคือพี่จะไม่แตะต้อง ถ้ากระเป๋า เสื้อ ถ้าจะซื้อมาก็ต้องคำนวณก่อนว่าเราจะมาใส่รายการนี้ได้ค่าตัวเท่าไหร่ แล้วชุดนี้จะคุ้มไหม จะใส่ได้กี่งาน แล้วพอใส่เสร็จแล้วเราควรไปทำอะไรกับของตรงนั้น คุณพี่เป็นแบบนี้ คุณพี่ไม่ฟุ่มเฟือยนะ แต่กระเป๋าราคาแพงๆ คุณพี่ก็มีนะ แต่คุณพี่ก็ไม่ได้ซื้อ เพื่อนซื้อให้คุณพี่ คุณพี่ไม่ค่อยถือหรอก เพราะเสียดายกลัวมันพัง

           แม่ค้าเม้าท์กันว่าจิ๊ก เนาวรัตน์ ต่อราคาจนยกแผงหนีเลย จริงไหม?
           พี่จิ๊ก : พี่ก็ต่อของพี่ไปเรื่อย เขาให้ก็ให้ เขาไม่ให้ก็ไม่เป็นไรหรอก พี่ก็ขำๆ ไม่เป็นไรหรอก เอาเท่าไหนก็เท่านั้น เพราะเขาจะพูดว่าอย่าต่อเลยคุณเนวรัตน์ ชั่วโมงนี้ลำบากไปตามๆ กัน



           ชุดวันนี้คือชุดใหม่เลยไหม?
           พี่จิ๊ก : ชุดใหม่ คุณพี่ออกรายการทุกรายการไม่มีเสื้อผ้าซ้ำ ไปดูเทปได้เลย 30 ปี

           ถ้าอย่างนั้นชุดเก่าขายไหม?
           พี่จิ๊ก : รู้ไหมการขายของคุณพี่ทำยังไง คุณพี่เอาเสื้อผ้ามากองๆ ห้ามเลือกชิ้นใดชิ้นหนึ่ง เพราะจะต้องเลือกของสวยไป ของขี้เหร่จะถูกไม่เลือก คุณพี่ก็จะผสมไปเหมาเป็นกอง เสร็จตีราคากองนี้ 5,000 บาท แล้วคุณพี่ก็รวบรวมเงินได้เยอะหลายแสน คุณพี่ก็เอาไปซื้อไฟส่องที่วัด คุณพี่ก็จะได้มีแสงสว่างในชีวิตต่อไป

           บ้านพี่เกิน 100 ล้าน ทำไมเราต้องประหยัดขนาดนั้น?
           พี่จิ๊ก : คือคุณพี่ประหยัดจริง คนเราเกิดมาบนโลกใบนี้ต้องไม่ดูถูกเงิน คนเราที่ไม่ประหยัดคือการดูถูกเงิน อย่ามองตัวเองรวย อย่ามองตัวเองต่อยต่ำ มองตัวเองธรรมดาๆ ใช้ชีวิตให้มันสบายๆ

           แล้วก็ออกไปแจกของช่วงโควิดด้วย?
           พี่จิ๊ก : ใช่ คุณพี่ไปแจกเนื้อจระเข้ เขาให้คุณพี่ไปแจก เพราะเขาส่งออกไม่ได้ คุณพี่ชอบมาก

           ในช่วงโควิดผู้หญิงคนนี้ไม่เครียดเลย เพราะว่าอะไร?
           พี่จิ๊ก : เพราะว่า1.เราต้องเข้าใจมันเกิดหมดทุกคน ไม่ใช่เราคนเดียว ถ้าเราเป็นคนเดียวอันนี้เครียด

           พี่ยังแต่งหน้าศพอยู่ไหม?
           พี่จิ๊ก : ยังแต่งอยู่ค่ะ แต่ว่าตอนนี้มันจะน้อยลง เพราะว่าเขาจะไม่ให้ไปยุ่งวุ่นวายมาก เพราะมันเป็นช่วงโควิด

           พูดถึงศพก็ขนลุก มีเรื่องลี้ลับบ้างไหม?
           พี่จิ๊ก : เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พูดไม่ได้ พูดแล้วขนลุก คือการที่เราไปทำอะไรสักอย่าง โดยที่เราไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง แต่เราจะสัมผัสจิตกันได้ วันหนึ่งเราจะแต่งหน้าศพหลายศพ แต่ ณ วันหนึ่งพอเราแต่งแล้ว สมมติเด็กเล็กๆ น่ารักมาก เขาตายไม่ถึงเดือน เด็กคนนี้เกิดมายังไม่เรียกแม่ พ่อเลย คุณแม่ก็เอาแก้มทา แล้วมาแต่งให้อีกคนหนึ่งต่อ พอแต่งไปแต่งมาเหลือบไปดู เอ้า...เมื่อกี้เราวางน้องคนนี้เรียงตรง แต่จู่ๆ น้องมาขวาง ขวางได้ยังไงเตียงมันยาวมันกินที่ แต่ตัวน้องไปเอง ก็งงแต่ไม่รู้ทำไง เหลือบไปดูนาฬิกา ตอนนั้น 9.45 นาที ธรรมาเราแต่งอะไรแบบนี้เราจะไม่ดูเวลาเลย ทำไปเรื่อยๆ มีกี่ศพก็แต่งไป

           แล้วระหว่างที่แต่งอยู่กับใคร?
           พี่จิ๊ก : คนเดียว แล้วระหว่างที่แต่งเสร็จเอาคุณป้ามานอนริม แล้วก็แต่งคุณลุงต่อ คุณลุงมานอนติดคุณป้า เหยียบเตียงรู้ไหมเตียงคุณป้าสามารถไหลไปได้ ก็วิ่งจับเตียงแทบตาย คิดได้ทันทีว่าคุณป้าไม่ยอมนอนข้างคุณลุง เพราะเขาไม่รู้จักกัน แล้วเขาแก่พอกัน แล้วเหมมือนมานอนคู่กันเขาไม่เอา แต่เด็กขวาง ทำให้คิดว่า มัน 9.45 น. มันเกี่ยวอะไร เพราะเราไป 8 โมงก็ไม่ได้เกี่ยว แต่ใจก็คิดไปถึงอย่างอื่น แต็ไม่ได้ทำ มันเป็นเลขติดใจ กลับมาบ้านก็ติดใจ จนปัจจุบันพอลอตเตอรี่ออกกลายเป็นเลขลอตเตอรี่ แต่ไม่ได้บอกใคร แต่เราเป็นคนไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ ลอตเตอรี่ยังซื้อไม่เป็น

           พี่คิดว่าพอหมดช่วงโควิดจะเลิกแต่งหน้าศพไหม?
           พี่จิ๊ก : ไปเรื่อยๆ ค่ะ แล้วแต่บุญว่าสนาชนกัน แต่งหน้าศพ ถ้าบุญวาสนาชนกันก็ได้ไปสัมผัส แต่ถ้าบุญวาสนาไม่เจอกันก็คือไม่เจอ

           ทำไมคุณแม่อุทิศตัวไปทางแต่งหน้า ซึ่งต้องเอาตัวเองไปคลุกคลีใกล้กับร่างที่ไร้วิญญาณ ซึ่งน่ากลัวมาก?
           พี่จิ๊ก : จริงๆ ไม่ได้น่ากลัวนะ คนเราเป็นมนุษย์อยู่อย่างนี้ทำไมถึวได้คุยกันได้ แต่ ณ วันหนึ่งที่เขาดับสลาย หัวใจไม่ทำงานแล้ว ทำไมเราต้องบอกเขาว่าเขาเป็นศพ แล้วทำไมถึงกลัวเขา ต้องไม่กลัว ต้องทำให้เขาเป็นปกติเหมือนมนุษย์ธรรมดาที่เขาหลับไปแล้วเขาได้บุญแล้วนะ เขาจบทุกสิ่ง ทุกอย่าง เราจะต้องมองเขาว่าเขาขึ้นสู่สวรรค์ อย่าไปกลัว มันจะไม่ได้ เราจะมองเขาว่าเขาสวย หล่อ สุดท้ายชีวิตจบแล้วในโลกใบนี้ ไปอยู่ภพหน้า เราก็ต้องส่งเขาไปให้ดี พอหลังจากนั้นเราก็จะมีความรู้สึกว่าเขาหมดทุกข์หมดโศกทุกอย่าง