ข่าวข่าวในประเทศ 10 กรกฎาคม 2563 เวลา 11:27

“เก้า จิรายุ” ขอโทษ แฟนคลับที่ทำให้เฮิร์ต ปมดราม่า ล้อเล่นกับความรัก ที่แท้แค่โปรโมทเพลง

ตกเป็นประเด็นร้อนก่อนหน้านี้กับเรื่องที่มีภาพและแคปชั่นเศร้าของนักร้องสาว​ "วี วิโอเลต"หวานใจ​ นักแสดงหนุ่ม​ "เก้า จิรายุ ละอองมณี" เลยทำให้หลายคนตีความไปว่า​ ทั้งคู่กำลังมีปัญหาเรื่องความรัก แต่ไปๆมาๆกลับกลายเป็นดราม่าโปรโมตเพลงใหม่ งานนี้เลยถูกมองว่าเอาเรื่องความรักมาล้อเล่น

          ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสเจอหนุ่ม​ "เก้า จิรายุ" ในงาน​ ที่​ คิง เพาเวอร์ปล่อยคาราวานแจกลูกฟุตบอลทั่วประเทศ ให้กับเยาวชนไทยที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ภายใต้โครงการล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย ปีที่4 ที่ โรงเรียนวัดหนองศาลา (ประชานุกูล) จ.นครปฐม โดยเมื่อเปิดงานเสร็จสิน เก้า ได้ให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ ถึงประเด็นที่เกิดขึ้น​ รวมถึงเรื่องที่แม่ก้อยโพสต์ข้อความว่า “ต้องเข้มแข็งแต่ไหน ถึงจะพอนะ” ว่าเกิดอะไรขึ้น

           ถามถึงดรามาโปรโมทเพลงของวี?
           “มันนานมาแล้วครับ มันผ่านไปนานแล้ว เขาเคลียร์ไปหมดแล้ว ผมไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ที่ผ่านมาเราก็คุยกันตลอด ปกตินะ ผมว่า ก็ตามที่เขาพูดเลย เขาพูดทุกอย่างไปหมดแล้ว เขาก็พูดความจริงทุกอย่าง"

           เราคิดว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ไหม?
           “อย่างที่เขาบอกเลย ไม่มีใครอยากให้มันเกิด ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องเข้าใจผิดอยู่แล้ว มันมีความจริงอยู่ มันมีสิ่งที่ถูกอยู่ มันเป็นเรื่องปกติของการสื่อสารที่บางทีมันผ่านสื่อผ่านอะไรหลายอย่างมันก็ทำให้เกิดการเข้าใจผิดกันขึ้นได้ บางทีเราคุยกันต่อหน้ายังเข้าใจผิดกันได้เลย ฉะนั้นพอมันผ่านโซเชียลมีเดีย ผ่านสื่อต่างๆมันก็เป็นไปได้ที่จะเข้าใจผิด ถ้าเข้าใจผิดเราก็ทำให้เขาเข้าใจถูก แค่นั้นเอง ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลอะไร”

           อีกกระแสเขาก็ตั้งข้อสังเกตว่าจังหวะนั้นเรากับวีอาจจะเข้าใจกันผิดจริงๆ แล้วมาบอกว่าทีหลังว่าโปรโมทเพลง?
           “ถ้าเกิดว่าเขาพูดกันไปขนาดนั้น ผมก็ทำอะไรไม่ได้ ผมว่ามันเป็นเรื่องปกติเลย หลายคนเขาก็เดาหรือมีสมมติฐาน มีการทำนายอนาคต ระลึกชาติได้ ประเทศเราเรามีผู้ที่มีพลังทางนี้อยู่ด้วย เราก็อย่าไปลบหลู่เขา เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจริงไม่จริง ผมก็พูดอะไรมากไม่ได้ ในเมื่อผมและวีพูดสิ่งที่จริงที่สุดไปแล้ว จะเชื่อหรือไม่เชื่อ จะเลือกเชื่อสมมติฐานนั้นเราก็ทำอะไรไม่ได้”

           เอาความรักมาล้อเล่น?
           “เขาบอกไปแล้ว มันไม่ใช่อยู่แล้ว แต่จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่”

           แฟนคลับก็เฮิร์ตหนักเหมือนกันคิดว่าเราเลิกกันจริง?
           “เราอย่าเพิ่งไปรีบเชื่ออะไร เราก็ไม่อยากให้รู้สึกไม่ดี มันไม่ใช่แค่เรื่องนี้เท่านั้นนะ หมายถึงเรื่องอื่นด้วยในชีวิต ก็เข้าใจแหละว่าเราเป็นบุคคลสาธารณะ เราจะพูดอะไรมันก็ไปถีงคนหมู่มากเยอะ แต่เราก็เป็นมนุษย์คนนึง ก็อาจจะมีผิดบ้างในบางครั้ง เราก็ขอโทษไม่อยากให้ใครรู้สึกไม่ดี บางทีเราอย่าเพิ่งไปปักใจเชื่ออะไร 100 เปอร์เซ็นต์ บางทีรอหน่อยก็ได้ รอให้เราอธิบายก่อน ในสถานการณ์ตอนนั้นมันไม่มีอะไรที่ชัดเจนจนไปสรุปความอะไรได้”

           ตอนนั้นคนถามเราเยอะไหม?
           “มีครับ มีเข้ามาเรื่อยๆ”

           วีเขาบอกว่าอยากให้เรื่องความรักของเรากับเขาเป็นเรื่องส่วนตัว?
           “เช่นกันครับ เพราะจริงๆแล้วมันไม่มีอะไรเชื่อมมาทางผมเลย เหมือนผมถูกผู้รู้เอาผมไปพูดถึง เอาไปเชื่อมโยงทั้งนั้นเลย ก็ไม่ซีเรียสอะไร เข้าใจแหละว่ามันเป็นธรรมดา คนเขาก็อยากรู้กัน”

           การเป็นบุคคลสาธารณะถือเป็นอุปสรรคความรักของเราไหม?
           “ผมมองว่าจริงๆแล้วเรื่องส่วนตัวของผมมันแยกออกจากเรื่องงานโดยชัดเจนอยู่แล้ว ผมก็มองว่ามันเป็นเริ่องงานมากกว่า คนไปเข้าใจกันผิด ก็แค่ทำให้เขาเข้าใจถูกขึ้น เรื่องส่วนตัวจริงๆแล้วผมไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว เราอยากให้มันเป็นเรื่องส่วนตัวเท่าที่เราจะทำได้ แต่ก็อาจจะไม่100เปอร์เซ็นต์ เพราะเราอยู่ในวงการ”

           เราอยากมีความส่วนตัว ซึ่งสวนทางกับที่เราเป็นบุคคลสาธารณะ มันยากไหม?
           “มันจัดการได้ ก็ปกติครับ”

           เห็นเราไปออกรายการแล้วพูดถึงโมเมนต์ที่จีบวี?
           “อันนั้นเป็นรายการเพื่อนครับ ไม่งั้นก็ไม่พูด”

           ไม่ค่อยชอบพูดเรื่องความรัก?
           “ผมว่าเรา บางอย่างเราเก็บไว้ส่วนตัว มันก็โอเคแล้ว ก็เลยรู้สึกว่าไม่ต้องออกมาอธิบายทุกอย่าง แล้วแต่คนนะ ไม่ใช่บอกว่าที่ทำมันผิดนะ แล้วแต่คนครับ”

           จริงใช่ไหมที่บอกว่าเห็นเขาครั้งแรกก็ปิ๊งเลย?
           “(หัวเราะ) อันนี้จากอันไหนครับนี่ จากคลิปไหนครับนี่”

           เห็นบอกว่าชอบเขาตั้งแต่ เดอะวอยซ์ จรมาเจอที่คอนเสิร์ต?
           “จำไม่ได้แล้วครับ ความจำผมสั้นมากเลย ไม่รู้เป็นอะไรช่วงนี้ ผมทำงานหนักครับผม ผมเบลอไปหมดเลย ผมพูด ผมสัมภาษณ์อะไรไปมั่ง ผมอาจจะตกใจ เฮ้ย สัมภาษณ์อะไรไป”

           วีบอกว่าจริงๆ มีรูปคู่กันเยอะมาก แต่ไม่ได้ลง?
           “ใช่ครับ มันไม่จำเป็นต้องลง ก็มีแหละ ก็ถ่ายกันปกติ เขาเรียกอะไรอ่ะ ก็เก็บกันไว้ดู ก็แฮปปี้แล้ว”

           ต้องใช้ความอดทนขนาดไหน?
           “สำหรับผมไม่ได้อดทนนะครับ ไม่ใช่ความอดทนนะ เขาเรียกอะไร บางอย่างสวย เราก็ไม่ต้องให้คนอื่นดู แต่มันสวยเราก็พอใจแล้ว”

           ไม่ค่อยเปิดเผยกับเรื่องความรักมาก?
           “ก็ขนาดผมไม่ค่อยเปิดเผย ยังขนาดนี้เลย ถ้าผมเปิดเผยก็จะอยากรู้เข้าไปอีก ความรู้ไม่มีที่สิ้นสุดครับ ผมไม่ได้พูดคำว่า ความอยากรู้นะ ผมว่าความรู้มัน คนเราเกิดมาเพื่อเรียนรู้”

           อีกเรื่องหนึ่ง ที่คุณแม่โพสต์ไอจี “ต้องเข้มแข็งแต่ไหน ถึงจะพอนะ”?
           “ไม่ทราบเหมือนกันครับ ว่าเหตุการณ์ไหนนะ ผมจำไม่ได้ว่ายังไง แต่ส่วนตัวแม่คือครอบครัวของผม ผมดูแลครอบครัว ผมคุยเสมอ และก็ดูแล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ผมก็เทคแคร์”

           มีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้เราต้องเป็นห่วงคุณแม่ด้วย?
           “ผมก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องไหนนะครับ เพราะว่าคนเราก็มีปัญหาในชีวิตทุกวัน ก็มีเรื่อยๆ ซึ่งบางอย่างเขาก็แค่ต้องการกำลังใจ ก็ให้กำลังใจครับ”

           แม่เป็นลักษณะนี้บ่อยไหม?
           “จริงๆ เขาก็เป็นมนุษย์ปกติคนหนึ่งครับ ก็มีวะนที่เขาดี มีความสุข ก็มีวันที่เขาเจอเรื่องหนักหน่วง เขาก็เครียด นี่เราก็กำลังพูดถึงมนุษย์คนหนึ่งปกติ”

           เกี่ยวกับช่วงวัยด้วยหรือเปล่า?
           “ผมไม่แน่ใจ ในความรู้สึกผมทุกช่วงวัยมีปัญหาได้หมด น่าที่ครอบครัวที่ดี เราก็ต้องอยู่ข้างๆ และก็ทำความเข้าใจ และก็ให้กำลังใจกัน”

           เราเป็นลูก เห็นแม่โพสต์อย่างนี้ ก็เป็นห่วง?
           “ก็ปกติจะถามกันตลอดอยู่แล้ว คือบางทีผมไม่ได้เห็นในไอจี ผมอยู่บ้านเดียวกัน ผมเห็นหน้าเห็นอะไรอยู่แล้ว ถ้าไม่สบายใจไม่อะไร เราก็คุยหันต่อหน้าอยู่แล้ว ผมอยู่บ้านเดียวกัน ไม่เหมือนกับคนอื่นที่เห็นไอจรแล้วค่อยทักมาถาม ผมอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว เห็นหน้าผมก็รู้แล้วไม่ต้องดูไอจีหรอก”

           มีการพูดคุย ให้กำลังใจกันตลอด?
           “ก็ทุกเรื่องครับ ไม่ใช่แค่เวลาโพสต์เท่านั้น นึกออกไหมครับ คือตอนนี้เราให้ความสำคัญกับโซเชียลมีเดียกันเยอะมากๆเลย บ้างทีมันไม่ได้เป็นสิ่งที่บ่งชี้กันขนาดนั้น”

           เวลาคุณแม่เครียดหนักๆ เขาจะโพสต์?
           “ผมว่าก็แล้วแต่อารมณ์ครับ แล้วแต่ความรู้สึกในข่วงเวลานั้น ผมก็บอดไม่ได้หรอกว่า บางทีก็ทำอะไรที่เราไม่ได้รู้ว่า ทำไมทำแบบนั้นเหมือนกัน ผมว่าหลายๆคนน่าจะเข้าใจ ผมก็ไม่ได้ถามอะไรเยอะ ว่าทำไมถึงทำอย่างนั่น ทำไมถึงทำ อย่างนี้ ถ้ารู้สึกไม่ดีก็คือรู้สึกไม่ดี แล้วเราก็มาซ่อมมัน ประมาณว่าทำมันให้ดีขึ้น ให้อะไรให้ความรู้สึกดี มีให้เยอะที่สุดในชีวิตเราครับ”