ข่าวข่าวในประเทศ 8 กรกฎาคม 2563 เวลา 09:42

“นีโน่ เมทนี” เผย “แม่อรพิน” ลื่นล้ม รักษาในห้องไอซียู นานนับเดือนก่อนเสียชีวิต มอบบ้านให้ทายาท แบ่งเงินให้คนดูแล

หลังจากคุณแม่อรพิน วรธรรม(กุญชร ณ อยุธยา) อายุ 84 ปี คุณแม่ของอดีตพระเอกดัง โอ วรุฒ วรธรรม ประสบอุบัติเหตุลื่นหกล้มในบ้านพักที่เชียงใหม่เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ก่อนญาติจะนำตัวเข้ารักษา ที่ รพ.ลานนา จ.เชียงใหม่ กระทั่งเสียชีวิตลงอย่างสงบ ที่ ห้องไอซียู รพ.ลานนา เมื่อเช้าวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา

         ล่าสุดเมื่อวานนี้( 7 ก.ค.) ที่ ศาลา 5 วัดศรีเอี่ยม แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร ได้มีการทำพิธีบำเพ็ญกุศล รดน้ำศพ และสวดพระอภิธรรม คุณแม่อรพิน วรธรรม

         ซึ่งบรรยากาศภายในศาลา 5 วัดศรีเอี่ยม เต็มไปด้วยความโศกเศร้าของญาติพี่น้อง รวมถึง 'นีโน่ เมทนี บุรณศิริ" เพื่อนสนิทของพระเอก "โอ วรุฒ" เดินทางมาร่วมไว้อาลัย

         จากนั้น นีโน่ เมทนี เผยถึงการดำเนินการบำเพ็ญกุศล แม่ปุ๊ ว่า
          “นำร่างแม่ปุ๊มาจากเชียงใหม่ ซึ่งเป็นความต้องการของญาติแม่ปุ๊ เพราะส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว เดินทางไม่ไหว เลยมีความประสงค์ขอมาบำเพ็ญกุศลกันที่กรุงเทพฯ ก่อน มาฌาปนกิจที่กรุงเทพฯ แล้วเดี๋ยวค่อยเอากระดูกไปลอยอังคารที่ดอยเต่าที่เดียวกันเลยทั้งครอบครัว”

         ย้อนไปถึงวันที่แม่ปุ๊ล้ม?
         “จริงๆ คุณป้าเป็นคนชอบใส่ถุงเท้าให้เท้าอุ่น แต่พอดีว่าวันนั้นเดินแล้วไม่ได้ใช้วอล์กเกอร์ เลยลื่นล้ม แต่พอลื่นล้ม น้องหมวยที่ดูแลอยู่ก็รีบพาส่งโรงพยาบาล ทีแรกก็ไม่ได้มีอาการอะไรเท่าไหร่ แต่พอหลังๆ ไม่ค่อยดี เลยต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ อยู่ไอซียูก็ลุ้นกันมาสักพักว่าจะเป็นยังไง เพราะท่านก็ 84 แล้ว”
         “พอลุ้นมาสักพักก็ถอดเครื่องช่วยหายใจ หมอบอกว่าอาจจะต้องเจาะคอ แต่เราก็ไม่อยากให้เจาะเท่าไหร่ แต่ปรากฏว่าถอดออกมาก็ไม่ต้องเจาะ ยังดียังคุยกันอยู่ เรายังไปเยี่ยมอยู่เลย ทั้งคุยกัน ทั้งพยักหน้า ทั้งสั่งอะไรกันไว้ก็รู้หมดเลย บอกคุณป้าไว้ว่าเดี๋ยวโน่กลับมานะ คุณป้าพยักหน้าโอเค”
         “ในวันที่คุณป้าสิ้น พยาบาลเช็ดตัวเสร็จก็ให้อาหารทางท่อ เสร็จแล้วก็คุยกับนางพยาบาลตามปกติ พอประมาณ 07.32 น. ชีพจรลงต่ำจนแทบไม่มี พอเวลา 07.42 น.ก็นิ่งสนิท แต่เป็นความประสงค์ว่าไม่ปั๊มหัวใจ เพราะเคยเห็นตอนปั๊มโอ อีกย่างคุณป้าอายุเยอะแล้ว อีกอย่างบอกป้าไว้แล้วด้วยว่าถ้าป้าไปก็ไปให้สบาย นึกถึงพระอรหันต์ท่านไว้ ป้าก็ค่อยๆ หลับไปครับ”


         ตอนที่ไปเยี่ยมล่าสุด แม่ปุ๊ได้สั่งเสียอะไรไหม?
         “ไม่ได้สั่ง ใช้พยักหน้าอย่างเดียว คือเรารู้ว่าท่านมีสติสัมปชัญญะ แต่ในทางการแพทย์ ในทางการกฎหมายแล้ว คือไม่มีสติสัมปชัญญะแล้ว จะให้ท่านสั่งอะไรมาก็ไม่มีผลอะไร เอาเป็นที่รู้กันว่าท่านรับรู้หมดทุกอย่างแล้ว”

         ถามถึงอย่างก่อนหน้านี้ที่แม่ปุ๊เคยฝากหลานๆ และฝากบ้าน?
         “ต้องดูว่าหลังจากเสร็จงานจะเป็นยังไง เพราะยังไม่รู้อนาคต แต่ในความถูกต้องผมก็มีหน้าที่ดูในฐานะเพื่อนของโอเจ้าของสมบัติ เป็นยังงั้นไป ใครที่มีสิทธิ์โดยชอบก็น่าจะเป็นลูกของเขาแหละครับ ควรจะเป็นตรงนั้นไป”

         น้องเอ้กได้มาไหม?
         “น้องเอ้กอยู่นิวซีแลนด์ ตอนนี้น้องอายุ 26 ปีแล้ว ซึ่งน้องก็ได้ไปทำบุญตั้งแต่วันที่คุณย่าเสียที่นิวซีแลนด์แล้ว น้องเอ้กเขาก็เป็นห่วงทุกอย่างแหละ อยากมา แต่ถ้ามาปั๊บทางนี้ก็ต้องกักตัว ทางโน้นก็จะต้องกักตัวก็จะทำให้น้องเอ้กทำงานไม่ได้”

         “ตอนแรกก็กะจะเก็บกระดูกคุณป้าไว้รอน้องเอ้กมาลอยด้วย แต่ว่าไม่มีใครกล้าเก็บสักคน เลยคุยกับน้องเอ้กว่าเดี๋ยวกระดูกส่วนหนึ่งจะเอาไปไว้กับญาติๆ ที่วัดหนึ่ง เอ้กก็มาบำเพ็ญกุศลที่วัดนั้นก็ได้ เอ้กกับผมจะไลน์คุยกันตลอด เขาจะถามตลอดว่าคุณย่าเป็นไง เขาเป็นเด็กที่เป็นห่วงทุกคน”

         แล้วเขาได้ฝากอะไรถึงคุณย่าไหม?
         “เขาก็พูดแบบเด็กฝรั่งนะครับ แต่มีอย่างหนึ่งที่เขาพูดขึ้นมาแล้วผมชอบมากก็คือ เขาไม่มีโอกาสได้ดูแลใคร แม้แต่พ่อ หรือว่าปู่ย่า ซึ่งน้อยนักที่ฝรั่งจะพูดแบบนี้ เพราะว่าเอ้กเขาโตเมืองนอกเขาไม่ค่อยมีความเป็นไทย แต่ในขณะเดียวกันที่เขารู้ว่าพ่อเขาเป็นใคร คนไทยเป็นยังไง เขาก็พยายามเข้าวัด ไหว้ยังไงสวยน่ารัก ผมเจอตอนเกิด แล้วก็มาเจอตอน 18 แล้ว คือ 18 ปีที่ไม่ได้เจอเจ้าเอ้กเลย แต่เขามีความเป็นไทยค่อนข้างดีมากครับ ถึงแม้จะเติบโตที่นิวซีแลนด์”

         เมื่อวานเห็นว่าอยู่รอรับศพจนมืดเลย?
         “เรื่องของเรื่องคือเมื่อวานรับร่างคุณป้าออกจากเชียงใหม่มาตอน 08.30 น. เราไปถวายเทียนพรรษาที่วัดแล้วก็มานั่งรอเพราะกลัวมารับไม่ทัน มาถึงตั้งแต่ 17.30 น. เพราะเขาบอกว่ารถติด เราก็แวะนู่นแวะนี่ไป มาถึงวัดปรากฏรถยางแตกที่สิงห์บุรี แตกสองล้อเลย สงสัยคุณป้าไม่อยากมากรุงเทพฯ คิดเล่นๆ นะ(ยิ้ม) ปรากฏว่าหายางเปลี่ยนไม่ได้ แต่ก็ต้องขอบคุณพี่ไทด์(เอกพันธ์) พี่โบ๊ท วิบูลย์นันท์ ที่ดูแลเป็นอย่างดีเรื่องนี้ ขอบคุณมูลนิธิร่วมกตัญญูด้วยที่ส่งรถไปรับคุณแม่มา”
         “สรุปมาถึงนี่ตอน 22.10 น. เราก็นำร่างคุณป้าเข้าไปในศาลาครับ มีน้องเขยกับหลานมารับอยู่ แต่ผมเป็นคนบอกให้ทุกท่านกลับไปก่อนเอง ไม่อยากให้รอ เพราะผมคิดแล้วว่า 3-4 ทุ่มแน่ๆ เพราะเมื่อวานรถกลับจากต่างจังหวัดเยอะ แล้วน้องสาวป้าเขาก็เพิ่งล้มเหมือนกัน น้องสาวแท้ๆ อายุ 84 เหมือนกัน นี่ก็นั่งรถเข็นมา”

         หลายคนก็ชื่นชมในความเป็นเพื่อนแท้ของ “โอ วรุฒ” จนถึงวันนี้ก็มาส่งคุณแม่ด้วย?
         “ไม่ใช่ผมคนเดียวหรอกครับ ความดีความชอบมันอยู่ที่โอแล้วกัน สิ่งที่โอทำมาในชีวิตมันก็ส่งเสริมโอ โอมีทั้งคนรัก แต่ไม่ค่อยมีคนเกลียด มีแต่คนหมั่นไส้(ยิ้ม) หรือจะบอกว่าโอขี้เมาก็มีแค่นี้แหละ เพราะโอไม่เคยทำร้ายใคร ไม่ค่อยได้ทำอะไรให้ใครเดือดร้อน และเขาก็ดูแลคุณพ่อคุณแม่จนวาระสุดท้าย เพราะเงินที่เพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลายให้มาไว้ สามารถใช้เลี้ยงดูคุณพ่อคุณแม่มาได้ตลอดและเหลือด้วย”

         แล้วจะช่วยจัดการตรงนี้ยังไงต่อ?
         “ดูตามความเหมาะสมครับ แต่ผมไม่เกี่ยวนะครับ แต่ผมก็ต้องดูแหละครับว่าใครเป็นคนดูแลเขามากที่สุด อันนี้ในส่วนของเงินนะครับ แต่ในส่วนของบ้านก็คงให้เอ้ก เพราะถามเอ้กแล้วเขาไม่ขอรับเงิน คงมาดูกันว่าใครควรจะได้บ้าง ตั้งแต่คนดูแลแหละครับควรจะได้ไป และคนใกล้ชิดโอที่เคยดูแลโอมาตลอด มันก็ไม่ได้เยอะแยะอะไรมากมาย แต่ผมคิดว่าโอน่าจะพอใจกับสิ่งที่ผมจัดสรรให้ครับ”

         บอกกับแม่ปุ๊ไว้ยังไงบ้าง?
         “คุยกันตั้งแต่ตอนที่แกพยักหน้าตอนที่บอกนั่นแหละ เรื่องของเรื่องป้าปุ๊เขาก็บ่น บอกให้ผมมาทำพินัยกรรม ผมก็เตรียมทนายความ จองตั๋วเครื่องบินเรียบร้อย โควิดมาก็เลยไม่ได้ไป เหมือนแกรู้ตัว เพราะแกบอกให้รีบมาทำพินัยกรรม แล้วแกมาล้มอีก”
         “ครั้งล่าสุดไปแกก็ยังใส่ท่อช่วยหายใจ ซึ่งทางกฎหมายก็ทำพินัยกรรมไม่ได้อีก เพราะไม่มีสติสัมปชัญญะ ต้องพูดได้หรือว่าถอดเครื่องช่วยหายใจ ต้องไม่มีอุปกรณ์การแพทย์อยู่ในตัว ถึงจะทำได้แบบ 100% เลยยังไม่ได้ทำกัน”

         “พอถอดเครื่องช่วยหายใจก็นึกว่าดีขึ้นแล้ว เดี๋ยวรอพูดได้นิดหน่อยก็จะไปหาท่าน แต่ก็เลยไม่ได้ทำกัน ไม่เป็นไรครับ เป็นไปตามฟ้าลิขิต อะไรจะเกิดก็เกิด แต่เราก็ทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้”

         จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เราจะทำให้โอไหม?
         “จะมีอะไรตามมาก็ยังไม่รู้อีกนะ แต่คิดว่าตรงนี้ก็น่าจะจบแล้ว เพราะก็ไม่ได้มีญาติที่สนิทๆ กับผมอีกแล้ว ที่มีก็คือพี่ชายโอก็คือพี่อ๊อด แต่ตอนนั้นโอยังมีกำลัง โอเขาก็ทำของเขาเอง แล้วก็ตามมาด้วยโอ แล้วก็คุณพ่อ แล้วก็เป็นคุณแม่ ครบสี่คนแล้ว ครบขาครับ(ยิ้ม)”