ข่าวข่าวในประเทศ 19 มีนาคม 2563 เวลา 11:55

"พชร์ อานนท์" ยันคำเดิมไม่ให้อภัย "นิก" บอกไม่รู้สึกอีกฝ่ายเต็มใจขอโทษ ขอจบที่ศาล (คลิปท้ายข่าว)

เป็นดราม่าม้วนยาวและดูท่าจะยังไม่จบง่ายซะด้วยสำหรับเรื่องราวแตกหักกรณีของ "พชร์ อานนท์" กับ "นิก คุณาธิป" โดยก่อนหน้านี้ฝ่ายหลังได้ ออกมาโพสต์ขอโทษพร้อมกับแสดงความเสียใจในสิ่งที่พูดไปถึง"พชร์" ก่อนหน้านี้

           ล่าสุดฝ่าย "พชร์ อานนท์" ได้ออกมาพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วโดยกล่าวว่าเคยไกล่เกลี่ยและยื่นข้อเสนอไปแล้วรอบนึง แต่อีกฝ่ายไม่ยอมเลยปล่อยให้เป็นตามกระบวนการของศาล โดยยืนยันว่าไม่ได้รังแกเด็ก

           นิกอยากจะเคลียร์ใจกับเรา?
           “เราบอกไปแล้วไงว่าเรื่องมันอยู่ในศาลแล้ว เขาเป็นคนเริ่มต้นเอาทนายความมาก่อน มันก็ต้องฟ้องกัน ซึ่งก็เคยไกล่เกลี่ยไปแล้วครั้งนึงแต่เขาไม่ยอม จะเอาสัญญาคืนอย่างเดียว ทางศาลก็บอกไม่เกี่ยวกับสัญญา มันเกี่ยวกับคดีฟ้องหมิ่นประมาทเรา ตอนนั้นเราก็โอเค ขอโทษเราทุกสื่อที่เขาลง สองคือจ่ายค่าทนายความมาเพราะเราจ้างทนายความมาว่าความ เขาก็ไม่ไกล่เกลี่ย เขาว่าเขาไม่โอเค เขาก็ยังจะขอสัญญาคืน ซึ่งการที่เราไปมันไม่เกี่ยวกับสัญญาเลย เราพยายามไกล่เกลี่ยแล้วแต่เขาไม่เอางั้นก็ต้องสู้กันในศาล”

           เขาอยากขอโทษเรา ไกล่เกลี่ยแล้วยอมความ?
           “ลองเข้าไปอ่านข้อความเขาใหม่อีกทีดูว่าเขาขอโทษเราจริงหรือเปล่า หลายคนอ่านมาก็บอกว่าไม่ใช่ เรารู้จักเขามา7ปีรู้ว่าเขาเป็นยังไง”

           คือเราไม่ยอมให้อภัยเขา?
           “ไม่ยอม ให้ศาลตัดสินเลยครับเพราะเราไม่ได้เป็นคนเริ่ม เราใจดีมาตลอด เราไกล่เกลี่ยแล้วเขาไม่เอา เพราะฉะนั้นไม่เอาก็ไม่เป็นไร เราก็เลยมาพึ่งศาลเพราะเราก็ทำงานของเราอยู่จู่ๆเขาก็มาว่าเราอย่างโน้นอย่างนี้ตามที่เป็นข่าว เสร็จแล้ววันนึงเขาก็ไปถ่ายรูปคู่กับทนายเพื่อจะมาขู่เราเรื่องสัญญา เราก็เลยหาทนายความมาสู้คดี มาแก้ต่างซึ่งถ้าเขาบริสุทธิ์ใจจริงรู้ว่าเรามีพระคุณจริงๆ รู้ว่าเราเป็นคนให้เขาเข้ามาในวงการและมีชื่อเสียงจริงๆเขาต้องไม่ทำตั้งแต่ทีแรกเลย เขาต้องไม่คิดจะด่าเราตั้งแต่ทีแรก ไม่คิดจะให้ไม่มีที่ยืนในวงการ ไม่คิดที่จะขายบ้านขายรถเพื่อจะสู้คดี เขาจะไม่คิดอย่างนั้นเลยมันก็จะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น สักวันหนึ่งเราก็คุยกันและทำงาน เรื่องสัญญามันก็คุยกันได้แต่ในเมื่อเขาต้องการอย่างนั้นเราก็จัดให้”

           เขามีโทรมาส่วนตัวบ้างไหม?
           “ไม่มีเลยครับ ตั้งแต่วันนัดจนถึงวันนี้ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงวันนี้ไม่มีโทรศัพท์หรือว่าข้อความฝากจากเขามาถึงเราเลย มีแต่เขาไปคุยกับลูกน้องเราว่าเราเสียๆหายๆให้ลูกน้องเราฟัง”

           ในชั้นศาลตอนนี้อยู่ในกระบวนการไหน?
           “ไต่สวนข้อมูลไปแล้ว เขารับประทับฟ้องไปแล้วตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการประกันตัวสู้คดี ศาลอยากให้ไกล่เกลี่ยอีกครั้ง ซึ่งไม่ทราบวันไหน แต่เราได้ไกล่เกลี่ยไปแล้วอย่างที่บอกเพราะว่าเราไม่ได้ใจดำ แต่เขาไม่ยอมตามที่เราไกล่เกลี่ยเพราะฉะนั้นก็ต้องสู้กันต่อ”

           จริงๆแล้วที่เขาโพสต์เขาอยากให้เราใจอ่อนหรือเปล่า?
           “ไปอ่านดีๆ เขาโพสต์ด่าเราอีกครั้งไม่ได้เป็นการขอโทษแต่เขาใช้คำอะไรต่างๆมาว่าเราลองอ่านดีๆ”

           เท่ากับว่าไม่ทันแล้ว?
           “ไม่ทันแล้ว แล้วแต่ศาลตัดสิน”

           หวั่นว่าจะยืดเยื้อไหม?
           “มันก็ต้องยืดเยื้อครับเพราะว่าเขาต้องการอย่างนั้นเอง เราไม่ได้เป็นคนหาเรื่อง เราเป็นผู้ใหญ่เราก็อยู่ของเรา จู่ๆเขาก็มาหาเรื่องแล้วที่สำคัญทั้งหมดเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวกับสัญญาเลยเป็นคดีหมิ่นประมาทอย่างเดียวแต่เขาเอาไปพัวพันไปหมดว่าจะไกล่เกลี่ยเอาสัญญาคืน อะไรก็จะเอาสัญญาคืนซึ่งบอกไปแล้วว่าค่าฉีกสัญญา 3 ล้านบาท เราพูดไปแล้ว”

           ที่เขาโพสต์เขาอยากให้คนมองว่ากลายเป็นเรารังแกเด็ก?
           “เราไม่รังแกเด็กอยู่แล้ว แต่เราก็พูดความจริงว่าเราไกล่เกลี่ยไปแล้วแต่เขาไม่ยอม”