ข่าวข่าวในประเทศ 28 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 12:15

"ก็อต อิทธิพัทธ์" ยันสถานะกับ "ริชชี่" ยังแค่เพื่อนรับ อุบตอบพัฒนาความสัมพันธ์ ชมฝ่ายหญิงน่ารัก (คลิปท้ายข่าว)

เป็นคู่รักในจอจนคนอยากให้จิ้นนอกจอสำหรับหนุ่ม "ก๊อต อิทธิพัทธ์​ ฐานิตย์" กับสาว"ริชชี่ อรเณศ" งานนี้หลายคนจับตามองถึงความสัมพันธ์ของ ว่าจะมีปิ๊งรักกันนอกจอหรือไม่​ ล่าสุดได้เจอหนุ่มก็อตในงานแถลงข่าวประกวด จีเอสบี เจน แคมปัส สตาร์ 2020 ที่ ลานเซ็นทรัลคอร์ท ชั้น1 เซ็นทรัลเวิลด์ ก็เลยได้มีโอกาสสอบถามเจ้าตัวถึงประเด็นที่เกิดขึ้นว่าจริงไหม

           กระแสจิ้นของเรากับ ริชชี่ ยังฮอตอย่างต่อเนื่อง? 
           “ก็ต้องบอกว่าดีใจครับที่แฟนๆ ดูละครและชื่นชอบเราสองคนจนทำให้มีกระแสออกมาเรื่อยๆ ต่อจากละครจบ”

           ที่มาของแฮชแท็ก ริชชี่ที่แปลว่าของก็อต มันเริ่มต้นมาจากไหน? 
           “ผมต้องเล่าก่อนว่าแฮชแท็กนี้มันมาจากประโยคหนึ่งที่พระเอกพูดกับนางเอกในเรื่อง และแฟนๆ เขาก็เอามาปรับเป็นชื่อเรา เพราะว่าเขาอินในคาแรคเตอร์ อินในตัวละครของเราสองคน”

           ตัวเราเองก็ดูเหมือนว่าจะอินไปแล้วด้วย? 
           “(หัวเราะ) ไม่ครับไม่ ผมกับริชเราก็ยังเป็นเพื่อนสนิทกัน”

           ไม่มีอะไรแต่ทำไมเวลาสัมภาษณ์ถึงเขาต้องเขิน? 
           “เขินครับ เวลาใครถามถึงผู้หญิงผมก็จะเขินตลอด”

           แต่ตัวเราเองก็ดูจะปฏิบัติกับริชชี่ต่างกับผู้หญิงคนอื่นนะ? 
           “เอ่อ...อาจจะเพราะว่าเราเป็นเพื่อนสนิทกันด้วยมั้งครับ ดังนั้นเวลาใครมาถามถึงเขาผมก็อาจจะแบบ เอ๊ะ! ควรพูดถึงเพื่อนยังไงดีนะ มีความเขินนิดหน่อย”

           การที่แฟนคลับเชียร์เยอะๆ แบบนี้ ตัวเราเองรู้สึกอย่างไรบ้าง? 
           “ผมก็เห็นนะครับ เห็นจากแฮชแท็กต่างๆ เพราะผมก็แอบเข้าไปดูบ้างเหมือนกัน ก็ตลกดีครับ ชงๆ จิ้นๆ แต่ถามว่าผมหวั่นไหวไหมกับริชชี่ เราเอ่อ...เราสนิทกันครับ อาจจะเพราะเราทำงานด้วยกันมั้งเราเลยไม่ได้มองไปที่มุมหวานๆ”

           ตอนนี้คนจิ้นมาจนคิดว่าเราก็จีบริชชี่แล้วแหละ? 
           “ผมต้องเก็บอาการหน่อยครับ (หัวเราะ) ไม่หรอก ก็คือด้วยความที่เราสนิทกันมาก เวลาที่เราพูดอะไรออกไปมันก็จะเป็นในอารมณ์ของเพื่อนที่อยากให้บรรยากาศมันสนุกสนานมากกว่า อยากให้คนดูเห็นว่าเราตลกอะไรประมาณนั้น”

           ได้คุยกับริชชี่บ้างไหมเรื่องที่คนจิ้นเยอะขนาดนี้? 
           “จริงๆ เวลาที่เราทำงานด้วยกัน อย่างช่วงนี้เราทั้งคู่มีงานด้วยกันบ่อย ผมก็จะถามไถ่เขาตลอดประมาณว่า โอเคไหม มีคนอินนะ มีคนอินในตัวเราสองคน ซึ่งเขาก็ตอบกลับมาว่าเขาโอเค”

           กดดันไหมกับการที่คนจับตามองว่าจะต้องรักกันจิ้น? 
           “ผมมองว่ามันเป็นช่วงเวลามากกว่านะ อย่างตอนนี้เราเล่นละครด้วยกันแถมยังได้กระแสตอบรับดี ซึ่งพอมันมีงานต่างๆเข้ามาและเป็นงานคู่ บวกกับการที่คนดูเขาชื่นชอบความเป็นธรรมชาติของเราสองคนอยู่แล้ว ผมก็คิดว่าเขาอาจจะไม่ได้มองหรือไม่ได้มานั่งกำหนดอะไรอยู่แล้วว่ามันจะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ แต่ให้มันเป็นไปเรื่อยๆ ดีกว่า เพราะเราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร”

           รู้สึกอย่างไรบ้างที่ริชชี่เขาบอกว่าเราเป็นเพื่อนผู้ชายคนแรกที่สนิทที่สุด? 
           “เขาก็เป็นเพื่อนผู้หญิงคนแรกที่ผมสนิทเหมือนกัน เอาจริงๆ นะถ้าในวงการนี้เพื่อนผู้หญิงผมไม่ค่อยมีหรอกครับ ถึงจะมีแต่ก็ไม่ได้สนิทกันเท่ากับหลายๆ คน ถามว่าผมกับเขามาสนิทกันได้ยังไง ก็อย่างที่บอกครับเราได้มีโอกาสแสดงละครด้วยกัน บวกกับเรามีผู้จัดการคนเดียวกันและก็มีงานคู่ติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ มันก็เลยยิ่งทำให้เราสนิทกันมากขึ้น อีกอย่างตอนที่อยู่ในกองถ่ายด้วยความที่ริชชี่เขาเป็นคนเงียบๆ ซึ่งผมก็ไม่อยากให้บรรยากาศในกองมันเงียบผมเลยชวนเขาคุย หลังจากนั้นเราก็กลายเป็นว่าสนิทสนมกันขึ้นมาเอง”

           ถ้าเปรียบเทียบความสัมพันธ์ ณ ตอนนี้ กับตอนที่ถ่ายละคร ถือว่าสนิทสนมมากขึ้นไหม? 
           “สนิทขึ้นครับ สนิทขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งทำงานยิ่งเจอกันบ่อยก็ยิ่งสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ”

           จะมีโอกาสพัฒนาไปมากกว่านี้ไหม? 
           “อันนั้นต้องให้เป็นเรื่องของอนาคตดีกว่าครับ”

           ถามตรงๆ แรงยุมีผลกระทบต่อเราบ้างหรือเปล่า? 
           “ไม่แน่นะครับ (ยิ้ม) ไปเอาเป็นว่าตอนนี้เราทั้งคู่ยังมีผลงานคู่กันเรื่อยๆ ก็ขอสนับสนุนกันที่ตัวงานไปก่อนดีกว่าครับ”

           โดยส่วนตัวแล้วถือว่าริชชี่เป็นสาวในสเปกไหม? 
           “ก็ถือว่าเป็นผู้หญิงที่น่ารักนะครับ น่ารัก นิสัยดี เข้าใจเรา เรับฟังคนอื่นได้ดี ผมก็รู้สึกว่าเวลามีใครมานั่งฟังเราก็ดีนะครับ เราปรึกษากันบ่อยมากหลายๆ เรื่องเลย ตอนที่อยู่ในกองถ่ายเราก็ปรึกษากันตลอด เพราะเราต้องเข้าซีนด้วยกันเยอะมากๆ แถมบทที่แสดงมันก็ไม่ได้ง่าย เวลาคุยกันเราก็จะคุยกันทุกเรื่องเลย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นผมคุยคนเดียวมากกว่า เขาไม่ค่อยคุยหรอก (หัวเราะ)”

           พอละครจบไปแล้วตอนนี้เราสองคนคุยเรื่องอะไรกัน? 
           “ส่วนใหญ่เราก็จะคุยกันเรื่องงานครับ คุยกันว่าฟีคแบคตอนนี้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้นะ และเราจะวางแผนการทำงานของเราอย่างไรต่อไป คือเป็นการคุยเรื่องทั่วไปเลยครับ อาจจะมีถามไถ่บ้างอย่างเช่น วันนี้เหนื่อยไหม ทำงานไหม หรือวันไหนที่ต้องทำงานคู่กันผมก็จะถามเขาว่าออกกี่โมงไปกี่โมง อะไรประมาณนั้นครับ”

           ช่วงนี้เรากับริชชี่ที่มีงานจ้างคู่กันเยอะหรือเปล่า? 
           “ช่วงนี้ก็จะเป็นงานลักษณะของการรีวิวคู่กันครับ และเร็วๆ นี้ก็จะมีมิวสิควีดีโอด้วยเป็นเพลงของพี่ลิเดีย ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะครับ”

           คุยกับเขาทุกวันแบบนี้เป็นเพราะเรารอให้เขาใจอ่อนหรือเปล่า? 
           “ไม่ครับไม่ ก็ด้วยความเป็นเพื่อนไง (ยิ้ม)”

           แต่ล่าสุดมีคนแอบจับผิดนะเห็นว่าเราไปเดินห้างที่เดียวกัน? 
           “ห้างแต่ละห้างมันก็เหมือนกันแหละครับ เพียงแต่เราอาจจะถ่ายมุมเดียวกันไง แต่เราไม่ได้ไปด้วยกันนะ เราไปกันคนละวัน ภาพของผมน้องสาวเป็นคนถ่ายให้ ส่วนภาพของริชเขาน่าจะไปกับเพื่อน อันนี้ผมไม่รู้”

           เราทั้งคู่เคยมีโอกาสไปเที่ยวกันสองคนบ้างหรือยัง? 
           “ยังครับยัง คือเวลาที่เราไปก็จะไปกันหลังเลิกงาน และถ้าไปก็จะมีผู้จัดการไปด้วยตลอดเพราะเขาเป็นคนดูแลเราทั้งคู่”

           แล้วตอนนี้ตัวเองพร้อมดูแลใครหรือยัง? 
           “ผมจะไปดูแลใครเขาได้ครับ ยังไม่พร้อมครับ ยังไม่พร้อมดีกว่า อีกประมาณสักพักแล้วกันนะ ถ้าผมพร้อมแล้วผมจะบอกนะพี่ (ยิ้ม)”

           โดยปกติเวลาเรียก เราสองคนเรียกแทนกันว่าอะไร? 
           “ก็ไม่ได้เรียกแทนว่าอะไรนะครับ ก็เรียก ก็อต ริช ปกติเลย เรา เขา อะไรประมานั้น”

           ไม่ได้เรียกกันว่าที่รักนะ? 
           “ไม่ครับไม่ถึงขนาดนั้น พี่ชงเก่งมากเลย ผมขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย (หัวเราะ)”

           โดยส่วนตัวเรา เราเคยคิดเรื่องการพัฒนาความสัมพันธ์บ้างไหมถ้าหากมันเป็นไปได้ในอนาคต? 
           “ผมคิดว่ามันอาจจะยังเร็วไปที่จะตอบ”

           ตอนนี้ก็ลุ้นกันไปก่อน? 
           “ใช่ครับ ลุ้นกันไปก่อน ตอนนี้ก็สนับสนุนผลงานของเราสองคนด้วยนะครับ ยังมีผลงานให้ชมกันเรื่อยๆ”

           อัปเดตอาการป่วยของคุณพ่อบ้างตอนนี้เป็นอย่างไร? 
           “ตอนนี้ก็ยังดูแลอย่างใกล้ชิดเหมือนเดิมครับ ดูแลท่านอยู่ที่บ้าน ซึ่งก็จะมีคุณแม่และพยาบาลดูแลอยู่เรื่อยๆ ระยะเวลาตอนนี้ก็จะร่วม 1 ปีแล้ว ส่วนในอนาคตก็ยังตอบไม่ได้เหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร”

           อาการโดยรวมของคุณพ่อเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้? 
           “ก็ยังไม่ได้รู้สึกตัวอะไรมากแต่ก็ไม่ได้หนักไปกว่าเดิม ไม่ได้มีการติดเชื้อ ไม่ได้มีอาการแย่ลง ทุกอย่างยังเหมือนเดิม นิ่งๆ อาจจะมีขยับตัวบ้างนิดๆ หน่อยๆ ส่วนเรื่องการรักษาก็อย่างที่บอกครับทุกอย่างมันอยู่ตัวแล้ว ตอนนี้เราก็รอปาฏิหาริย์และก็รอให้คุณพ่อฟื้นตัว อันนี้สำหรับผมนะ เพราะผมไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต อาจจะต้องใช้เวลาครับ”

           “จริงๆ มันก็ท้อนะครับ เพราะผมก็อยากจะแก้ไขทุกอย่างให้มันดีที่สุด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากดูแลกันไปและเยียวยากันไป ผมก็จะดูแลพ่อให้ดีที่สุดครับในวันที่พ่อยังมีลมหายใจ”