ข่าวข่าวในประเทศ 24 มกราคม 2563 เวลา 22:55

"ปู ไปรยา" พูดแล้ว!..เคลียร์ชัดลดสถานะถอนหมั้น "แมทธิว บราก" ยอมรับรักตัวเองมากเกินกว่าที่จะทิ้งทุกอย่างได้

ปล่อยใหลือกันหนักในช่วง2-3สัปดาห์ที่ผ่านมาว่าคือดาราดังวิวาห์ล่มเหตุเพราะฝ่ายชายเป็นไฮโซเก๊ ซึ่งสร้างความคาใจให้กับใครหลายคนว่าดาราสาวที่ถูกโยงนั้นคือนางเอกสาว "ปู-ไปรยา ลุนด์เบิร์ก "ใช่หรือไม่ ล่าสุดเจ้าตัวออกมาเปิดใจเคลียร์ในเรื่องนี้ให้ฟังและเหมือนเป็นการตอกย้ำเมื่อผู้สื่อข่าวสังเกตุเห็นว่าสาวปูไม่ได้สวมแหวนหมั้นที่หนุ่ม "แมทธิว บราก "ให้ มาด้วย

โดย สาว"ปู ไปรยา" ยอมรับว่าตอนนี้ได้ลดสถานะความสัมพันธ์กับหนุ่ม "แมทธิว บราก "แล้ว

โดยตัดสินใจถอนหมั้นส่วนกระแสข่าวลือที่ออกมาตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยสาเหตุที่ต้องตัดสินใจแบบนี้นั้นเพราะตนยังคงรักในอาชีพนักแสดง อาชีพในวงการ และยอมรับว่ารักตัวเองมากเกินกว่าที่จะทิ้งทุกอย่างได้ พร้อมกันนี้เจ้าตัวยังยืนยันว่ายังคงรักและคิดว่าเขาเป็นแมทธิวคือผู้ชายที่ดีที่สุดคนหนึ่ง แต่ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทำให้ตนไม่อยากรั้งเขาไว้ 

"ปูขอเริ่มตั้งแต่ต้นเลยแล้วกัน เพื่อความเข้าใจและปูเองก็เป็นคนตรงๆ จริงๆ เดือนนี้มีอีเวนต์เข้ามา 4 งาน ตั้งแต่ข่าวนี้ออกมาปูไม่รับเลย เพราะส่วนตัวปูคิดว่าข่าวที่ไม่ได้เกี่ยวกับปูโดยตรง แต่คนที่ปูรักที่ไม่ได้อยู่ในวงการนี้ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย ปูหาเงินจากข่าวนี้ไม่ได้ เพราะมีหลายเรื่องที่ปูอาจจะต้องแก้นิดนึง ที่ปูรู้สึกว่าบางเรื่องไม่ค่อยแฟร์ แต่เอาทีละประเด็นแล้วกัน"

"ประเด็นแรกคือ วันนี้ปูกับแมทธิวลดสถานะจริง เรื่องข่าวคือเขาย้ายมาอยู่เมืองไทยเพื่อที่จะอยู่กับแฟนเขา เขาต้องเสียสละอาชีพเขา เพราะเขาเป็นคนต่างชาติ เขาต้องย้ายมาทำบริษัทที่นี่โดยที่ไม่ได้พูดภาษา ไม่ได้รู้จักใคร เพื่อนและพ่อแม่ไม่ได้อยู่ที่นี่ เพียงแค่ปูไม่ยอมเสียสละอาชีพที่นี่ เพราะปูถือว่าสิ่งที่ปูสร้างมาถือถอยไม่ได้ เพราะปูยังต้องรับผิดชอบครอบครัว"

"ปูยังทำงานยูเอ็นที่ปูอยากทำ ปูมีเด็กที่ปูให้การศึกษา 5 คน ที่ปูรับปากว่าปูจะส่งจนจบ ตอนนี้ยังไม่จบสักคน อยู่มัธยม อยู่มหาวิทยาลัย ปูไม่เคยพูดว่าปูเป็นคนดีหรือเป็นนางฟ้าเหมือนอย่างที่ข่าวเขียน ไม่เคยคิดด้วยซ้ำ ปูยังเป็นคนที่มีอารมณ์รัก โกรธ โลภ หึง ยังมีกิเลส ยังมีอารมณ์ด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ปูเชื่อตลอดตั้งแต่ทำงานสังคม ดูประเทศเราสิ คนที่ยากลำบากมีเยอะมาก แล้วศิลปินดาราเป็นบุคคลที่มีโอกาสเยอะมาก ที่ปูทำทุกวันนี้เพียงเพราะปูคิดว่าปูมีความรับผิดชอบต่อสังคม ต่อเพื่อนมนุษย์ ไม่ใช่คิดว่าเพราะปูเป็นคนดี"

"ปูทำงานยูเอ็นมาเกือบ 6 ปี ทำงานสังคมเกือบ 7 ปีครึ่ง ส่วนมากที่ปูทำปูไม่เคยลดหย่อนภาษี เพราะลดหย่อนไม่ได้ ปูทำโดยตรง ทำด้วยใจ แล้วพอข่าวนี้ออกมาสิ่งที่ปูรู้สึกคือหลายรอบที่พาดหัวข่าวว่านางฟ้า ว่ารักจากสวรรค์ ปูไม่ใช่นางฟ้าและไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็น ปูคือมนุษย์นี่แหละ แต่มนุษย์คนนี้เห็นอะไรมาเยอะ จนรู้สึกว่าแล้ว ปูมีโอกาสเยอะแยะ แล้วคนครึ่งประเทศไม่มีข้าวกินไม่มีน้ำ ป่วยอยู่บนเตียง ปูขอร้องให้ปูมีภาพลักษณ์ที่จะหารายได้ต่อไป โดยอย่าทำให้ปูบั่นทอนจิตใจเลย"

"ทุกวันนี้ที่เขียนว่าปูต้องตาสว่าง นี่ปูตาสว่างไม่พอเหรอ ปูเดินข้างทางปูก็ตาสว่างแล้ว เมื่อวานขึ้นไปนครศรีธรรมราชไปหาเด็กที่ปูให้ทุนการศึกษา แม่เขาทำงานอยู่ในปั้ม พ่อเขาทำสวน เขาใช้เงินเดือนละแค่ 1,500 บาท เทียบกับคนในกรุงเทพฯ แค่ข้าวมื้อนึงไหมบางคน แต่เราเห็นถึงความยากลำบากเขา ไม่จำเป็นต้องเอาวันว่างปูบินขึ้นไปทำอะไรแบบนั้น ที่ปูทำทุกวันนี้ปูท้ออยู่แล้ว เหนื่อย"

"และเหตุผลที่ปูไม่ได้ไปต่อกับแมทธิวมันก็เกี่ยวกับเรื่องนี้นิดนึง แต่ปูซีเรียสแค่ข่าวของเรื่องงานนะ เพราะมันบั่นทอนจิตใจ แต่ในเรื่องกับแมทธิว ข่าวอักษรย่อปูเข้าใจ ปูรักพี่ๆ นักข่าว ปูมีทุกวันนี้ก็เพราะพี่ๆ ปูอยู่ตรงนี้มา 10 กว่าปีแล้ว 17 ปีเต็มๆ ปูมีโฆษณา มีหัวข่าว เดินพรมแดง พี่ๆ ก็เชียร์หนูตลอด เดินแบบพี่ก็เชียร์หนูสุดพลัง หนูรักและเคารพอาชีพนักข่าวมากที่สุดจริงๆ เพราะปูมีทุกวันนี้และดาราทุกคนมีทุกวันนี้ก็เพราะพี่ๆ เหนื่อยและวิ่งมางานให้พวกหนู รถก็ติด เหนื่อยก็เหนื่อย ต้องมารอตั้งหลายชั่วโมง ประชาชนอาจจะไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้ แต่ปูรู้ ดาราเองก็รู้ เลยบอกว่านักข่าวโดยรวมหนูไม่ได้คิดอะไร หนังสือพิมพ์เองหนูก็รักมาก"

"แต่ข่าวอักษรย่อมีข้อเสียตรงที่ว่า บางครั้งเขียนเว่อร์เพื่อให้คนกดไลก์แชร์คอมเมนต์ แล้วการคลิกไลก์พวกนี้บางครั้งทำร้ายภาพลักษณ์และจิตใจคนนึงมาก โดยในแบบที่เขาแก้ไม่ได้ แล้วคุณแมทธิวเป็นชาวต่างชาติที่ไม่มีพื้นที่ที่จะพูด ไม่มีพื้นที่ที่จะแก้ แล้วเขาไม่เคยอวดรวย ตอนที่ปูออกรายการกับเขาปูก็ไม่เคยพูดว่าเขารวย แต่บ้านเขาโอเคมีเงินใช้ แต่เขาก็ไม่เคยพูด"

"แล้วคำว่าปลอมมันแรงมาก เพราะในใจปูมองว่าเขาสูญเสียคู่หมั้นเขาแล้ว เขาต้องย้ายออกจากประเทศไทยกลับประเทศเขาแล้ว และมาเจอข่าวนี้ในช่วงเวลาที่เราตัดสินใจว่าเราลดสถานะแล้ว และเขาไม่ได้โกรธสักคำเลย เขาเข้าใจ เขาบอกนี่คืออาชีพยู ไอเข้าใจ เขารับรู้ตั้งแต่วันแรกเลย ตั้งแต่วันที่ปูบินไปเจอเขาที่แอลเอรอบล่าสุด ปูเห็นน้ำตาเขาคลอ แล้วเขาอึ้ง เพราะเขาก็ไม่คิดว่าจุดจบของการที่เราจะคุยกันมันจะมาด้วยคำพูดที่ไม่ได้เกี่ยวกับเขา เขาไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับอาชีพปู เขาไม่ได้รายได้จากปู รายได้ของปูคือรายได้ปู ชื่อเสียงของปูก็คือชื่อเสียงปู"

"ทั้งนี้ทั้งนั้นที่เราไปกันไม่รอด ณ ตอนนี้ที่ปูคืนแหวนเขาไปแล้ว ปูไม่จำเป็นต้องซื้อแหวนตัวเอง เพราะตอนนี้ปูยังมีโฆษณา มีอาชีพ ที่การแต่งงานของปูมันจะเปลี่ยนคุณภาพชีวิตปู การแต่งงานต้องมีความรับผิดชอบเป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นแม่ของลูก พอใกล้วันแต่งงานเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งจริงๆ เราวางวันไว้แล้วเป็นเดือน 6 ปีหน้า"

"ปูมองว่าชีวิตปูยังไม่พร้อมที่จะสละสิ่งที่สร้างมาในเมืองไทย เพราะสุดท้ายเวลาเราคบชาวต่างชาติคนใดคนหนึ่งต้องสละชีวิตตัวเอง ไม่เราย้ายไปอยู่กับเขา เขาก็ต้องย้ายมาอยู่กับเรา แล้วคนไหนจะยอมเสียสละชีวิตตัวเองมากกว่า แล้วคนไหนควรจะสละชีวิตตัวเองในวัย 30 แล้วเราจะเสียใจทีหลังไหม เราจะเป็นภาระพ่อแม่เรากับสองทั้งๆ ที่เราสร้างมาขนาดนี้ ลูกที่เราคลอดมาจะเป็นยังไงต่อ ปูคิดคำถามพวกนี้หมดเลย"

"แล้วค่ารับผิดชอบปูเยอะมาก ปูแต่งไม่ได้ ไม่ใช่เพราะปูไม่รัก ปูรักเขาสุดหัวใจ เขาเป็นผู้ชายที่ดีมาก เขาเป็นแฟนที่ซื่อสัตย์กับปู ไม่เคยมีคนอื่น ไม่เคยเอาเปรียบปู เขาเห็นคุณค่าปู พอที่จะแต่งงานกับปู แต่ปูเลือกอาชีพปู ปูเลือกสิ่งที่ปูเลือกแล้ว เพราะผู้หญิงเวลาที่เราเลือกแล้วเราถอยหลังไม่ได้ ถ้าแต่งไปแล้ว และสมมติเราไม่ได้เป็นสิ่งที่เราฝัน เรากลับเป็นคนเดิมมันเหนื่อยมาก ปูเห็นจากแม่ปูมาแล้ว เห็นจากคนรอบข้างปู ปูยอมเจ็บวันนี้เพื่อที่เขาจะได้ในสิ่งที่เขาคู่ควร เพราะปูเลือกแล้ว ปูสร้างมาถึงขนาดนี้"

ในข่าวมีอะไรบ้างที่ไม่เป็นความจริง ที่อยากจะชี้แจง?
"ปูไม่เคยซื้อแหวนให้ตัวเองค่ะ ขอโทษนะคะ ไม่เคยซื้อเองค่ะ ในข่าวบอกว่าอยากมีภาพขอแต่งงานหรูหรา แต่ในรูปเราใส่กางเกงยีนส์ โอเคเขาเอาช่างภาพไป เขาคงหวังดีเห็นเป็นดาราไทยต้องมีรูปประชาสัมพันธ์ในไอจีว่าเนี่ยผู้ชายขอฉันแต่งงาน อันนี้พูดตลกเลยนะ อาย ถ้าเมคขึ้นมาจริงๆ ปูคงจัดหรูหราในโรงแรม มีแบรนด์ มีกุหลาบ ใส่ชุดราตรีแต่งหน้า แล้ว ทำไมต้องญี่ปุ่นล่ะ ต้องในสวน ใส่กางเกงยีนส์ นี่เหรอคือภาพเมค ถ้าปูจะไปเมคคือเมคที่อิตาลีบนเรือพูดเลย ถ้าจะเมคจริงๆ ไม่เมคครึ่งทาง จ้างออแกไนซ์มาเลย พูดแล้วปูก็ฮานะ โอ๊ย เจ็บใจ"

"แต่อันที่สองที่ปูรู้สึกว่าไม่ใช่ คือ บริษัทเขาไม่ได้เจ๊ง ไม่ใช่ ไม่เกี่ยวเลย แล้วที่บอกว่าเขาเอาเปรียบปู ชีวิตจริงไม่ใช่ละครนะ แล้วเรื่องเปย์ ขอพูดคำหนึ่ง ผู้ชายไม่ใช่ธนาคาร เขามีพ่อมีแม่ ถ้าปูมีอาชีพขนาดนี้แล้วไม่คิดจะเลี้ยงแฟนปูสักมื้อ ไม่เคยซื้อของขวัญให้เขา คบกันมา 4 ปี คืออะไร ช่วงนั้นตอนไปช้อปปิ้ง บัตรอย่าห้ามผ่านนะ ถ้าไม่ผ่าน ตาย"

"ทุกคนหันมามองปูเยอะมากช่วงที่ข่าวออก ไปเดินห้าง คนก็เหมือนมองว่ามีแหวนไหม มองสีหน้าปู แล้ว 4 วันก่อนปีใหม่ ปูนั่งรู้สึกผิดมากเพราะเราห่างกันมาได้ 4-5 เดือน แต่คุยกันทุกวัน เพราะคนรักกันมันไม่ได้เลิกกันง่ายๆ หรอก แต่เราก็มีความรับผิดชอบต่อเขา เพราะการเตรียมงานแต่งงานมันมีค่าใช้จ่าย ปูตัดสินใจว่าปูลดสถานะก่อนที่จะเป็นเรื่องลำบากต่อพ่อแม่เขา แล้วจริงๆ ถ้าต้องการจะสร้างซีน สร้างภาพ ปูแต่งเมืองไทย จริง ๆ แพลนของเราไม่แต่งเมืองไทย จะไม่มีงานแต่งที่เมืองไทยด้วยซ้ำ"

เขายื้อเราขนาดไหนในวันที่เราถอดแหวนคืน?
"เขาไม่ได้ยื้อ เพราะเขาเป็นผู้ชายที่มีศักดิ์ศรี เขามาเมืองไทย เขาเห็นแรงกดดันชีวิตปู เห็นการทำงานของปู เห็นว่าปูทำงานมาตั้งแต่อายุ 13 เขาได้ไปอ่างทองไปหาพี่ป้าน้าอาของปูตามรูปที่เห็น ปูว่าเขารู้ว่าทำไมปูปล่อยตรงนี้ไม่ได้ เขาเห็นข่าวโซเชียล เห็นคอมเมนต์เวลาคนหนึ่งเจอข่าวลบ มันมีผลกระทบต่อจิตใจและอาชีพของคนคนนั้นเท่าไหร่ ทุกอย่างที่เขาเห็น ประโยคเดียวที่เขาพูดตอนท้ายกับปูรอบล่าสุดก็คือ ยังไงก็ตาม ถ้าเลือกแล้วก็อย่าแพ้และอย่าล้ม ถ้าอยากช่วยคน อยากทำงานสังคม มีคนไม่เห็นด้วยมีคนว่าเธอก็ไม่เป็นไร จะไปแคร์ทำไม เธอเลือกแล้วตั้งแต่ต้น"

หมั้นกันแล้ว รักกันด้วย การตัดสินใจแบบนี้คือทางออกที่ดีที่สุดแล้วเหรอสำหรับเรา?
"ถ้าเราว่าเรารับผิดชอบหน้าที่ของภรรยา และแม่ของคนยังไม่ได้ เราทำงานสังคม เห็นปัญหาสังคม เราต้องเรียนกับสิ่งที่เราทำ แต่ปูยังไม่พร้อม"

ไม่คิดจะแค่พักงานแต่งแต่ไม่ต้องเลิกกันเหรอ?
"เพราะเขาต้องรอปู ถ้าเขารอโดยที่ปูไม่ใส่แหวนก็ได้ เขาจะได้มีอิสรภาพของเขา อายุ 30-35 ปีเป็นช่วงหนุ่มเนื้อหอม มันเหมือนปูไปกั๊กผู้ชายคนนี้ ปูรักเขาเกินกว่าที่จะกั๊กเขาไว้ ถ้าเรารักใครจริงเราต้องปล่อย และถ้าเขาเป็นของเรา ปูเชื่อว่าอีก 5 ปี เขาอาจจะมาขอปูอีกทีก็ได้"

งานแต่งที่เตรียมไว้ เตรียมไปถึงไหน?
"ล็อกสถานที่ทุกอย่างเสร็จสรรพหมดแล้ว ก็ต้องยกเลิกไปหมดโดยเหตุผลตามที่บอกเลย ข่าวไม่ตรงสักอย่างเลยค่ะ แต่เจ็บ (หัวเราะ)"

เรื่องเขาไม่รวย?
"คำถามนี้ตอบยาก ถ้าประชาชนฟังแล้วปูตอบว่ารวยก็เหมือนอวดรวย ตอบว่าปานกลางก็เหมือนตอบเป็นกลางอีก ตอบว่าไม่รวยมันก็ไม่จริง ไม่ไปเสิร์จประวัติว่าพ่อเขาทำอาชีพอะไร ครอบครัวเขาทำอะไรดีกว่า ปูรู้ฐานะทางบ้านเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ปูไปเยี่ยมบ้านเขา ไปเห็น ไปเจอพ่อแม่เขาแล้ว พ่อแม่เขาดีมาก ท่านทราบถึงข่าวนี้ด้วย พ่อเขาก็รู้ ท่านก็บอกว่าไม่เป็นไร อาชีพเธอ"

สภาพจิตใจตอนนี้เราเป็นยังไงบ้าง?
"เอาจริงๆ ปูแฮปปี้ค่ะ มีความสุข จะเศร้าเฉพาะตอนนึกถึงเขา เพราะรู้สึกผิดกับข่าวสารที่เกิดขึ้น รู้สึกผิดกับการที่ปูเลือกตัวเอง เลือกอิสรภาพตัวเอง ข่าวดาราเลิกกันมักจะบอกว่ามีมือที่ 3 ไปไม่รอด ผู้ชายปลอม ผู้หญิงปลอมนิสัยไม่ดี แต่ชีวิตของมนุษย์จริงๆ มันคือความรับผิดชอบ สเต็ปต่อไปคือความมั่นคง และเราพร้อมไหม การเลิกกันแบบนี้เราไม่ได้โกรธกัน ไม่ได้อะไรเลย แต่รู้ว่าเราทั้งคู่คือผู้ใหญ่ และรู้ว่าเดินหน้าต่อไปตอนนี้ยังไม่ได้”

หลังจากนี้จะปิดโอกาสคนอื่นแล้วรอเขาไหม?
"ปูไม่มีคนอื่น ปูคิดว่าผู้ชายคนนี้คือรักแท้ปู เพราะเขาเป็นคนดี แต่รักแท้ปูอีกคนคือตัวปู ปูรักตัวเอง ปูรักประเทศตัวเอง ปูรักครอบครัว ปูรักงานสังคม ปูรักวงการบันเทิง ปูรักพี่ๆ นักข่าว ปูรักกล้อง ปูถอยไม่ได้"

แสดงว่าหลังจากนี้เรื่องแต่งงานไม่อยู่ในหัวเราแล้ว?
"ไม่ค่ะ ข่าวไม่ตรงสักเรื่อง ไม่ได้ร้อนตัวว่าอยากจะแต่งงาน เพราะกลัวที่จะเสียอิสรภาพตัวเอง"

เขาอยากแต่งมากกว่า?
"เพราะเขาคิดว่าถ้าปูได้แต่งงาน และปูได้ไปพักใจที่เมืองนอก ชีวิตปูอาจจะมีความสุขมากกว่าการที่ต้องแข่งขันในจุดนี้ แต่คนทำงานมา 17 ปีนะพี่ ปล่อยวาง ปลงยาก (หัวเราะ)"

ความรักครั้งนี้ทำให้เราได้มุมมองยังไงบ้าง?
"เป็นความรักที่โตค่ะ ได้มุมมองว่ารักใครจริง ปลงและปล่อยและเรียนรู้ อาจจะเป็นเพราะปูทำงานสังคมเยอะมั้งคะ เวลาเราไปอุปถัมภ์เด็ก เราเห็นถึงว่าทำไมครอบครัวเขาดูแลเขาไม่ได้ ปูก็คิดในใจว่าถ้าปูมีลูกของตัวเอง ความรับผิดชอบของตัวเองกลายเป็นลูก เด็กๆ ที่ปูอุปถัมภ์เขาก็ไม่เหลือใครแล้ว ปูเห็นลิเดียอุ้มลูก หลานน่ารักมาก ปู