ข่าวข่าวในประเทศ 21 มกราคม 2563 เวลา 13:51

ศาลฎีกาสั่งแก้โทษคุก "สรยุทธ" 6 ปี 24 เดือน คุมเข้าเรือนจำทันที ชี้ เป็นสื่ออาวุโส ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี

ที่ห้องพิจารณาคดี 703 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 21 ม.ค. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางพิชชาภา หรือนางชนาภา บุญโต อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท , บ.ไร่ส้ม , นายสรยุทธ กก.ผจก.บ.ไร่ส้ม และอดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง และน.ส.มณฑา พนักงาน บ.ไร่ส้ม เป็นจำเลยที่ 1- 4 ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ , เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร , เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ม.6,8,11

           โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ.48- 28 เม.ย.49 ต่อเนื่องกัน นางพิชชาภา พนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท จำเลยที่ 1 ได้จัดทำคิวโฆษณารวม ในรายการ “คุย คุ้ยข่าว” ซึ่งก่อนออกอากาศนางพิชชาภา ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บค่าโฆษณาเกินเวลา จาก บ.ไร่ส้ม จำเลยที่ 1 จำนวน 17 ครั้ง ทำให้ บมจ.อสมท เสียหาย 138,790,000 บาท และยังได้เรียกรับเอาเงิน 658,996 บาทจากจำเลยที่ 2-4 เพื่อเป็นการตอบแทนที่นางพิชชาภา ไม่รายงานการโฆษณา เป็นการกระทำที่มิชอบด้วยหน้าที่และเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ บมจ.อสมท โดยมีจำเลยที่ 2-4 เป็นผู้สนับสนุนช่วยเหลือ จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

           คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ก.พ.59ให้จำคุกนางพิชชาภาอดีตพนักงาน บมจ.อสมท จำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินฯ จำคุก 20 ปี ,สั่งปรับ บ.ไร่ส้มจำเลยที่ 2 รวม 80,000 บาท ,ส่วนนายสรยุทธอดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง จำเลยที่ 3 และ น.ส.มณฑา จำเลยที่ 4 พนักงาน บ.ไร่ส้ม จำคุก คนละ 13 ปี 4 เดือน ต่อมาวันที่ 29 ส.ค.60 ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

           ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องรายงานคิวโฆษณาส่วนเกินเวลาให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แต่ไม่รายงาน โดยจากทางไต่สวนรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 4 เป็นผู้ใช้จำเลยที่ 1 หาช่องทางช่วยเหลือตามคำขอของจำเลยที่ 3 ซึ่งจำเลยที่ 1 ใช้น้ำยาลบคำผิด แม้จะฟังไม่ได้ว่าเช็ค 6 ฉบับ จ่ายเป็นค่าตอบแทน แต่ฟังได้ว่ามีการจ่ายเช็คในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งหากไม่ได้ประโยชน์ในการดำเนินการ จำเลยที่ 1 คงไม่หาช่องทางช่วยเหลือ แม้จะมีการจ่ายเงินค่าโฆณาส่วนเกิน ก็จ่ายหลัง บมจ. อสมท. ผู้เสียหายตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว และล่วงเลยจากเวลาที่เกิดเหตุ 2 ปี 

           การกระทำของจำเลยทั้ง 4 เป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ รวม 6 กระทง โดยพฤติการณ์ของจำเลยที่ 1-4 เป็นเจ้าหน้าที่ และผู้สื่อข่าวอาวุโส กลับทำผิดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง โดยจำเลยที่ 3 เป็นสื่อมวลชนอาวุโส ต้องปฏิบัติตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สื่อมวลชนอื่น พฤติการณ์ไม่เพียงให้รอการลงโทษ หรือลงโทษสถานเบา ตามที่จำเลยทั้งสี่ฎีกาได้

           พิพากษาแก้ว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิด 6 กระทง ลงโทษจำคุกนางพิชชาภาจำเลยที่ 1 กระทงละ 3 ปี รวมจำคุก 18 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 12 ปี , ลงโทษปรับ บ.ไร่ส้มจำเลยที่ 2 กระทงละ 18,000 บาท รวมปรับ 108,000 บาท ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงปรับ 72,000 บาท และจำคุกนายสรยุทธและน.ส.มณฑาจำเลยที่ 3 และ4 จำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 12 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 6 ปี 24 เดือน 

           ภายหลังนายสรยุทธอยู่ในอาการนิ่งสงบ ขณะที่โก๊ะตี๋ อารามบอย ดาวตลกชื่อดังที่นั่งให้กำลังใจอยู่ด้านหลัง กุมมือปลอบใจด้วยน้ำตา รวมถึงนายประวิทย์ มาลีนนท์ อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด และกรรมการบริหาร บริษัท บีอีซีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) นางธัญญา วชิรบรรจง ดาราและผู้จัดละคร โน้ส-อุดม แต้พานิช ที่มาให้กำลังใจ รวมถึง น้องไบรท์-พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ และไก่-ภาษิต อภิญญาวาท ต่างคอยให้กำลังใจ