ข่าวข่าวในประเทศ 15 มกราคม 2563 เวลา 08:21

"ฟ้าใส ปวีณสุดา" โต้งานหดแจงไม่รับอีเว้นท์รักษาตาอักเสบ ปัดซดเกาเหลา "โจ้ เซอร์เฟซ" เมินคนเปรียบความปังนางงามรุ่นพี่

หลังกลับมาจากการประกวดเวทีนางงามจักรวาล Miss universe ก็ดูจะเงียบๆไปสำหรับ"ฟ้าใส ปวีณสุดา" งานนี้ไม่แคล้วถูกจับไปเปรียบเทียบความปังกับกระแสนางงามรุ่นพี่ว่าสู้รุ่นพี่ไม่ได้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่างานหดหายหน้าหายตาจากอีเว้นท์ เกี่ยวกับเรื่องนี้ล่าสุดในงานเปิดตัวแบรนด์ร้านกาแฟ Tim Hortons ที่สาว"ฟ้าใส"เดินทางมาร่วมงานเลยถูกสื่อถามไถ่ถึงกระแสข่าวที่เเกิดขึ้น

           อัพเดตชีวิตหลังที่กลับมาจากการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2019 ?

           “ก็มีเปลี่ยนแปลงไปเหมือนกันนะค่ะ แต่ว่าตอนนี้ก็รู้สึกว่าเหมือนได้ทำฝันเต็มที่ ดีใจที่คนไทยที่เป็นส่วนหนึ่งของฟ้าใสด้วย ดีใจที่ทำให้ทุกคนภูมิใจ”

           เป็นยังไงบ้าง?

           “ก็มีงานเข้ามาเรื่อยๆ ทั้งอีเว้นท์ แคสติ้ง อยากจะฝากติดตามผลงานในเร็วๆนี้ ”

           จะมีผลงานอะไรบ้างในช่วงนี้ ที่ให้คนได้ได้ติดตามได้บ้าง?

           “ช่วงนี้ก็ขออุ้บเอาไว้ก่อน พอทุกอย่างคอนเฟิร์มแล้วก็ออกมาจริงๆเดียวจะโปรโมทอีกที ”

           เป็นผลงานในแนวไหน ?

           “มีหลากหลายแนว”

           มีอยากทำอะไรเป็นพิเศษหลังจากเสร็จสิ้นการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2019 ?

           “จริงๆ ถ้ามีโอกาสก็อยากทำหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นด้านวงการบันเทิง หรือว่าจะเป็นด้านครูสอนบุคลิก หรือว่าการพรีเซนตัวเอง”

           หลายคนคิดถึงเพราะไม่ค่อยออกอีเว้นท์หรืออกสื่อ?

           “ใช่ ส่วนใหญ่จะเป็นงานไพรเวทมากกว่า เป็นงานปิดเลย เลยทำให้แฟนคลับติดตามค่อนข้างยาก แต่เวลามีงานเปิดฟ้าใสก็จะโพสต์”

           มีการเปรียบเทียบว่านางงามรุ่นพี่พอกลับมาจากการประกวดออกอีเว้นท์บ่อย แต่ทำไมฟ้าใสไม่ออกเลย?

           “อ่อ ไม่ส่วนหนึ่งจะมีช่วงที่เราพักตา ตอนนั้นที่ไปประกวดแล้วมันอักเสบ จริงๆมันเป็นตั้งแต่ตอนประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยเเลนด์แล้ว แต่พอไปประกวดที่แอตแลนต้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็เริ่มทรุดมาวันสองวัน กลับมาเลยพักเต็มที่ก่อนลุยกับงาน ”

           ฟ้าใสกลัวเสียโอกาสไหม ที่กลับมาแล้วกระเเสแผ่วๆลง ?

           “ไม่หนูไม่ได้มองว่า หนูจะอยู่ในกระเเสช่วงนั้นช่วงเดียว หนูเชื่อว่าแฟนคลับของหนูที่รักหนูมากๆเขาจะติดตามผลงานหนู ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน หรือเมื่อไหร่ก็ตาม”

           ฟ้าใสมองชีวิตในวงการบันเทิงอย่างไร?

           ”จะบอกว่าชีวิตในวงการบันเทิงมีโอกาสเข้ามามากน่าจะเป็นในด้านการถ่ายนิตยสาร ด้านเดินแบบทั้งในประเทศและต่างประเทศ งานละครก็มีเข้ามาติดต่อไปแคสติ้ง รวมถึงโฆษณาต่างๆ คือโอกาสมันเพิ่มเข้ามาเยอะอยู่แล้ว ดีใจมากๆ”

           ซีเรียสไหมกับการนำเราไปเปรียบเทียบกับคนอื่น?

           “ไม่ซีเรียสค่ะ เพราะการอยู่ในวงการแบบนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในอาชีพใดๆ ก็จะมีการกดดันหรือเปรียบเทียบ”

           หลายคนมองว่ากระเเสนางงามมาเร็วไปเร็ว เราอมองอย่างไร?

           “จริงๆก็เข้าใจ เพราะว่าการเป็นนางงามจะมีช่วงเวลาแค่ 1 ปี ในการดำรงตำแหน่ง แต่ก็มีคนบอกไว้ว่าตำแหน่งจะอยู่กับเราไม่นานแต่ตำนานจะอยู่กับเราตลอดไป”

           ทำให้เราต้องวางแผนกับชีวิตของเราอย่างไรบ้าง?

           “ต้องมองว่าเราสามารถทำหน้าที่การเป็นนางงามได้ปีหนึ่ง แต่นอกเหนือจากนี้เรายังมีโอกาสไปวงการบันเทิง หรือว่าวงการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งหน้าจอหรือหลังจอ ก็ต้องไปในด้านอื่นบ้าง”

           แสดงว่าฟ้าใสสนใจในงานด้านการบันเทิง?

           “ก็ด้วย แต่ว่าก็สนใจอยากเป็นเบื้องหลังด้วย เวลาที่เทรนด์รุ่นน้องต่อ ”

           ในช่วงปีนี้ เรายังต้องทำอะไรกับกองประกวดอีกไหม?

           “ก็คิดว่าน่าจะมีนะคะ แต่จริงๆก็มีรุ่นน้องที่ตั้งใจจะมาประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยเเลนด์ 2020 ก็ติดต่อเข้ามาอยากให้สอนเรื่องการตอบคำถาม ”

           ถ้ามีงานเข้ามาต้องคิดต่อผ่านทางกองประกวดก่อนไหม?

           “ในด้านเบื้องหน้าก็ต้องติดต่อผ่านกองก่อน แต่ถ้าถ้าเบื้องหลัง อาทิ การเป็นครูส่วนมากก็ติดต่อมาโดยตรง”

           อย่างที่บอกว่าอยากเทรนด์น้องที่จะมาเข้าประกวด พี่ลูกเกด เมทินี ว่ายังไงบ้าง ?

           “อ่อไม่ คือพี่ลูกเกดเขาจะเทรนด์ระหว่างที่เก็บตัว แต่นี่จะเทรนด์น้องๆที่อยากจะมาสมัครแต่ไม่มั่นใจในเรื่องของการตอบคำถาม อยากจะให้มีคนช่วยเทรนด์ เขาก็เลยติดต่อมาโดยตรง”

           เราจะเป็นติวเตอร์?

           “ใช่ค่ะ เป็นเหมือนเมนเทอร์ แต่เป็นเมนเทอร์คนละเเบบกับพี่ลูกเกด เพราะพี่ลูกเกดจะไปลงลึกกับคนที่เข้ารอบเรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งที่หนูจะสอนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้หรือการเป็นนางงาม ”

           ติดต่อเข้ามาเยอะไหม?

           “ก็ติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ ก็กำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะเปิดเป็นคอร์สจะดีไหม แต่ก็ต้องดูอีกที”

           ช่วงที่ต้นปีมีดราม่า#saveฟ้าใส ?

           “หนูเห็นแท็กแต่ไม่เข้าใจว่าเป็นเรื่องอะไร (หัวเราะ)”

           หลายคนมองว่าเป็นเรื่องทีมงานที่ทำชุดให้ฟ้าใสมีการพูดพาดพิงถึง?

           “อ่อ เรื่องนี้หนูยังไม่ทราบ เพราะว่ายังไม่ได้พูดคุยเรื่องด้านดราม่าหลังจากประกวดเสร็จ ได้คุยเฉพาะตอนที่ก่อนประกวด ซึ่งได้คุยกับทุกๆคน เพราะเขาเข้ามาช่วยในการเตรียมตัวไปประกวด ทั้งนี้หลังจากปนะกวดเสร็จเหมือนว่าทุกคนก็ใช้เวลากับการพักผ่อนทั้งหมด”

           หลายคนพุ่งเป้าไปที่พี่โจ้ Surface คนที่ออกแบบชุดให้?

           “เกิดอะไรขึ้นเหรอค่ะ”

           มีคนบอกว่าเป็นการโพสต์เกาเหลากัน ว่ามีปัญหากับพี่โจ้ Surface เลยมาเซฟเราว่าไม่ต้องสนใจคำพูดของคนนั้นคนนี้ ?

           “อ่อ เท่าที่อ่านๆยังไม่มีเรื่องที่ชัดเจนว่า เกี่ยวกับหนู หนูเลยไม่ได้เข้าไปอ่านรายละเอียดมาก”

           เรากับพี่โจ้ Surface ความสัมพันธ์เป็นยังไง?

           “ก็ดีนะคะ เขาก็ช่วยในการทำรีกรุ๊ปในการไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส แล้วก็มีการทำชุดราตรีรอบไฟนอล”

           ได้คุยอะไรกับพี่เขาไหม ?

           “ยังไม่ได้มีโอกาสเจอกัน เพราะพี่โจ้ จะพักผ่อนด้วย ปีใหม่ด้วย รวมไปถึงได้ข่าวว่าจะมีการตัวสำหรับการประกวด ปี 2020 เพื่อที่จะให้มง3 มาแน่ในรุ่นต่อๆไป”

           ฟ้าใสมองแฟนนางงามอย่างไรบ้างกับการพูดถึงการประกวดของเราทั้งด้านที่ดีและไม่ดี?

           “ก็มองว่าจะพูดดีหรือไม่ดี ก็เป็นกระเเสในระดับหนึ่ง แล้วก็ดีใจที่ทุกคนยังคิดถึงและพูดถึฃฟ้าใสอยู่ ต้องขอบคุณทุกคนที่ติดตามแม้ว่าการประกวดจะจบไปแล้ว แต่ก็ยังคอยสนับสนุนแล้วก็ติดตามว่าผลงานมีอะไรบ้าง”

           ดราม่าต่างๆทำให้เราเคลียดไหม?

           “ดราม่าต่างๆ คือช่วงนี้ก็ไม่ได้สังเกตว่ามีดราม่า คือหนูคิดว่าดราม่าทุกอย่างจะมาในช่วงก่อนที่จะไปประกวด”

           เวลาเราเจอแล้วเก็บไปคิดหรือเครียดไหม ?

           “ถ้าสมมุติว่าอยู่ในช่วงที่เรากำลังประกวด ส่วนใหญ่หนูจะไม่เข้าไปดูในเรื่องกระเเส หรือดราม่าอะไร เพราะช่วงที่เราประกวดสิ่งที่เราต้องการมากที่สุด คือเรื่องของการซัพพอร์ต การสนับสนุน และกำลังใจคิดบวก ซึ่งเราจะได้จากกลุ่มที่อยู่ใกล้ๆเรา และกลุ่มที่ติดตามเราที่รู้จักเราจริงๆ ซึ่งหนูก็จะดูกลุ่มนี้เวลาหนูไปประกวด แต่หลังจากที่ประกวดมาแล้วหนูไปอ่านมันก็แบบ (หัวเราะ) ดูตลกบ้าง บางทีคนที่บอกว่าเป็นวงในก็ไม่ใช่วงในจริงๆ เพราะคนที่วงในจริงๆก็เป็นแค่เรากับเขาที่รู้จริง ว่าเรื่องนี้เกิดอะไรขึ้น แต่ก็อ่านแล้วบันเทิงดี”

           แสดงว่าเรามีภูมิคุ้มกันแล้ว?

           “โอโห้ หนูประกวดมาหลายปีแล้ว”

           เรียกว่าชินได้ไหมสำหรับประแส?

           “หนูจะพูดว่า ครั้งแรกมันจะเจ็บสุดพี่ แต่พอนานๆเข้าความเจ็บก็จะลดน้อยลง แต่ถามว่าจะชินเลยทีเดียวไหม หนูคิดว่าคงไม่มีใครพออ่านข่าวเชิงลบแล้วไม่รู้สึกอะไร”

           ครั้งแรกเจ็บสุดถึงขั้นมีน้ำตาไหม?

           “โห้พี่ หนูขั้นถึงเสียเซลฟ์ไปเลย ทำไมเขาถึงว่าหนูแบบนี้อะ ก่อนหน้านี้หนูไม่เคยคิดว่าหนูเป็นแบบนี้เลย มันก็เป็นเรื่องรูปร่างหน้าตาหุ่น คือมันครั้งแรกในที่นี้คือครั้งแรกที่ว่าเรา แต่การว่าเรามันมีหลากหลายแบบ ที่เจ็บสุดมันไม่ใช่ทำให้เราเสียเชลฟ์ แต่อันที่เจ็บสุดคือเรื่องที่เขาพูดเเล้วมันไม่ใช่เรื่องที่เป็นความจริง แต่คนอื่นเชื่อโดยที่ไม่มาถามเรา แล้วถึงแม้เราพูดอะไรออกไปเขาเชื่อสิ่งแรกที่เป็นเรื่องเท็จไปแล้ว โดยที่มองว่าหนูแก้ตัว แล้วไม่ให้โอกาสเราออกมาพูดความจริง”

           แข็งแรงขึ้นว่างั้น?

           “มันก็มีกำแพงที่ตั้งไว้ให้ แบบปกป้องหัวใจมากขึ้น และรู้สึกว่าควรจะต้องแคร์คนที่รู้จักเราจริงๆ มากกว่าคนที่ไม่ได้รู้จักเรา แล้วก็พูดอะไรก็ได้ แข็งแรงขึ้น ก็อยากให้ก่อนที่จะพูดอะไร ให้ฟังความสองด้าน”