ข่าวข่าวในประเทศ 10 มกราคม 2563 เวลา 16:00

"อ๊อฟ ชนะพล" ปลื้มผู้ใหญ่ข่องส่งบทพระเอกให้อีกครั้ง แย้มวิวาห์แฟนสาวไม่เกินปีหน้า(คลิปท้ายข่าว)

คัมแบ็คกลับมารับพระเอกเต็มตัวอีกครั้งในช่อง7สี สำหรับ หนุ่ม "อ๊อฟ ชนะพล" ล่าสุดงานบวงสรวงละคร “ทางเสือผ่าน” และ “สิงห์สั่งป่า” หนุ่มอ๊อฟก็เปิดเผยว่า

          กลับมารับบทพระเอกเต็มตัวอีกครั้ง

          “จริงๆ ขอบคุณโอกาสทางผู้ใหญ่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นทางช่อง 7 เป็นที่ให้ความไว้ใจผม ให้มาเล่นในเรื่องทางเสือผ่าน จริงๆถ้าพูดถึงเรื่องบท ผมถือว่าผมเป็นนักแสดง จากที่หลายท่านได้เห็นการแสดงของผมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะบทไหนผมก็ตั้งใจ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งครั้ง ผู้จัดและผู้ใหญ่ทางช่องเจ็ด ให้โอกาสผมได้กลับมาแอ็คชั่นดราม่าอีกครั้ง”

          ​และกดดันไหม ที่มารับพระเอกเต็มตัว

          “ไม่เกี่ยวครับ เรื่องกลับมาเป็นพระเอกเต็มตัว หรือจะบทไหนๆ ผมว่ามันไม่เกี่ยวเลย ซึ่งผมเชื่อว่าการทำหน้าที่ในการแสดงในตัวละครตัวนั้น ทำให้ออกมาดีที่สุด ให้คุณผู้ชมรู้สึกว่าตัวละครตัวนั้น คือตัวละครในเรื่องจริงๆ ซึ่งการแสดงในแต่ละเรื่องก็ค่อนข้างที่จะแตกต่างอยู่แล้ว ก็ได้ความไว้ใจจากผู้จัดและทางผู้กำกับได้ให้โอกาส เหมือนแบ่งปันกันในเรื่องการแสดง การเพิ่มเติม มีการบอก มีการให้จังหวะ ทางผู้กำกับก็จะแชร์ๆกันอยู่แล้ว”

          ​ห่างไปจากบทพระเอกไปกี่ปี

          “ก็หลายปีนะครับ อย่างที่บอกผมไม่ได้ซีเรียส เราไม่ได้มองว่าเราเป็นพระเอกตลอดเวลา เราเป็นนักแสดง ซึ่งผมมีความคิดและจุดเป้าหมายของผมอยู่แล้ว เราอยู่ในวงการมาค่อนข้างจะนานแล้ว โอกาสที่ผมได้รับมาแต่ละเรื่อง ได้เล่นบทค่อนข้างจะดีเลย เราได้แสดงศักยภาพ ความมั่นใจให้กับทางผู้จัดและผู้ใหญ่ทางช่องเจ็ด เราได้เห็นแล้วว่าเรามีความตั้งใจ มุ่งมั่น เขาก็เลยให้โอกาสเราอยู่เรื่อยๆ”

          หวังเรตติ้งไหม เพราะละครแนวนี้ตัวเลขค่อนข้างจะสูง

          “เรื่องเรตติ้ง ถ้าเรามานั่งกังวลมันจะเป็นการกดดันตัวเอง และเป็นการกดดันทางค่ายละครด้วย เวลาเราถ่ายทำละครเราจะไม่พูดถึงตัวเลขกันเลยว่าเรตติ้งจะต้องเท่าไหร่ เป้าหมายของเราคือทำยังไงก็ได้ให้คนดูสนุกไปด้วยในระหว่างที่เราถ่ายทำนะครับ ตอนที่เราถ่ายทำมันมาก ดราม่า ซึ้งมาก อินไปกับตัวละคร อินไปกับเนื้อเรื่อง เรื่องทางเสือผ่าน เรื่องนี้เป็นการดราม่า ค่อนข้างจะดราม่าหนักมากนะครับ ส่วนแรงกดดันในตัวเลขหรือเรตติ้ง เรายกวางไว้ตั้งแต่เราเริ่มถ่ายทำแล้วนะครับ เป็นการพูดคุยและทำความเข้าใจว่าเราทำในสิ่งที่เราตั้งเป้าไว้ให้มันดีที่สุด ผลจะเป็นยังไงก็คือการตอบรับ”

          เรื่องหัวใจของเราก็ยังถูกโฟกัสอยู่พอสมควร

          “หลายๆคนก็ถามค่อนข้างจะเยอะครับ ช่วงนี้ก็เหมือนเดิมครับ ก็ถ่ายทำละคร อาจจะมีการตั้งเป้าหมายไว้แล้ว ซึ่งเราก็ได้คุยกับทางครอบครัวว่าจะยังไง จะปีนี้หรือปีหน้า ก็ได้คุยกันบ้างแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็ไม่ได้มีอะไรติดขัด ก็ยังราบรื่นดี ทำให้ผมรู้สึกว่าผมโฟกัสกับเรื่องงานได้มากขึ้น ไม่ได้มีเรื่องความรักมาทำให้ติดขัดเรื่องงาน ซึ่งเราเข้าใจมาตั้งแต่แรก ตั้งแต่เราเริ่มทำงาน ตั้งแต่เราได้คบกัน ตอนนี้ก็สวยงามทำงานเต็มที่ ในการทำงาน ผมก็เต็มที่อยู่แล้ว ในเรื่องความรักก็อยากจะเต็มที่ด้วย ถึงตอนนี้ทุกอย่างบาลานซ์ลงตัว”

          แต่งไม่เกินปีหน้าแน่นอน ?

          “ก็คิดไว้ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด แต่อันนี้ผมไม่กล้ากำหนด เพราะแล้วแต่จังหวะงานด้วย แต่เป็นการคุยกันไว้ว่าจะมี ว่าจะไปคุยกับผู้ใหญ่เขา(แฟนสาว)ในปีนี้หรือปีหน้า ส่วนฤกษ์ยามในงานมงคล เดี๋ยวต้องดูกันอีกทีนึง”

          มีเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานไหม

          ”เอ่อ….. ความตั้งใจของผม ผมเป็นคนที่เรียบง่ายนะครับ เราเป็นคนที่ง่ายๆ ทำอะไรก็ขออย่าให้มันเวอร์วังจนเกินไปนะครับ เรามองว่าถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็น่าจะเมื่อนั้น ผมก็ไม่รู้ว่าทางฝั่งผู้หญิงจะต้องแบบไหนอะไรยังไง ซึ่งเราก็ยังไม่เคยแต่งงานเลย แต่ที่เพื่อนหรือพี่ๆ ผ่านงานมงคลมาแล้ว ก็ค่อนข้างที่จะเป็นตัวอย่างให้กับตัวน้องเขา เขาก็อาจจะมองๆอยู่ ความตั้งใจของผมคืออยากให้มันดูเรียบง่ายที่สุด อยากให้ทั้งสองฝั่งไม่ว่าจะเป็นฝั่งผมหรือฝั่งน้อง โอเคที่สุด ผมว่าเรื่องงานเป็นการฉลองมากกว่านะครับ ก็อยากจะให้มันดูโอเคที่สุดแหละ แต่เรื่องตรงนี้ฝั่งผมอยากเรียบง่าย ทางฝั่งน้องก็ยังไม่คุยว่าต้องการแบบไหน”

          อะไรทำให้แพลนแต่งยังติดขัดอยู่

          “ติดอะไรหรอ ผมว่าน่าจะเป็นจังหวะและเวลามากกว่า ซึ่งตอนนี้น้องเขาเพิ่งเรียนจบโทมาอีกหนึ่งใบ จะรับปริญญาโทใบที่สองในเดือนหน้านี้ ตอนที่จังหวะรอเขายังอยากเรียนอยู่นะครับ ตอนนี้เขาเพิ่งเริ่มทำงาน อาจจะต้องให้เขาใช้ชีวิตในการทำงานของเขาก่อน เพื่อประสบการณ์นะครับ เราก็แบ่งกันชัดเจนอยู่แล้ว เรื่องงานของเขาผมก็ไม่เข้าไปก้าวก่ายอยู่แล้ว เรื่องงานของผมน้องเขาก็ไม่ก้าวก่าย ให้กำลังใจเราตลอดอยู่แล้ว เราแบ่งสันปันส่วนในเรื่องตรงนี้ค่อนข้างที่จะชัดเจน ส่วนเรื่องเวลาที่เราจะไปคุยกับผู้ใหญ่ เราไปคุยกันบ้างแล้ว แต่คราวนี้จะทำยังไงให้มันเป็นกิจลักษณะ ให้มันชัดเจนมากขึ้น ตรงนี้แหละครับคือเรื่องเวลา”