ข่าวข่าวในประเทศ 8 มกราคม 2563 เวลา 19:22

"ฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์" ยันคดีมอมยานศ. ตนบริสุทธิ์ตั้งแต่แรก แจงเป็นแค่พยานไม่ใช่ผู้ต้องหา..หวังคนเชื่อมั่น

ก่อนหน้านี้เล่นทำเอาเครียดไปหลายวันหลังเจอกระแสข่าวถูกหาเอี่ยวคดีมอมยานักศึกษาสาว เมื่อปลายปีที่แล้ว สำหรับ  "ฟรอยด์- ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์" ล่าสุดเจ้าตัวเดินทางไปร่วมงาน “Magical Jungle Adventure เพื่อนรักในป่าลึกสุดมหัศจรรย์” ที่ ซีไลฟ์ แบงคอก ศูนย์การค้าสยามพารากอนซึ่งเจ้าตัวไปทำหน้าทึ่พิธีกร  หลังจบงานนักแสดงหนุ่มได้ให้สัมภาษณ์ อัพเดทถึงเรื่องคดีดังกล่าว

           ความคืบหน้าคดีถึงไหนแล้ว?

           "มันไม่มีอะไร มันจบอยู่แล้วครับ อย่างที่ผมบอกตั้งแต่แรกว่าผมเป็นแค่พยานในเหตุการณ์ ที่เหลือก็ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินเรื่องไป ผมไม่เกี่ยวเลยครับ จริงๆ มันจบตั้งแต่ผมไปให้ปากคำเพิ่มเติมแล้ว แล้วหลังจากวันนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้ขอความร่วมมืออะไรมาอีกครับ เพราะผมเป็นแค่พยานในเหตุการณ์ ไม่ได้เป็นผู้ต้องหา ผมไม่ได้โดนหมายศาล" 

           หมายความว่าเราพ้นผิดจากที่เขากล่าวหาเราแล้ว?

           "ผมไม่ได้พ้นผิดเพราะผมไม่ได้ผิดตั้งแต่แรกครับ (ยิ้ม) ในส่วนของคดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้ให้ผมไปทำอะไรอีกครับ แต่ถ้าอยากรู้ลึกกว่านี้ต้องไปถามทางเจ้าหน้าที่สืบสวนเอง อย่างที่ผมบอกไปตั้งแต่ตอนแรกว่าเราบริสุทธิ์ใจที่จะไปให้ปากคำในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนะครับ" 

           ฟรอยด์ติดใจอะไรไหมที่น้องผู้หญิงมากล่าวหาเราให้เสียหาย?

           "ผมไม่อยากเอาเรื่องแบบนี้มาคิดในตอนนี้แล้ว เพราะมันผ่านปีเก่ามาแล้ว มันปีใหม่แล้ว คือผมรู้ตัวว่าผมทำอะไรอยู่แล้ว ถ้าผมทำดีหรือทำไม่ดีผมย่อมรู้อยู่แก่ใจ ปีใหม่แล้วผมไม่อยากเอาเรื่องที่มันผ่านมาแล้ว และเป็นเรื่องที่ไม่ดีในชีวิตผมเข้ามาทำให้มันรกหัว รกสมอง แล้วผมก็ไม่ได้ติดต่ออะไรไปทางน้องเขาครับ เพราะผมไม่ได้รู้จักเขาอยู่แล้ว" 

           คดีในส่วนของฟรอยด์จบแล้ว สรุปไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ทางน้องผู้หญิงที่เขามากล่าวหาเรา น้องเขามีความผิดอะไรไหม?

           "ผมไม่ได้สนใจนะครับ เพราะว่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนดำเนินการต่อไปเอง ผมไม่ทราบครับ ส่วนตัวผมยังไม่ได้ฟ้องกลับเพราะว่ายังไม่มีผลอะไรกับงานผม ผมก็เลยยังไม่ทำอะไรเขาครับ" 

           น้องผู้หญิงรู้หรือยังว่าคนที่ทำผิดจริงๆ คือใคร?

           "อันนี้ผมไม่ทราบครับ ผมไม่ได้ติดตามเลย อย่างที่บอกว่าผมแค่อยู่ในเหตุการณ์ แต่ดันอยู่ผิดที่ผิดทางแล้วกลายเป็นเอาชื่อเรามาใช้ในเรื่องนี้เท่านั้นเอง"

           ตอนนี้เวลาเราต้องพบปะคนแปลกหน้า หรือต้องร่วมโต๊ะคนที่ไม่รู้จักต้องระวังมากขึ้นไหม?

           "ตอนนี้ผมระวังตัวมาก เก็บตัวมาก แล้วก็เลือกคบคน คนไหนที่ไม่ได้มีผลกับชีวิตเรามาก ไม่จำเป็นต้องรู้จักคนใหม่ๆ เราก็ระวังตัวมากขึ้น ไม่ถึงกับไม่กล้าร่วมโต๊ะกับคนแปลกหน้า เพียงแต่เรามีสเปซมากขึ้น คงไม่เฟรนด์ลี่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะเวลาเจอคนผมค่อนข้างเป็นคนเฟรนด์ลี่กับทุกคน แต่ครั้งนี้คงมีระยะห่างมากขึ้นในการที่จะรู้จักคนใหม่ๆ"

           "มันไม่ใช่กลัวการปาร์ตี้ แต่บางทีเราไม่รู้เขาเข้ามาหาเราในรูปแบบอะไร หรือเขาหวังที่จะต้องการอะไรจากเรา ผมแค่ระวังตรงนี้ ไม่ถึงกับว่าผมจะไม่ออกสังคมเลย ไม่ไปไหนกับเพื่อนเลย ไม่สังสรรค์เลยมันก็ไม่ใช่ อันนั้นคงเกินไป ผมคงใช้ชีวิตปกติแต่ว่าระวังมากขึ้นในการที่ถ้ามีคนใหม่เข้ามาทำความรู้จักกับผม ซึ่งผมมองว่าปีนี้เป็นปีที่ดีเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา มันสอนให้เราโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และระวังมากขึ้นด้วย" 

           ฟรอยด์อยากให้น้องผู้หญิงรับผิดชอบยังไงบ้างที่ทำให้เราเสียหาย อยากให้เขาโพสต์ขอโทษหรือชี้แจงให้มั้ยว่าฟรอยด์ไม่ผิด เพราะตอนเกิดเรื่องเขาก็เป็นคนโพสต์เอง?

           "อันนี้ก็ต้องปล่อยให้เขาสำนึกด้วยตัวเองครับ ผมคงไปบังคับคนอื่นไม่ได้ครับ (ยิ้ม) ถามว่ามีความเคลื่อนไหวจากทางฝั่งโน้นไหม ผมไม่ทราบเลยครับ ก่อนหน้านี้ผมแค่ไปแสดงความบริสุทธิ์ใจในการไปให้ปากคำ" 

           เรื่องนี้มีผลกระทบกับเรายังไงบ้าง เพราะตอนแรกก็มีคนเข้าใจผิดในตัวเราไปแล้ว?

           "ผมว่าเราไปห้ามความคิดคนอื่นไม่ได้ แต่ผมรู้ตัวอยู่แล้วว่าผมทำอะไรไป และเชื่อว่าตั้งแต่ผมอยู่วงการมา ผมเชื่อว่าคนที่รู้จักผมดีเขารู้ว่าผมเป็นคนอย่างไร" 

           โกรธน้องผู้หญิงไหม?

           "ผมว่าผมปล่อยดีกว่า ผมก็ไปทำบุญ และมีไปถวายผ้าบังสุกุล ผมก็ไปล้างสิ่งที่ไม่ดีออกจากร่างกาย บางทีในช่วงชีวิตเราที่มีสิ่งดีๆ เข้ามา แต่บางทีก็อาจจะมีสิ่งที่ดึงเราลงไปเหมือนกัน (คิดว่าโดนกลั่นแกล้งไหม?) ผมไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะผมก็ไม่รู้ว่าวัตถุประสงค์เขาคืออะไร"

           แล้วรุ่นน้องผู้ชายที่บอกว่าสนิทกับฟรอยด์ที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ซึ่งเป็นคนที่พาน้องผู้หญิงมา เราได้คุยกับเขาไหม?

           "ไม่ได้คุยเลยครับ ต่างคนต่างแยกย้ายกันทำงาน (เพราะน้องผู้ชายคนนั้นก็กลายเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยเหมือนกัน?) อันนี้ต้องถามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะผมไม่ได้ตามเรื่องเลยครับ" 

           ตอนเกิดเรื่องเราถูกแคนเซิลงานเยอะเพราะลูกค้าไม่เชื่อมั่นในภาพลักษณ์ ตอนนี้ลูกค้ากลับมาจ้างงานเหมือนเดิมหรือยัง?

           "เขาก็เข้ามาถามว่าเรื่องมันเป็นอย่างไร เขาอยากให้ออกมาชี้แจง แต่ช่วงนั้นผมงานยุ่งจริงๆ เพราะละครเร่งถ่ายปิดกล้องทำให้ผมไม่ได้ออกมาเจอพี่ๆ สื่อ จนเมื่อก่อนสิ้นปีผมได้ออกอีเวนต์และชี้แจงไป พอหลังจากชี้แจงไปทุกอย่างก็เคลียร์ ทุกอย่างก็ใสปกติเหมือนเดิม" 

           "ผมว่าผมเชื่อมั่นในตัวเองพอ และผมเชื่อว่าลูกค้าที่เขาเลือกผมก็น่าจะเชื่อมั่นในตัวผมพอ เพราะว่าผมไม่เคยมีอะไรที่เสียหายในวงการบันเทิงอยู่แล้ว กับสิ่งที่เกิดขึ้นมันก็ไม่ได้มีหลักฐาน มันเป็นเพียงการกล่าวหาเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสื่อสังคม หรือประชาชนส่วนใหญ่ ก็น่าจะมีน้ำหนักพอในการที่จะเชื่อในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วภาพที่เป็นถุงขนม(ถุงขนมที่ปรากฏในข่าว ที่อ้างว่าเป็นขนมผสมกัญชา)ผมก็ไม่รู้ว่าสื่อเอามาจากไหน ผมต้องแจงว่าถุงขนมนั้นไม่ใช่ของผม เพราะไม่อย่างนั้นถุงขนมนั้นก็คือหลักฐานครับ แต่ความจริงคือถุงขนมไม่ใช่ของผมและไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้น"