ข่าวข่าวในประเทศ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 20:44

กรี๊ดกระหึ่มสุวรรณภูมิ แฟนๆแห่ต้อนรับ "ฟ้าใส ปวีณสุดา" กลับถึงไทย เปิดใจหนูทำดีที่สุดแล้ว

เรียกว่าเป็นตัวแทนสาวงามเดินทางไปประกวด Miss Universe 2019 จนติด Top5 สร้างชื่อเสียงกลับมาให้บ้านเกิดอย่างดงามสำหรับ ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2562 ล่าสุดเจ้าตัวเดินทางกลับถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ เป็นที่เรียบร้อย เมื่อช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันนี้ (12 ธ.ค.) ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคัก มีแฟนนางงามจำนวนมากเดินทางเพื่อมารอต้อนรับ "ฟ้าใส ปวีณสุดา" อย่างอบอุ่นคับคั่งจนทำเอาพื้นที่ผู้โดยสารขาเข้าของสนามบินสุวรรณภูมิแคบไปถนัดตา ซึ่งนอกจากเจ้าตัวจะโชว์เดินแบบที่เคยเชิดฉายบนเวทีประกวดให้แฟนๆ ได้ชมอีกครั้ง เธอยังได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชน

           ความรู้สึกหลังได้เข้า Top5 เป็นยังไงบ้าง ?

           "ภูมิใจมากๆ เลยค่ะ Top5 Miss Universe 2019 ตอนนั้นที่เขาประกาศคือถ้าได้เข้าก็ดีใจ แต่ถ้าไม่ได้ก็ภูมิใจอยู่แล้วค่ะ เพราะวันนี้ตัวหินเยอะเหมือนกัน และในการตอบคำถามแต่ละคนก็ตอบได้ดีมากๆ ก็ขึ้นอยู่กับว่าคณะกรรมการจะชอบคำตอบแบบไหนมากกว่ากัน"

           แต่ละรอบที่ได้เข้า เรามีความคาดหวังมากน้อยแค่ไหน ?

           "ณ ตอนนี้พอเห็นจาก Top20 เหลือ Top10 และตัวเต็งหลายๆ คนเริ่มตุ๊บๆ ไป อันนี้ก็เริ่มใจหวั่นเหมือนกันนะคะ เพราะใน Top10 หนูก็ได้เข้ารอบเป็นคนที่ 9 ก็นึกในใจว่าขอให้เข้าไปต่อเรื่อยๆ อย่างน้อยสำหรับหนู Top5 คือยิ่งใหญ่มากๆ เพราะเป็น 1 เดียวในเอเชียเลยค่ะ"

           มีความผิดหวังเกิดขึ้นมากไหมที่เราไม่ได้ผ่านเข้าไปชิงมง 3 คนสุดท้าย ?

           "ไม่ผิดหวังค่ะ ภูมิในมากๆ เพราะหนูรู้สึกว่าหนูเต็มที่ทุกวันและทุกก้าวแล้ว ถ้าเกิดหนูไม่เต็มที่ก็จะผิดหวังว่าฉันไม่ได้ทำดีกว่านี้ แต่ว่าหนูเชื่อว่าหนูทำได้เต็มที่มากๆ และหนูก็ภูมิใจมากๆ ค่ะ"

           ส่วนตัวคิดว่าคำถามที่เราได้รับมันยากหรือง่ายสำหรับตัวเราเอง ?

           "เอาตรงๆ หนูก็มองว่าหลากหลายคำถามสำหรับหนูมองว่าค่อนข้างง่าย ซึ่งถ้าหนูได้คำถามอื่นๆ หนูก็สามารถตอบได้เหมือนกัน แต่ในเมื่อเราได้คำถามนี้มา เราก็ต้องพยายามสุดความสามารถในการตอบคำถามนี้ให้ดีที่สุด และสำหรับหนู หนูได้ย้อนกลับไปฟังคำตอบตัวเอง หนูก็ยังเชื่อว่าหนูตอบได้ดีที่สุดใน ณ ตอนนั้นเท่าที่หนูจะทำได้แล้วค่ะ"

           พอเราได้ยินคำถามในจังหวะนั้น ค่อนข้างตกใจเหมือนกันใช่ไหม ?

           "ก็ค่อนข้างนะคะ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เซนซิทีฟมากๆ แล้วหนูก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่ามันไม่มีทางจะ 100 เปอร์เซ็นต์ในทางใดทางหนึ่งทั้งความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว ยังไงหนูก็ยังยืนยันคำตอบเดิมค่ะว่ามันควรจะมีจุดกลางที่ควรจะพบกันได้"

           ตอนนั้นคือไม่ได้ตั้งใจที่จะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่แล้วใช่ไหม ?

           "แล้วถ้าเป็นพี่ พี่จะเลือกแบบไหนละคะ ระหว่างความปลอดภัย กับความเป็นส่วนตัว เป็นหนู หนูขอเลือกตรงกลางดีกว่า เพราะหนูเข้าใจว่าในความปลอดภัยมันก็มีโลกของโซเชียลที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ มีกล้องวงจรปิด ซึ่งถ้าเกิดหลายๆ คนไม่มีส่วนนี้ มันก็อาจจะมีความไม่ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นมาก็ได้ หนูก็เชื่อว่ามันต้องมีจุดกลางที่มันสามารถพบกันได้อยู่แล้ว และมันจะทำให้เรารู้สึกปลอดภัยแต่มันก็ต้องมีความเป็นส่วนตัวด้วยเหมือนกัน"

           สิ่งที่อยากที่สุดในการประกวดครั้งนี้คืออะไร ?

           "สิ่งที่ยากสำหรับหนูน่าจะเป็นการกังวลเรื่องตามากกว่านะคะ เพราะไม่เคยคิดว่ามันจะเจ็บขนาดนั้น ถึงขั้นตื่นชึ้นมาตอนเช้าและลืมตาไม่ได้ มันเซนซิทีฟกับไฟมากๆ และอีกวันหนึ่งนึกว่ามันจะหายดี แต่กลายเป็นว่าลืมตาแล้วน้ำตาไหลออกมาเอง ซึ่งวันนั้นก็คือวันที่ปิดตาค่ะ ต้องพักตา ทางกองก็ใจดี เขาเข้าใจ เพราะเราบอกก่อนที่จะมาแล้วว่าเรามีปัญหาเรื่องตา"

           อาการตอนนั้นมันแย่ระดับไหน ?

           "แย่ถึงขั้นลืมตาค่ะ"

           วันประกวดจริง อาการเหล่านั้นยังมีอยู่ไหม ?

           "อย่างน้อยเราได้พักวันหนึ่งก่อนที่จะเป็นวันจริง อาการก็เลยดีขึ้นเยอะเลยค่ะ"

           สาเหตุหลักๆ เป็นเพราะอะไร ?

           "ต้องเล่าให้ฟังว่าช่วงประกวด Miss Universe Thailand ตั้งแต่เดือนมิถุนายน คือช่วงนั้นเพิ่งกลับมาจากพัทยาค่ะ ช่วงเก็บตัวเขาให้ใส่คอนแทคเลนส์ใส ซึ่งหนูเป็นคนที่มีปัญหากับคอนแทคเลนส์ใสมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว บวกกับเป็นช่วงที่นอนน้อยด้วย กิจกรรมเยอะด้วย เราก็ใส่คอนแทคเลนส์ตลอดทำให้ตาแห้ง จนเราถอดคอนแทคเลนส์ไม่ได้แล้วต้องไปโรงพยาบาลเพื่อให้คุณหมอช่วยถอดคอนแทคเลนส์ออก หลังจากนั้นกระจกตาก็ถลอกมาตั้งแต่ตอนนั้น"

           "เราก็พยายามรักษา แต่กลายเป็นว่ารักษาไม่ถูกทาง พอได้ไปหาหมอหลายๆ คน เขาก็เริ่มแนะนำว่าทำไมไม่ทำเลเซอร์ล่ะ ซึ่งมันแตกต่างจากเลซิกตรงที่เลเซอร์ต้องทำให้แผลถลอกหายก่อน และในช่วงทำเลเซอร์หมอก็บอกว่า ในเมื่อเจ็บตัวแล้วก็ปรับสายตาไปเลย เราจะได้ไม่ต้อวกังวลเรื่องคอนแทคเลนส์อีก เราตั้งใจว่าจะทำวันที่ 8 พฤศจิกายน แน่พอถึงวันที่ 19 ตุลาคม เขาประกาศมาว่าจะประกวดแล้วนะ ซึ่งเลเซอร์ต้องใช้เวลา 10 วันในการพักผ่อน 7 วันห้ามออกกำลังกายหรือห้ามแต่งหน้า หนูก็เลยต้องเลือกว่าจะเลือกตาหรือเลือกไปประกวด"

           ตอนประกวดจริงมีผลไหม ?

           "วันนั้นที่ประกวดพี่คิดว่ามีผลไหมคะ (ยิ้ม)"

           ดูเหมือนเราทำออกมาได้ดีมาก ?

           "ด้วยคอนแทคเลนส์เพียงข้างเดียวค่ะ หนูใส่ข้างเดียวตลอดการประกวด เพราะใส่ข้างขวาไม่ได้เลย"

           เราก็คือหนึ่งในตัวเต็งของกองประกวด ถามตรงๆ มีคนหมันไส้บ้างไหม ?

           "(หัวเราะ) ถามตรงๆ ก็ตอบตรงๆ นะคะว่า ไม่เคยรู้สึก จนกระทั่งตอนที่ทางคนที่เป็นช่างแต่งหน้าสกินแคร์อ่ะค่ะ เขาเรียกถามว่าไทยแลนด์อยู่ไหน โอ้โห ห้องเงียบสนิท และทุกคนก็หันมามอง หนูก็เลยรู้สึก (ยิ้ม) จ๊ะ รู้สึกตอนนี้เลย เราก็รู้สึกด้วยว่าทำไมเจาะจงไทยแลนด์ อันนี้หนูก็รู้สึกอึดอัดว่าทำไมเจาะจงหนู แต่ว่าก็ต้องอันนี้ที่เขาเล่าให้ฟังนะคะว่าหนูมีฟอลโลเวอร์มากที่สุด เขาก็อยากจะขายผลิตภัณฑ์ของเขา เขาไม่ได้เจาะจงไทยแลนด์โดยเฉพาะ แต่เขาเจาะจงคนที่มีฟอลโลเวอร์มากที่สุดค่ะ"

           แล้วกับเพื่อนนางงามด้วยกัน การตอบรับเป็นยังไงบ้าง ?

           "ถ้าในช่วงวันนั้นก็อาจจะมีนิดหนึ่งที่ไม่อยากคุยด้วย แต่เพื่อนที่สนิทจริงๆ อย่าง ญี่ปุ่น ลาว เมียนมา สวีเดน เขาก็ยังเหมือนเดิม เขามาเพื่ออยากจะได้มิตรภาพที่ดีและประสบการณ์ที่ดี เขาก็ทำเต็มที่ของเขา และรู้ว่าไม่ใช่สปอนเซอร์ที่เป็นคนตัดสินใจว่าใครจะชนะ แต่เป็นคณะกรรมการมากกว่าค่ะ"

           ไม่มีใครแกล้งหนูใช่ไหม ?

           "ไม่มี (หัวเราะ) เท่าที่หนูรู้นะคือไม่มีค่ะ"

           อยากให้พูดถึง Miss South Africa ที่คว้ามงได้ ?

           "คือหนูไม่ค่อยได้มีโอกาสพูดคุยกันเท่าไหร่ เพราะเวลาทำกิจกรรมแล้วเราแยกกลุ่มกันค่ะ เลยไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับเขามากเท่าไหร่ แต่ก็ยินดีนะคะ เพราะเขาก็ตอบคำถามได้ดีมากค่ะ"

           หลังจากนี้มีแพลนจะทำงานในวงการบันเทิงบ้างไหม ?

           "ถ้ามีโอกาสก็อยากจะรับนะคะ ขึ้นอยู่กับว่าทางผู้ใหญ่จะเอ็นดูหนูและให้งานหนูยังไงบ้าง (ยิ้ม)"

           เราชอบงานในวงการบันเทิงด้านไหน ?

           "ถ้ามีโอกาสก็อยากทำหมด แต่ใจจริงเลยที่ชอบมาตั้งแต่เด็กก็คือการพากษ์เสียงค่ะ"

           อยากให้บอกน้องๆ ที่มีความฝันเหมือนเรา ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง ?

           "เธอต้องสตรองมากๆ พูดได้คำเดียว สตรองมากๆ ถ้าอันนี้ไม่ใช่ฝันของเธอจริงๆ คือไม่ไหวอ่ะ แต่ถ้าเป็นฝันจริงๆ เชื่อเลยว่าน้องๆ จะเต็มที่ จะมุ่งมั่นมากๆ และทำทุกอย่างเพื่อพัฒนาตัวเอง ไม่มีใครที่รู้จุดด้อยของเราได้เท่าตัวเราเองแล้ว"

           ตอนอยู่ที่นู้นได้ติดตามฟีดแบกแฟนนางงามบ้างไหม ?

           "ไม่ค่อย เพราะกิจกรรมก็แน่นเหมือนกัน"

           มีความกดดันเยอะไหม ?

           "ไม่มีความกดดันจากแฟนๆ ค่ะ ความกดดันมันน่าจะมาจากตัวเรามากกว่า เพราะเราอยากจะทำให้ดีที่สุด เราเองก็หวังไว้มาก แต่ในความกดดันก็ต้องมีความพอดีเหมือนกันทเพราะถ้าเกิดเวลาที่กดดันแล้วก็จะรู้สึกอึดอัดไม่เป็นตัวของตัวเอง กลายเป็นว่าเราไม่มีความสุขกับกิจกรรม ก็ต้องมีการผ่อนคลายบ้าง"

           อยากบอกอะไรกับแฟนๆ ไหม เพราะยังมีบางคนไม่สามารถมูฟออนความเสียใจที่เราคว้ามงมาไม่ได้ ?

           "มีด้วยเหรอ (ยิ้ม) จะบอกว่าหนูก็เข้าใจ อย่างปีพี่มารีญา หนูก็เป็น กว่าจะมูฟออนได้ก็สักพักหนึ่งเพราะคาดหวังไว้มาก แต่จะบอกไว้ว่า Top5 เลยนะคะ Top5 จาก 90 ประเทศ และเป็น 1 เดียวในเอเชียที่ไปยืนอยู่ Top5 สำหรับหนูคือหนูภูมิใจมากๆ แล้ว และเชื่อว่าในอนาคตตัวแทนประเทศไทยก็จะไปได้ไกลยิ่งขึ้น ฝากเป็นกำลังใจให้รุ่นน้องด้วยนะคะ และฝากขอบคุณทุกคนที่คอยรัก คอยเชียร์ คอยซัพพอร์ตฟ้าใสมาตลอด ขอบคุณทุกคนจริงๆ นะคะ"

           ท่านนายกเองก็ชื่นชมเราในการตอบคำถาม ?

           "จริงเหรอคะ พอดียังไม่ได้มีโอกาสอ่านข่าว แต่ว่าขอบคุณมากเลยนะคะ ดีใจที่ท่านนายกชอบคำตอบของหนู"