ข่าวข่าวในประเทศ 8 ธันวาคม 2562 เวลา 19:01

“ฮันนี่-บี๋” เผยความรู้สึกกระแสดราม่าสามีเจ้าชู้ การันตีรักผ่านมาแล้ว 30 ปี

อีกหนึ่งคู่สามี ภรรยา ที่ครองรักกันมายาวนาน สำหรับ นักแสดงรุ่นใหญ่ ฮันนี่ ภัสสร และสามีบี๋ ธีรพง ซึ่งก่อนหน้านี้หนุ่มบี๋ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้ จนมีคนเม้าท์ว่าคู่นี้ไปกันไม่รอด ล่าสุด บี๋ และ ฮันนี่ ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องone31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ ชมพู่ ก่อนบ่ายเป็นพิธีกร

            เจอกันได้นยังไง?
            บี๋ : เจอกันครั้งแรกน่าจะเป็นงานถ่ายโปสเตอร์ละครเวทีเรื่อง พรายน้ำ ถามว่าปิ้งเลยไหม ยังครับ วันนั้นเหนื่อยมาก ทำงานเขาไม่ให้เราพักเลย ทุกคนเปลี่ยนไปกินข้าว แต่เราอยู่หลังกล้องตลอด ก็ไม่ได้สนใจ ไม่ได้คุยอะไรกับใครมาก นอกจากมีเด่นอยู่คนหนึ่งที่ถือจานพิซซ่ามาให้ คือคนนี้

            ทำไมวันนั้นพี่ฮันนี่ถือจานพิซซ่ามาให้?

            ฮันนี่ : สงสาร คือพวกเราเวลาเป็นนายแบบ นางแบบ ก็จะมีเปลี่ยนผม เปลี่ยนหน้าได้พักบ้าง แต่ช่างภาพไม่ได้หยุดเลยถ่ายตลอด เราก็เห็นเขาไม่ได้กินอะไรเลย พิซซ่าไปให้เขารองท้องนิดนึง

            ตอนนั้นทำด้วยความสงสารหรือแอบชอบ?
            ฮันนี่ : ก็น่ารักดี

            ตอนไหนที่เรามาป้ะกันจริงๆ ?

            ฮันนี่ : คือเราไปทำงานที่สมุยต่อเนื่องด้วย แล้วพี่บี๋มาเล่นเอ็มวีให้ด้วย

            อย่างนี้เรียกว่าพี่ฮันนี่เป็นฝ่ายจีบก่อนได้ไหม?
            ฮันนี่ : จะดีหรอคะ

            ตอนนั้นเกียรติศักดิ์เรื่องเจ้าชู้ของพี่บี้ไม่ธรรมดา พี่ฮันนี่รู้สึกยังไงบ้าง?
            ฮันนี่ : คนมีเสน่ห์ก็อย่างนี้แหละ ไม่ใช่แค่หน้าตาดีเฉยๆ กลิ่นตัวหอมด้วย พี่บี๋เขาทำงานกับผู้หญิงเป็นช่างภาพถ่ายนู้ด มีผู้หญิงรอบตัว เราก็ทำใจนิ่งๆ ไว้นะ ถามว่าหวงไหมไม่ค่อยหรอก แต่เป็นห่วงมากกว่า บางทีงานเขาไม่เรียบร้อย นัดทุกคนแล้วแต่ช่างแต่งหน้าไม่มา เราก็หาช่างแต่งหน้าเราไปช่วยเขา

            พี่บี๋เราเป็นผู้ชายเวลาเห็นผู้หญิงเปลือยต่อหน้า เป็นยังไงบ้าง?
            บี๋ : จริงๆ เราไม่ได้คิดเรื่องอะไรที่อยู่ต่อหน้ามากเท่าไหร่นัก แล้วเวลาที่อยู่กองถ่ายมันจะมีไหที่เราต้องคำนวณ มุมกล้อง แล้วเรื่องโพสท่าถึงจะเปลือยแต่ก็มีเสื้อผ้าติดอยู่ เราก็ต้องเป็นสไตลิสต์ไปในตัวด้วย ก็สิ่งเหล่านี้เราต้องคำนวณอยู่ในหัวตลอดเวลา

            กับพี่ฮันนี่พี่บี๋เริ่มรู้สึกมองพี่ฮันนี่ตั้งแต่ตอนไหน?
            บี๋ : หลังจากที่เราถ่ายมิวสิควีดิโอกันแล้วไปเจอกันอีกครั้งที่สมุย เห็นว่าเขาเป็นคนน่ารัก คิดดี รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ หายากที่คนอื่นจะมี รายละเอียดคือ ขับรถมาดูเราถ่ายรูปเสร็จแล้วเขาบอกว่าจะไปอัดรายการ เขาชวนเราไปด้วย

            สมัยก่อนก็มีคนเม้าท์ว่าคู่นี้ไปกันไม่รอด?
            ฮันนี่ : จริงๆ เป็นเพราะพี่บี๋เจ้าชู้ด้วยมั้ง คาแรคเตอร์เขาเป็นคนเจ้าชู้ แต่จริงๆ เขาไม่เจ้าชู้หรอก

            แล้วทำไมคนถึงมองว่าเจ้าชู้?
            บี๋ : อาจจะด้วยงานมั้งครับ สมัยก่อนเป็นข่าวบ่อยเลย ไปนั่งที่นู้นกับนางแบบคนนั้น ไปกินข้าวที่นู้น คือจะบอกให้ว่าหลังเลิกงานกินข้าวก็ปกติไม่มีอะไรเลย

            เข้าวงการเต็มตัวแล้วเป็นยังไงบ้าง?
            อินดี้ : ช่วงแรกบอกกับคุณพ่อคุณแม่เหมือนกัน ผมเป็นคนขี้อายมาก ไม่กล้าแสดงออกจริงๆ ต่อหน้าคนเยอะๆ ก็แปลกใจอยู่เหมือนกันเราผ่านจุดนั้นแล้วก้าวข้ามความขี้อายมาได้ยังไง

            หลายคนก็จะกดดันพอพ่อแม่เป็นซุปเปอร์สตาร์อยู่แล้ว อินดี้กดดันไหม?
            อินดี้ : กดดันครับ เพราะว่าผู้จัดหลายๆ ท่านบอกว่าการที่เรามาเล่นตรงนี้ไม่ใช่เพราะพ่อกับแม่นะ แล้วถ้าเกิดว่าเราเล่นไม่ได้จริงๆ เขาก็ไม่เอาเราเหมือนกัน อันนี้เขาพูดกับเราตรงๆ เลย ซึ่งเราก็แฮปปี้ในการที่เขาพูดตรงๆ มันจะได้คลายความกดดันไป

            อินดี้มีคนบอกว่าพ่อเจ้าชู้ จริงไหม?
            อินดี้ : เอาที่ที่ทันเห็น ไม่ครับ แต่เราได้รับการพูดมากกว่าว่าเมื่อก่อนคุณพ่อเนี่ยใช่เล่นเลยนะ แต่เรารู้สึกว่าพี่ๆ เขาแซวขำๆ มากกว่า

            แล้วอินดี้ละเจ้าชู้ไหม?
            ฮันนี่ : ไม่น่านะคะ บอกให้ทำงานตอนนี้ คือให้ทำงานไปก่อน ยังไม่ให้คิดเรื่องความรัก

            อินดี้ : ถ้าถามว่าดี้เจ้าชู้ไหม ก็ต้องดูว่ายังไง ถ้ามองผู้หญิงยิ้มให้อันนี้เจ้าชู้หรือเปล่า บางทีเคยเจอกรณีเราอยู่เฉยๆ มีผู้หญิงเดินผ่าน แล้วมอง เราก็ยิ้มให้ คนก็มองแล้วเห้ย...อินดี้เจ้าชู้ เราก็แบบจะให้เราทำหน้าบึ้งใส่เขาหรอ จะให้มองเขาแปลกๆ หรอ

            แล้วขอเบอร์ คุยทีละหลายๆ คน ?
            อินดี้ : แบบนั้นไม่ ผมคุยทีละคน ส่วนหนึ่งคุยเรื่องงานกับแม่ก็เหนื่อยแล้ว

            แม่หวงลูกไหม?
            ฮันนี่ : คนกรี๊ดก็คือคนรัก คนเป็นแม่น่าจะดีใจนะคนรักลูกเรา ห่วงเฉยๆ เวลาไปทำงาน แต่ไม่หวง

            อินดี้ : จริงๆ เขาไม่หวงเราเลย เขาจะเป็นห่วงเรื่องการทำงานมากกว่า เวลาเรากลับบ้านหรืออะไร เราตื่นเช้าไม่เหมือนคนอื่น เราตื่นตี4 กลับบ้านเที่ยงคืน เขาจะเป็นห่วงตรงนี้มากกว่า

            ถามคุณพ่อ คุณแม่ดีกว่า สเปคลูกสะใภ้เป็นยังไง?
            ฮันนี่ : จริงๆ เราไม่มีสเปคเลย ถ้าเขารักลูก ดีกับลูกเรา

            บี๋ : ใครที่ทนเขาได้ก็โอเค

            อินดี้สเปคเป็นยังไง?

            อินดี้ : จริงๆ ดี้เคยตั้งสเปคไว้ว่าเราจะหาผู้หญิงที่เรารู้สึกว่าจะสร้างอนาคตได้ด้วยจริงๆ ต้องเหมือนแม่ที่สุดเท่าที่จะเหมือนได้

            บี๋ : ล่าสุดจับคนนึงไปทำผมเหมือนแม่

            อินดี้ : อันนั้นก็ส่วนหนึ่ง ด้วยเรื่องของนิสัยมากกว่า อย่างที่แม่บอกว่าเวลาคุณพ่อทำงานแม่จะไม่หวงจะเป็นห่วง คือเราต้องการความเป็นห่วงมากกว่า ดีเรู้สึกว่าเวลามีเรื่องของการหวงขึ้นมาแทรกระหว่างการทำงานแล้วเดี๋ยวปัญหาจะตามมา

            พี่ฮันนี่ ตอนนี้พี่คุมคิวไว้หมดเลยหรอ ทำไมไม่จ้างใคร?
            ฮันนี่ : เราสะดวกแบบนี้ มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เข้าวงการ เราไม่มีผู้จัดการ ไปไหน มาไหน เราขับรถเอง

            เหมือนมีลูกชาย 2 คนไหม?
            ฮันนี่ : มากค่ะ

            พอดูคิวเราก็จะได้รู้ว่าเขาทำอะไรที่ไหน?
            ฮันนี่ : ถูกต้อง

            คุณแม่อยากจะบอกอะไรกับลูกชายคนโต?
            ฮันนี่ : น่ารักที่สุด คนนี้ก็น่ารักที่สุด มันเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องดูแลเอาใจใส่คนที่เรารัก เราก็จะหาสิ่งดีๆ ให้เขา

            นอกจากดูแล ขี้อ้อนแล้ว มีเสน่ห์อย่างอื่นอีกไหมที่จะทำให้ความรักมั่นคงขนาดนี้?
            ฮันนี่ : ด้วยวัยแล้วเนี่ย ไม่ควรที่จะทำตัวแก่ต้องทำตัวเด็กนิดนึง ลูกยังบอกชอบผู้หญิงเหมือนแม่ แม่ยังทำตัวแอ๊บแบ๊วอยู่ กับพี่ก็ทำตัวใสๆ อย่างที่บอก ผู้ชายคนนี้ชอบ เพราะหน้าตา น่ารักแล้วกลิ่นตัวดีมาก

            พี่มัดเสน่ห์ผู้ชายข้างๆ ได้ยังไง?
            ฮันนี่ : เราดูแลเอาใจใส่