ข่าวข่าวในประเทศ 27 พฤศจิกายน 2562 เวลา 20:46

"พีช พชร" ประกาศลั่นเลิกขึ้นสายการบินดัง หลังถูกเหยียด-บอกตั๋วแพงนะ

เดินทางไปเที่ยวตุรกีกับแก๊งเพื่อนซึ่งดูแล้วเป็นอีกทริปที่สบายๆ ของ หนุ่ม"พีช พชร จิราธิวัฒน์ซึ่งเจ้าตัวลงรูปสวยๆ แบบรัวๆ อวดในไอจีให้แฟนๆได้ดูกัน ดูแล้วน่าจะเป็นทริปที่แฮปปี้แต่ก็ดันมีดราม่าจนได้เมื่อถูกสายการบินดังสายการบินหนึ่งที่เจ้าตัวจะใช้นั่งกลับดันมาเหยียดเข้าหลังหนุ่มพีชไปถามเฉยๆว่า จะอัพตั๋วที่นั่งเท่านั้นเจอแบบนี้เข้าไปทำเอาพระเอกหนุ่มถึงขั้นควันออกหูเลยล่าสุดเมื่อมีโอกาสได้เจอ เจ้าตัวในงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปากที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม แบรนด์เซนนิตี้ (Senity) ณ ห้องคาเมลเลีย บอลรูม (Camellia Ballroom) ชั้น 1 โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ เลยได้สอบถามหนุ่ม"พีช"กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยวันนี้หนุ่มพีชได้ควงคุณแม่มาออกงานด้วยเลยสัมภาษณ์ถึงความรู้สึกก่อน

          ออกงานคู่กับแม่เขินมั้ย
          “เขินสิ เขินมาก ถามว่าต้องเตรียมตัวยังไง ผมซ้อมที่บ้านหน้ากระจก ไม่ใช่ ล้อเล่น (ยิ้ม) จริงๆ ก็ไม่ได้อะไรมากหรอก ก็ตื่นเต้น เราก็ไม่รู้ว่าถ้าพูดตลกเล่นมุกไปแม่จะเก็ตหรือเปล่า กลัวเตี๊ยมแล้วเดี๋ยวจังหวะมันไม่ได้เดี๋ยววืด”

          ​จริงๆ ต้องเป็นแม่ที่ตื่นเต้นเพราะไม่ได้อยู่ในวงการ
          “แม่ผมค่อนข้างเซียนกว่าผมนะ”

          ​เวลาออกงานคนเดียวกับออกงานกับแม่ ไม่เหมือนกันเลย
          “ไม่เหมือนสิ ออกงานคนเดียวนี่เต็มที่ กระโดดตีลังกาเลย (ยิ้ม)​”

          ถ้าเป็นงานคู่แบบแสดงความรักระหว่างแม่ลูก จะไม่รับเลย
          “ไม่ได้เลยนะ เคยไปแล้ว น้ำตาไม่แตกนะ แต่เขิน เกร็ง เคยไปงานวันแม่ที่ต้องก้มกราบ เขินมาก คนดูเยอะเหลือเกิน อึดอัดๆทำตัวไม่ถูก ไม่เป็นตัวเองเลย ร้องเพลงวันแม่แล้วต้องบอกรักแม่ รู้สึกว่าเก็บไปบอกที่บ้านก็ได้มั้ง”

          ด้วยความที่โตเป็นหนุ่มแล้วเลยรู้สึกเขิน
          “เป็นอย่างนี้ตั้งแต่เด็กแล้ว”

          แม่ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายยังไงบ้าง
          “แม่สะใจมาก เขาจะยิ่งชอบมาก ยิ่งรู้ว่าเรามีอาการแบบนี้ เขาก็จะยิ่งแกล้ง ทำไมไม่ทำมากกว่านี้ล่ะลูก เราก็จะแบบทำไมต้องมาแกล้งกันเวลานี้ด้วย”

          ที่บ้านเราแสดงออก บอกรักกันมั้ย
          “ไม่ค่อย เราก็ไม่ได้พูดอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ก็คุยกันปกติ มันคงแปลกดีนะ ตื่นเช้ามาเจอกันพูดว่า สวัสดีจ๊ะ รักนะจ๊ะ เขินไปนะ”

          ทริปตุรกีที่ผ่านมา เห็นมีดราม่า จะไปเปลี่ยนอัพเกรดตั๋ว แต่ได้รับการบริการไม่ดีจากพนักงาน
          “เป็นขากลับ จริงๆ แค่อยากรู้ว่าอัพเกรดยังไง แต่พนักงานที่โน่นเขาอาจจะไม่เข้าใจคอนเท็กวัฒนธรรมมั้ง เขาก็มองเรา ก็พูดว่า แพง จบแค่นั้นเลย เราแค่รู้สึกว่า เรามาถามราคา ก็บอกตัวเลขสิ”

          ได้บอกเขาไปมั้ยว่าเราจ่ายไหว
          “ไม่ได้พูด มันก็ไม่ควรพูด คุณบอกตัวเลขมา เราจะซื้อไม่ซื้อมันก็อยู่ที่ดุลพินิจของเรา แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาให้ความคิดเห็นว่าแพงแล้วไม่ขาย ด้วยการที่เห็นผมใส่เสื้อยืด ใส่เสื้อมัดย้อม ผมอาจจะไม่ได้ใส่สูท แต่คุณไม่ควรตัดสินลูกค้าของคุณจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นงานบริการแบบไหนก็ตาม มันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกไม่ควร ผมรู้สึกว่านี่คือสิ่งที่ไม่ดี เราก็เลยจำเป็นต้องพูด วันนั้นผมก็ไม่ได้คอมเพลนอะไรเพราะรีบ เดี๋ยวจะไปเช็คอินไม่ทัน เลยไม่จำเป็นต้องอัพเกรดก็ได้ ในเมื่อถ้าไม่ขายก็ไม่ซื้อ ตอนเขาบอกว่าแพง เราก็ไม่ได้ตอบกลับอะไรเขา มันก็ไม่จำเป็นต้องไปนั่งพูดอะไร เขาบอกว่ามันแพง”

          ตอนนั้นเรารู้สึกเหวอไปเลยมั้ย
          “ไม่ แต่ผมก็แค่รู้สึกว่ามันไม่ถูกมารยาท เป็นใครก็ตามไม่ควรพูดแบบนี้กับคนอื่น”

          เราก็เสียความรู้สึกพอสมควร
          “ในฐานะที่เราเป็นลูกค้า เราจ่ายเงินมาแล้ว เราไม่ควรได้รับการปฏิบัติแบบนี้ เราเป็นคนที่ไปใช้บริการก็อยากให้เขาพูดดีๆ กับเรา คนที่บริการก็ควรจะพูดดีๆ เพราะคุณจะได้ตังค์จากเขา เราซื้อตั๋วไปแล้ว ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้”

          เราคิดว่าเป็นเพราะการแต่งกายของเรา ใส่เสื้อยืด
          “ใช่ แต่ผมแค่รู้สึกว่าเขาไม่ควรมีความคิดเห็นในการดูถูกการแต่งกายคนอื่น ไม่ว่าผมจะใส่เสื้อกล้ามหรืออะไรก็ตาม ผมใส่กางเกงบอล ผมก็ควรได้รับการปฏิบัติตัวเท่ากับคนอื่น”

          ครั้งหน้าถ้าไปอีกจะต้องแต่งตัวใส่สูทเลยมั้ย
          “ผมก็อาจจะไม่ได้บินกับสายการบินนี้ไปเลย”

          คาดหวังมั้ยว่าพอข่าวออกไปจะมีผลกระทบกลับมา
          “ไม่ๆ ผมแค่รู้สึกว่ามันควรจะต้องพูด อย่างน้อยคุณจะพัฒนา ถ้าผมพิมพ์อีเมลล์อย่างเดียวไปหา น่าจะไม่อ่าน ก็เลยโพสต์ไปใช้วิธีนี้อาจจะได้อ่านมากขึ้น”

          ปกติเราไม่เคยทำแบบนี้ใช่มั้ย
          "ปกติผมไม่เคยคอมเพลนนะ นานๆ ที เป็นเคสต์แปลกๆ อาจจะจำเป็น"

          เป็นครั้งแรกมั้ยที่เจอเหตุการณ์แบบนี้
          "ใช่ครับ คือผมอาจจะไม่รู้ว่าวัฒนธรรมเขาเป็นแบบนี้หรือเปล่า"

          โดนทั้งทริปเลยหรือแค่เรา
          "มีแค่ผมกับพี่กอล์ฟผู้จัดการครับ โดนกันอยู่สองคน (ยิ้ม)"

          ทริปนี้คนก็จับจ้องเรากับ อาย กมลเนตรว่าดูสนิทสนมกัน
          "ไม่จับจ้องผมกับบอม ธนิน หรือ นาย ณภัทร บ้างล่ะ คือเป็นทริปที่ทุกคนไปกันแบบแรนดอมครับ เริ่มจากที่น้องนายมาชวนผม และทุกคนที่ไปแจมก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย ก็ไปเจอกันที่นู่น ก็รู้สึกว่าแก๊งค์นี้สนุกดี เฮฮา พลังงานเยอะดี ผมก็เลยรู้สึกว่าโชคดี ได้เจอเพื่อนดีๆ ได้มีเพื่อนใหม่ที่ดีครับ"

          กับอายก็มีภาพออกมาดูสนิมสนม คนเลยคิดไปไกล
          "คิดได้เลยครับ เพราะมันไม่มีอะไร (ยิ้ม)​ เขาก็เป็นเพื่อนที่ดีนะ ผมรู้สึกโชคดี อย่างน้อยก็ได้เจอเพื่อนใหม่ที่ดี"

          จะมีโอกาสพัฒนามั้ย
          "มันไม่ได้เริ่มจากความรู้สึกที่ว่าเราจะต้องจีบเขานะ เขาจะต้องจีบเรานะ ก็เป็นเพื่อนกัน และแฮปปี้ที่จะเป็นแบบนี้ต่อไป แบบนี้ดีแล้ว เรามีเพื่อนเยอะดีกว่าที่จะมีความสัมพันธ์ที่วันนึงมันไม่เวิร์ค ก็น่าเสียดาย"

          หลายคนก็งงว่าไปสนิทกันตอนไหน
          "ก็ตอนที่ไปนี่แหละครับ คือคุยแล้วรู้สึกสนุก ถูกทาง มันตลก แล้วทริปนี้ทุกคนมากันแบบแรนดอมมาก มาเจอกันที่สนามบิน พอเห็นก็งงว่าอ้าวมาด้วยเหรอ"

          ใครเป็นคนเริ่มคิดทริป
          "สำหรับ​ผมคือ นาย ณภัทรมาชวนผม แล้วไม่บอกอะไรเลย บอกแค่ว่าพี่ไปตุรกีกันมั้ย มันเจ๋งมากเลยนะ ก็เลยคิดว่าโอเคไปก็ได้ไหนๆ ก็ว่างพอดี หลังจากนั้นตัวละครก็ค่อยๆ เติมมาทีละคน แต่มันสนุกมากเลยนะ เราได้รู้จักเพื่อนใหม่หลายคน อย่างบอมก็เคยเจอกันบ้างตามงาน แต่ไม่ได้คุยกันมาก พอมาที่นี่เลยได้คุยกันเยอะ และเขาเป็นเพื่อนที่ดี อย่างมิ้นท์ก็เหมือนกัน พอมาเจอครั้งนี้เราก็รู้สึกดี แฮปปี้ที่ได้เจอกัน"

          ตกลงบอมเป็นเกย์มั้ย ดูแฮปปี้มากตอนแต่งหญิง
          "มันมีความสุขมากเลยนะ กลัวชุดจะขาด ชุดก็ไปยืมเขามาด้วย คือมันเป็นชุดที่มิ้นท์เขาใส่ บอมก็บอกอยากลองใส่บ้าง ชุดเกือบแตกเลย (หัวเราะ)​ ผมว่าน่าจะใช้ไม่ได้แล้ว ตลกดี เขาเป็นคนชอบเอ็นเตอร์เทน"

          ถือเป็นแก๊งค์เพื่อนใหม่เลยมั้ย
          "ใช่ครับ เดี๋ยวก็คงมีนัดเจอกันเรื่อยๆ แหละ นี่ก็มีคุยกันว่าครั้งต่อไปเราจะไปที่ไหนกันดี เนื่องจากว่าความสนุกสนานมันสะใจดี"

          ยืนยันว่าตอนนี้หัวใจยังโสด
          "ใช่ครับ แบบนี้ดีแล้ว ไม่ไปลำบากคนอื่น"

          คนมองว่าเราโสดไม่นานหรอก
          "ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะ คือผมรู้สึกว่าผมเป็นตัวปัญหาของคนอื่นเขา เหมือนเป็นคนไปละลานชาวบ้าน อยู่กับใครไม่ค่อยได้"

          โสดแบบนี้แม่ชอบมั้ย
          "แม่ผมโอเคกับทุกอย่างที่ผมทำอยู่แล้ว"

          เป็นความตั้งใจจะพักเลยหรือเปล่า
          "ไม่ได้เป็นความตั้งใจจะพัก แค่รู้สึกว่าเป็นแบบนี้ดีแล้ว เราทำอะไรด้วยตัวเองได้ เราจะไปไหนก็ได้ เราจะนัดใครไปเดินเล่น นัดเพื่อนคนไหนว่างก็ไปเที่ยวกัน เราไม่ต้องควบคุมอะไรเลย ชีวิตมันดี"

          สบายใจที่จะอยู่คนเดียว
          "ใช่ สบายใจที่จะทำอะไรก็ได้"

          เพราะที่ผ่านมาเราเป็นคนติดแฟน
          "ใช่ อันนี้ผมยอมรับจริงๆ จนผมมาค้นพบเลยว่ามันต้องเป็นแบบนี้ คนเราควรเป็นแบบนี้ มันดีจริงๆ ผมชอบการที่ผมตัดสินใจอะไรก็ได้"