ข่าวข่าวในประเทศ 27 พฤศจิกายน 2562 เวลา 18:47

สุดเอ็กซ์​คลูซีฟเจาะเบื้อง​ลึก "บิ๊นท์ สิรีธร" กว่าจะคว้ามง​International 2019

ถือเป็นความภูมิใจ​ของคนไทยทั้งประเทศหลังจากที่ตัวแทนสาวงามของไทย “บิ๊นท์-สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์” สามารถ​เดินทางไปคว้ามงกุฎ​ Miss International 2019​ ที่ประเทศญี่ปุ่น​มาครอบครองไดสำเร็จ แน่นอนว่ากว่าจะได้มานั้นไม่ใช่เรื่องง่่ายเธอต้องฝึกฝนและต้องอดทนในหลายๆด้าน​ วันนี้สยามดาราพาไปเจาะเบื้องลึกเบื้องหลังกว่าจะประสบความสำเร็จในครั้งนี้แบบสุดเอ็กซ์​คลูซีฟ​

           อยากให้เล่าความรู้สึกตอนที่ประกาศได้ตำแหน่ง นางงามไทยคนแรกที่คว้ามงกุฎ Miss International 2019 ปลื้มและภาคภูมิใจขนาดไหน?
           “ตอนนั้นไม่ได้พูดและไม่ได้คิดอะไรเลย เหมือนสมองตันเพราะว่าตอนนั้นตกใจมาก ได้ยินชื่อไทยแลนด์แล้วแต่เหมือนสมองประมวลไม่ทัน แต่พอตั้งสติได้ก็รู้สึกช็อกตกใจ ดีใจแบบหลายอารมณ์ผสมปนเปกันไปหมดจนกระทั่งเพื่อนเข้ามากอดเลย มีแต่ความท้วมท้น ที่ทำให้ประเทศไทยได้แล้วนะ ก็ดีใจที่สุด ดีใจที่สุดในชีวิต”

           เห็นมีความฝันว่าอยากเป็นนางงามมาตั้งแต่เด็กใช่หรือเปล่า?
           “ตอนเด็กๆ หลายคนก็น่าจะอยากเป็นนางงาม บิ๊นท์ก็เป็นคนหนึ่งที่อยากเป็น แต่พอโตมาก็เริ่มเรียนค่อนข้างหนักมาก เพราะบิ๊นท์เรียนเภสัชกร จนกระทั่งกลับมาทำงานเริ่มมีเวลาว่างมากขึ้น เริ่มรู้ว่าชีวิตเรายังไม่ได้สานความฝันต่อเลย ก็เลยเก็บความฝันนั้นมาและเข้าไปสมัครเลย  ซึ่งกองแรกที่เข้าไปสมัครคือนางงามกรุงเทพมหานคร”

           นอกจากเป็นนางงามแล้วบิ๊นท์มีความฝันอยากเป็นอะไรอีกบ้าง?
           “ตอนนี้ความฝันที่อยากไปให้ถึง ก็คืออยากช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงข้อมูลทางสาธารณสุขให้มากขึ้น ถึงแม้จะเป็นความฝันที่ใหญ่ แต่ ณ ตอนนี้คิดว่าคงทำได้แล้ว การที่บิ๊นท์เป็นเภสัชและได้มาเป็นนางงามก็น่าจะช่วยพัฒนาระบบสาธารณสุข จริงๆ ตอนนี้ต้องบอกว่าระบบสาธารณะสุขเราดีอยู่แล้ว แต่ข้อมูลไม่ค่อยไปถึงประชาชน บิ๊นท์คิดว่าการที่เข้ามาอยู่ตรงนี้ก็น่าจะทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลพวกนี้ให้ได้มากขึ้น ถึงแม้จะเป็นความฝันที่ใหญ่แต่ก็อยากจะทำให้ได้”

           อย่างที่บิ๊นท์พูดบนเวทีว่าอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงธรรมดาลุกขึ้นมาตามฝัน ในฐานะที่วันนี้ประสบความสำเร็จ บิ๊นท์อยากจะให้คำแนะนำอะไรกับคนอื่นบ้าง?

           “บิ๊นท์ก็มาจากการเป็นคนธรรมดา ไม่มีใครคิดว่าบิ๊นท์จะเทิร์นมาสายนางงามได้เหมือนกัน แต่อย่างที่บิ๊นท์บอกไม่มีใครรู้ว่าเราทำได้หรือไม่ได้ ถ้าตัวเราเชื่อว่าเราทำได้ มันทำได้แน่นอน และยิ่งถ้ามันเป็นความฝันของเรา และเราตั้งใจกับมันยังไงก็ทำได้ ถ้าใครมีความฝันอะไรก็ทำเลยนะคะไม่ต้องกังวล เหยียบเข้าไปเลย เพราะนี่คือทางของเรา”

           ย้อนหลับไปถามถึงกระแสดราม่าสวยไม่สมมง ในช่วงแรกมันมีผลกระทบกับจิตใจของบิ๊นท์ขนาดไหน?

           “จริงๆ ไม่มีผลกระทบกับจิตใจตั้งแต่ 2 วันหลังจากได้รับมงกุฎแล้ว ยอมรับว่ามีเซนซิทีฟแค่วันแรกจนเราร้องไห้เลย คือเราคิดว่าเราได้ตำแหน่งต้องมีแต่คนดีใจกับเราแน่เลย แต่พอเข้าไปอ่านคอมเมนต์ อ้าว! ทำไมด่าเรา ก็เลยมีเสียใจ แต่พอวันต่อมา ก็คิดได้ว่าเขาคงอยากได้ตัวแทนที่ดีที่สุด เพราะอยู่ดี ๆ คงไม่มีใครอยากมาด่าคนอื่นเพื่อให้รู้สึกแย่หรอก หลังจากนั้นก็พัฒนาตัวเองกลับมา จนตอนนี้รู้สึกว่ามันเป็นข้อดี การที่เราได้เห็นคอมเมนต์เหล่านั้น ก็ทำให้เรารู้ด้วยว่า ข้อเสียเรามีอะไรบ้าง ข้อที่เราต้องพัฒนามีอะไรบ้าง เราก็แค่พัฒนาและสุดท้ายผลก็คือเขาก็มาเชียร์มารักเรา ดังนั้นบิ๊นท์ไม่ได้รู้สึกว่าการบูลลี่ส่งผลอะไรกับบิ๊นท์ในตอนนี้เลย ตอนนี้ก็จิตใจแข็งแรงค่ะ แล้วก็อยากฝากถึงคนที่บูลลี่เนอะ ถ้าตอนนี้เคยบูลลี่ใครแล้วรู้สึกผิดก็ขอโทษเขาเถอะเพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ดีอยู่แล้วที่จะบูลลี่ใคร เราควรให้กำลังใจกันและกันมากกว่า ยังไงก็เป็นกำลังใจให้กับคนที่ถูกบูลลี่ด้วย อยากบอกว่าเรามองในแง่บวกได้ เรารู้ตัวเราดีที่สุด ถ้าเกิดว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เป็นจริง หรือทำให้เรารู้สึกถดถอยอย่าไปรับสารนั้นดีกว่า”

           อะไรเป็นแรงผลักดันที่ทำให้บิ๊นท์ประสบความสำเร็จเพื่อเปลี่ยนคำด่าให้เป็นคำชม
           “อย่างที่บอกทุกอย่างเริ่มที่ตัวเรา ถ้าเกิดจิตใจเราไม่แข็งแรงแน่นอนว่าคำพูดพวกนั้นจะกระทบเราเต็มๆ แต่ถ้าเกิดจิตใจเราเข้มแข็งและเราบอกว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่จะมาหยุดเราได้ เราก็จะสามารถผ่านไปได้ ซึ่งบิ๊นท์ผ่านไปได้ ทุกคนก็ผ่านไปได้อย่างแน่นอน”

           ถ้าวันนี้ยังมีคนพูดว่าบิ๊นท์ไม่สวย บิ๊นท์อยากจะบอกกับเขาว่าอะไร?
           “ถ้าเป็นเรื่องจริงก็คงไม่ได้บอกอะไรกับคนๆ นั้น เพราะบิ๊นท์มองว่าความสวยมันเป็นแฟชั่น บางทีการสวยในยุคนี้ในยุคสมัยก่อนอาจจะไม่สวย หรือการสวยในสมัยก่อนก็อาจจะไม่สวยในยุคนี้ก็ได้ ดังนั้นต้องถามกลับไปว่าความสวยของเขาคืออะไร บิ๊นท์ไม่ได้ซีเรียสกับความสวยภายนอก บิ๊นท์ว่ามันอยู่ที่ความพอใจมากกว่า”

           สุดท้าย 3 สิ่งที่ได้จากประสบการณ์การเป็นนางงามของบิ๊นท์?
           “อันแรกบิ๊นท์ว่ามันเป็นความอดทนเพราะว่าการเป็นนางงามได้ไม่ใช่แค่สวยเนอะ เราต้องอดทนกับหลายๆอย่าง เราต้องฝึกฝนหลาย ๆ อย่างรอบด้าน ถ้าเป็นผู้หญิงธรรมดาก่อนหน้านี้ บิ๊นท์อาจจะไม่ต้องเรียนเดิน เรียนพูด ฝึกความอดทน อันที่สองบิ๊นท์คิดว่าเป็นความพยายามเพราะจากที่บิ๊นท์สัมผัสมาไม่ใช่แค่บิ๊นท์ที่พยายาม ทุกคนที่เข้ามาในการประกวด ทุกคนอยากทำผลงานให้ได้ดีที่สุด บิ๊นท์เห็นว่าเพื่อน ๆ ทุกคนมีความพยายาม อันที่สามคือมิตรภาพ หลาย ๆ คนอาจจะไม่คาดคิดว่ามันจะมีมิตรภาพในวงการนางงาม แต่สำหรับบิ๊นท์ บิ๊นท์เจอมาตลอดการแข่งขัน เจอมาตลอดตั้งแต่เวทีแรก มีแต่มิตรภาพ บิ๊นท์ยังไม่เจอคนที่มาทำให้เรารู้สึกแย่กับคำว่าเพื่อนเลย และรู้สึกว่าอยากให้ทุกคนมองการประกวดนางงามในแง่ใหม่ว่ามันคือมิตรภาพ มันคือสิ่งดี ๆ ที่เราได้เจอคนใหม่ ๆ  เจอคนที่มีความฝันร่วมกัน”