ข่าวข่าวในประเทศ 22 กรกฎาคม 2562 เวลา 16:03

"อรอนงค์"กลั้นน้ำตาไมไหวเปิดใจหย่าสามีเผยอดทนถึงที่สุดแล้ว

  • 1,062 view
  • share

เปิดใจเป็นครั้งแรกหลังออกมาโพสต์ใบหย่าผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่าที่แยกทางกับอดีตสามีที่ใช้ชีวิตครอบครัวด้วยกันมากว่า 20 ปีด้วยสาเหุตมือที่สามสำหรับสาวสวยระดับประเทศอย่าง"อรอนงค์ ปัญญาวงศ์"ที่ล่าสุดมาร่วมงานเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ Soft opening ผลิตภัณฑ์นมผึ้ง W.H.Royal Jellyก็เผยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยน้ำตาโดยเผยว่าอดีตสามีปันใจให้มือที่สามซึ่งเป็นสาวในออฟฟิส พร้อมยอมรับว่าแยกกันอยู่มากว่า 2 ปีแล้วไม่เสียดายเวลาตอนนี้ขอทุ่มเทเวลาให้กับลูกทั้งสองคนก่อน

      -เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นมาอย่างไร 
     "จริงๆ แล้ว เรื่องราวของการที่ออกมาบอกว่าหย่าเนี่ย มันมีเรื่องราวมาก่อนหน้านี้แล้ว ก็คือเราก็เริ่มรู้แล้วว่าสามีเรามีใจให้คนอื่น แล้วในความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่งว่าตอนที่เราแต่งงานกัน ในความรู้สึกของอร เราก็ได้บอกกับสังคมว่าเราแต่งงานกับคนนี้นะแล้วก็ตั้งแต่คบหาดูใจกันมา ก็ใช้ระยะเวลานานพอสมควร แล้วเชื่อว่าการที่เราได้รับรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงของสามีของเราเปลี่ยนไป มันมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง แล้วพอเราได้ทราบสาเหตุแล้ว ได้คุยกันในเบื้องต้นแล้ว ต้องบอกก่อนว่าตอนที่เริ่มคบกับอดีตสามีเนี่ย อรก็ชัดเจนว่ามันมีมาเป็นสเต็ป คือเริ่มจากการเป็นแฟน คบกัน 4 ปีแล้วหมั้น พอหมั้นเสร็จแล้วแต่งงาน พอแต่งงาน แล้ววางแผนที่จะมีลูกการที่เราคบกับใครคนหนึ่ง แล้วเราก็เปิดใจรับเขา เราก็ต้องรู้ทั้งสองฝ่าย ว่ามีความต้องการยังไง แล้วมีอุปนิสัยใจคอยังไงบ้าง มันก็ทำให้วันเวลาเหล่านั้น รู้ว่าสามีเรามีความเปลี่ยนแปลงไป แล้วพอมาคุยกัน ก่อนหน้าที่เราจะแต่งงาน เราก็จะบอกกันว่า ถ้าสมมติว่าใครคนใดคนหนึ่งมีการเปลี่ยนแปลง ให้บอกถึงสาเหตุ แล้วบอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพื่อที่เราจะได้แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด แล้วก็จะได้มีความรู้สึกที่ดี หลังจากที่เราอาจจะไม่ได้เดินทางไปด้วยกันค่ะ"


     -รับรู้ว่าสามีเปลี่ยนไปประมาณ 2ปี 
     "พอเริ่มสักประมาณ 2 ปีเศษๆ เราก็เริ่มรู้ว่ามันมีเหตุการณ์ที่สามีเรามีความเปลี่ยนแปลงไปจากที่อาจจะเวลาโทรศัพท์อาจจะแปลกๆ กลับบ้านดึก จากที่เคยไปไหนมาไหนด้วยกัน มีกินเลี้ยง เอาท์ติ้งเราจะไปกับเขาตลอด แต่ว่าพอไประยะหลังๆ พอเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้มันก็เริ่มจางหายไป ความรู้สึกเราก็เริ่มรับรู้ได้ เราก็มาคุยให้เวลาว่าเราสามารถปรับจูนให้เหมือนเดิมได้ไหม มันก็มีระยะเวลาเป็นตัวให้เราได้คิดได้พูดคุยกันด้วย แต่อรเชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นตอนแรกทำไมถึงไม่แก้ไขให้มันกลับมาเหมือนเดิม ด้วยอาจจะเป็นเพราะเราอาจจะมีข้อบกพร่อง แล้วเราปล่อยผ่านเลยไปคิดว่าเราไม่ได้ไปตามจิกเขา ไม่ได้ไปตามหึงหวงเขามันกลับกลายเป็นว่าเขาสามารถไปได้อย่างสบายไปมากกว่า"
     -ครอบครัวพังไม่เป็นท่าเพราะมือมที่สาม 
     "ก็น่าจะใช่แหละค่ะ เพราะว่าจริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ได้คุยกันแล้วว่าอรไม่ได้ผิดอะไร แต่ว่าเขามีคนใหม่เข้ามา เมื่อคุยกันไม่มีใจให้กันแล้วก็ไม่สามารถปรับจูนหากันแล้วเนี่ยเราก็ควรแยกทางกันโดยดี แล้วทุกวันนี้แม้ว่าหลังจากเราเซ็นเอกสารใบหย่าอย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้เราได้แยกกันอยู่ประมาณ 2 ปี แต่ว่า 2 ปีที่ผ่านมายังอยู่บ้านเดียวกันอยู่ เรายังรับผิดชอบความเป็นพ่อและแม่ บางครั้งถ้าอรมีถ่ายละครไม่ได้ไปรับส่งลูก เขาก็จะทำหน้าที่ดูแลไปรับไปส่งลูก ไม่ใช่ว่าเขาไม่ดูแลลูกเลย หน้าที่ของการเป็นพ่อและแม่ไม่สามารถตัดขาดได้ แต่ว่าหน้าที่ของการเป็นสามีภรรยาเมื่อคนใดคนหนึ่งมีความเปลี่ยนแปลงไปแล้วมันก็อาจจะจบสิ้นลงได้แต่ความเป็นพ่อเป็นแม่ก็ยังคงอยู่ค่ะ อรเองคิดว่าตัวเองก็มีส่วนผิดที่ทำให้สามีเราไปมีบุคคลที่สามได้แต่เราไม่อยากพาดพิงดีกว่า เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องของคนสองคนเขาคุยกัน ในเมื่ออรตัดสินใจยุติเส้นทางที่เราจะเดินคู่กันไปกับอดีตสามีแล้วก็ควรจะยุติแค่นี้ จากนี้ไปเขาจะมีใคร จะเปิดตัว จะแต่งงานใหม่ก็เป็นเรื่องของอดีตสามี อรชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นการคบหาดูใจกับผู้ชายคนหนึ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้น 2-3 ปีแล้วค่ะ ก่อนหน้านี้ก็มีการพูดคุยกันแต่ว่าเราก็ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ในเมื่อเขามีคนอื่นแล้ว เขาไม่ได้มีใจให้กับเราแล้ว เราก็ไม่อยากไปยื้อเขาไว้"
      -ตัดสินใจหย่าเพราะไม่อยากอยู่แบบหน้าชื่นแต่น้ำตาตกใน 
     "มันอาจจะเป็นช่วงเวลาที่เราให้โอกาสให้เวลามาพอสมควรแล้วค่ะ ผู้หญิงก็ต้องก้าวต่อไป แล้วอรอยู่ในสังคมเบื้องหน้า เวลาเราไปไหน คนจะถามถึงตอนนี้เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม สามีเป็นยังไงบ้าง เราก็ไม่สามารถจะหน้าชื่นอกตรมได้ เราอยากจะพูดในสิ่งที่เป็นความจริงชัดเจนและถูกต้อง ที่สำคัญเลยไม่ใช่ว่าออกมาประกาศแบบนี้แล้วไม่ถนอมน้ำใจลูกเลย แต่เราได้คุยกับลูกแล้ว ลูกจะ 12 กับ 14 ขวบ เราคุยด้วยเหตุผล พ่อก็ยังทำหน้าที่พ่อ แม่ก็ยังทำหน้าที่แม่อยู่นะ แต่การที่เราไปกันไม่ได้คือการที่พ่อกับแม่จะรักกันในแบบที่ลูกเคยเห็นเมื่อก่อน 2 ปีที่ผ่านมา เขาก็พยายามปรับ แต่ทำไม่ได้ คือตัวอรเองก็ยังอยู่ที่เดิม มันอยู่ที่อดีตสามีอรมากกว่า ว่าเขาไม่สามารถกลับมาเหมือนเมื่อก่อนได้แล้วเราเองก็ไม่อยากจะยื้อให้เขากลับมาอยู่กับเราทั้งๆ ที่เขาก็อยากไป จบแบบนี้มันน่าจะดีที่สุด ถามว่าต้องทนขนาดไหน ตอนที่เราเป็นแม่เราก็ทนแต่เรารู้สึกว่าความรักที่เรามีให้กัน เมื่อเราหักลบไปแล้ว อรก็ยังขอบคุณที่ยังมีลูกที่น่ารัก"


     -ไม่เคยคิดเรื่องมือที่สามจะเป็นสาวในออฟฟิส
     "ไม่ขอพาดพิงดีกว่านะ ก็อาจจะตามนั้น พอรู้คืออาจจะเคยเห็นหน้าเขา แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดตามอะไร ไม่รับรู้เลยว่าตอนนี้เขาจะอยู่ที่ไหนอย่างไร แต่ก็เป็นคนในออฟฟิศเดียวกัน อดีตสามีเขาก็มีขอโทษ มันเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น"
     -อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดี 
     "ตอนนี้น้องก็อยู่กับอร แต่เราก็ยังช่วยดูแลลูกในเรื่องของศึกษาเล่าเรียน ในบางครั้งที่อาจจะต้องให้พ่อไปส่งเรียนพิเศษ คือเราไม่ได้จบแบบทางใครทางมัน คือเราก็ยังมีลูก เหมือนเราแยกกันอย่างชัดเจนซึ่งในอนาคตเราก็ไม่รู้ อรอาจจะมีเทพบุตหรือผู้ชายคนใหม่เข้ามา เราก็ไม่ได้ปิดกั้นตัวเราเอง คือเราอยากมีชีวิตที่ดีขึ้นพร้อมสุขภาพจิตที่ดี"
     -ลูกๆอยู่กับแม่ทั้งสองคน
     "อยู่กับอรค่ะ เพราะอรเชื่อว่าในอนาคตหากลูกจะต้องทำอะไรสักอย่าง ทั้งเรื่องของการศึกษาเล่าเรียน การเดินทาง ไปจนถึงการตัดสินใจอย่างเฉียบพลันเกี่ยวกับอนาคตของลูก ซึ่งอรสามารถช่วยดูแลตรงนี้ได้ แต่ไม่ใช่ว่าอรจะไม่ให้เขาทราบเลยนะคะ เพราะอรก็ไม่ได้จะตัดขาดเขาจากลูก เพียงแต่อรสามารถที่จะดำเนินทุกอย่างตามกฎหมายได้ก็เท่านั้นเอง ส่วนตัวเขายังไงสุดท้ายเราก็ต้องคุยกันอยู่แล้ว เพราะเขาคือพ่อของลูกเป็นข้อตกลงที่ชัดเจนค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยและมีเอกสารยืนยันทั้งหมด เรื่องการดูแลลูกเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเราสองคน ทั้งตัวอรและอดีตสามีค่ะ"
     -เสียใจอดทนแล้วแต่ไม่มีอะไรดีขึ้น 
     "ถามว่าเสียใจมันก็เสียใจ แต่ว่าอรเป็นแม่ อรไม่อยากให้ลูกต้องเห็นน้ำตา (ร้องไห้) อรก็จะพยายามทำดีที่สุดเท่าที่ตัวเองสามารถทำได้ และก็คิดว่ากว่ามันจะมาถึงตรงนี้ได้เราก็อดทนมาถึงที่สุดแล้ว จริงๆ อรไม่อยากร้องไห้เลย เพราะไม่อยากให้ลูกเห็น เราก็คิดว่ามันมาสุดทางจริงๆ และเราเองก็อยากจะมีชีวิตที่ดี มีคุณภาพทางจิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องมาคอยระแวงหรือคอยกังวลเวลาคุยกับใคร ที่ผ่านมาเราไม่จิก ไม่หึงหวง ก็อาจบกพร่องตรงนี้ ความไว้วางใจที่เราเคยมีให้เราไม่เคยรู้เลย มันมารู้ก็คือมันกู่ไม่กลับแล้วแค่นั้นดีกว่าค่ะ"
     -เสียดายเส้นทางรัก 26 ปีไหม 
     "ไม่ได้เสียดายเวลาค่ะ เพราะที่ผ่านมาก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เราก็มีอะไรที่สวยงามเกิดขึ้น อย่างน้อยๆ มีลูกที่น่ารัก 2 คน แล้วก็มันไม่ใช่แค่วูบเดียวค่ะ เพราะฉะนั้นขอบคุณเขาด้วยซ้ำ ที่ทำให้เรามีลูกที่น่ารัก"
      -ลูกๆว่าอย่างไรบ้าง 
      "(เริ่มร้องไห้) ลูกก็บอกไม่เป็นไรคุณแม่ ลูกก็รักแม่ ตอนนี้คือแยกบ้านกับสามีโดยสิ้นเชิงค่ะ เรายังอยู่บ้านเดิม แต่สามีย้ายไปค่ะ เพราะฉะนั้นเราก็ดูแลลูกให้มีความสุข และเราก็เข้มแข็ง ก้าวยังอนาคตข้างหน้าต่อไป ขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนที่ให้กำลังใจ เพราะวันที่โพสต์ไปก็คิดว่าเราชัดเจนแล้วว่าที่เราหย่าเพราะอะไร ไม่คิดว่าจะเลยเถิดมาถึงขนาดนี้ ก็คิดว่าเหตุผลชัดเจนแล้ว เราเลยอยากให้มันหยุดแค่นี้ก็พอ"


     -ถ่ายแบบหวิวประชดรักหรือเปล่า
      "มันเป็นการทำงานที่วางไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ไม่คิดว่าจะเป็นช่วงจุดนี้ที่เรามีเซ็นเอกสาร เพราะเราเองก็อยากยื้อไปสักพัก เพื่อที่จะได้ซาๆ เพราะเราวางแผนของเซ็ตภาพมาก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ พรีเซ็นเตอร์แบรนด์อื่นก็มีถ่ายแบบนี้เหมือนกัน งานที่เข้ามาก็มีต่อเนื่องเรื่อยๆ อย่างตอนนี้ก็ฝากงานละครละกันมี 4 เรื่อง ทั้งช่อง 7 ช่อง 3 และ PPTV ฝากเป็นกำลังใจให้อรด้วย ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่เรียกเราใช้ไปทำงาน"
       -ไม่ปิดกั้นเรื่องรักครั้งใหม่ 
      "ยังไม่ปิดแล้วกัน (หัวเราะ)​ เปล่าหรอกค่ะ เราพยายามอยู่อย่างมีความสุขดีกว่า ก็ใช้หลักธรรมมาเป็นที่พึ่งในการดำเนินชีวิตของเรา เพราะเราเป็นพุทธศาสนิกชน เราคิดว่าไม่จากเป็นก็จากตาย อันไหนไม่ใช่ของเราคือไม่ใช่ของเรา เราทำวันนี้ของเราให้ดีที่สุดจะดีกว่า มีอนาคตของลูกเป็นสิ่งที่เราจะต้องฝ่าฟันร่วมกันกับลูก ซึ่งตัวอดีตสามีเองเขาก็ยังคงดูแลลูกเหมือนกัน แต่ให้เขามีความสุขในแบบของเขา เราก็มีความสุขในแบบของเราค่ะ"

 

  • 1,062 view
  • share