ข่าวข่าวในประเทศ 10 พฤษภาคม 2562 เวลา 17:47

"ปู"มั่นใจหลักฐานฟ้องต้นหอม-มะตูมแต่อยากจบด้วยดี

นางเอกสาวคนดัง"ปู ไปรยา"ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าคดีฟ้องร้อง"ต้นหอม ศกุลตลา"และ"มะตูม เตชินท์"ตอนนี้ให้ทนายเป็นคนจัดการทั้งหมดและเชื่อมั่นในหลักฐานที่มีแต่ถึงอย่างไรก็ตามก็อยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยดีโดยเรื่องที่เกิดขึ้นก็มีหนุ่ม"แมทธิว"หวานใ จคอยให้กำลังใจไม่ห่าง

      -ถามถึงเรื่องธุรกิจอาหารเสริมที่มีดราม่า ตอนนี้คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว? 
      “จริงๆ ปูกับทางทนายจะแบ่ง 2 หน้าที่กัน เหตุผลที่ปูให้ทนายมาแถลงข่าวในวันนั้น ปูก็ชี้แจงในเฟซบุ๊กแล้วรอบนึงว่าปูจะไม่พูดด้วยตนเอง ปูไม่อยากพาดพิงหรือกระทบถึงฝ่ายไหน เพราะว่าปูรู้สึกว่ามันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้พื้นที่สื่อตรงนี้เพื่อจะพูดถึงใคร แต่ว่าปูมีหน้าที่อยู่หน้ากล้อง ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แล้วทนายปูมีหน้าที่จัดการสัญญา ดูแลรายละเอียด จัดการดีลทั้งหลาย รวมถึงจัดการเรื่องนี้ด้วย แต่ในใจปูก็หวังว่าเราจะหาทางออกที่จบโดยสันติวิธีได้ ปูอยากให้เป็นอย่างนั้นจริงๆ” 
     -ท่าทีตอนให้สัมภาษณ์ของฝั่งตรงข้ามค่อนข้างไม่พอใจเราพอสมควร? 
    “จริงๆ ปูมีเวลา 2 อาทิตย์ครึ่ง ช่วงที่ไม่ได้อยู่เมืองไทยก็ได้ไตร่ตรองพิจารณาหลายๆ อย่าง ใจปูรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร คือต้องการให้ทุกฝ่ายจบอย่างแฟร์และโดยสันติวิธี สำหรับปู ปูไม่มีทัศนคติอื่น ปูมีแต่ความหวังว่าเราสามารถหาทางออกที่แฟร์กับทุกฝ่ายได้” 
     -จะไกล่เกลี่ยกันได้ใช่มั้ย? 
     “ใจปูพร้อมที่จะพูดคุยกับทนายปูและทางเขาทุกเมื่อนะคะ (แต่คุยนอกรอบไม่มีแล้ว?) ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของทางกฎหมายแล้วกัน” 

 


      -นัดขึ้นศาลครั้งแรกเมื่อไหร่? 
     “ถ้าพูดตามความจริง ปูปล่อยหน้าที่นี้ให้เป็นของทนาย ปูยังไม่ทราบวันที่เลยค่ะ” 
     -ปูมอบอำนาจให้ทางทนายความทุกอย่าง? 
    “ถูกต้องค่ะ การทำงานของเราจะได้ไม่แทรกแซงกันตั้งแต่ต้นเลย ปูเป็นคนที่อยู่หน้ากล้อง ทนายปูเป็นคนที่ปกป้องปู ในทุกสัญญาที่ปูทำ ปูมีข้อจำกัดที่ค่อนข้างชัดเจน เพราะปูค่อนข้างซีเรียสกับคำพูดในสัญญา เพราะอันนี้คือสิ่งที่ปกป้องตัวตนของเรา และชี้แจงในการทำงานของเรา ในเคสนี้ถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ปูก็จะให้เป็นหน้าที่ของทนายจัดการ และปูทำหน้าที่การทำงานของปูต่อไป” 
     -มีความกังวลอะไรมั้ย? 
    “จริงๆ เมื่อก่อนปูเป็นคนที่คิดอะไรใช้อะไรด้วยอารมณ์ แต่ในสถานการณ์แบบนี้ ปูเข้าใจทุกฝ่าย 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ได้อ่าน ได้ฟังบทสัมภาษณ์ทุกฝ่าย ตอนนี้ไม่ได้มีอารมณ์อะไรเหลือนอกจากคิดว่าอยากให้หนทางที่ออกมาไม่มีผลกระทบที่เสียหายกับทุกฝ่าย เพราะว่าการที่ปูพูดออกมาแล้วทำให้ฝ่ายไหนมีการกระทบกระเทือน หรือมีคนออกความ-คิดเห็นเกี่ยวกับเขา มันไม่ทำให้ชีวิตปูมีความสุข” 


    -จุดเริ่มต้นของเรื่องเกิดจากสัญญา ความคิดที่ไม่ตรงกันของทั้งสองฝ่าย? 
      “ปูว่าจริงๆ แล้วปูเป็นคนที่สตริ๊กเรื่องสัญญา เพราะลูกค้าทุกคนที่ปูทำงานด้วย ปูก็สตริ๊กเรื่องสัญญา การทำงานของเราในสโคปของงานมันมาด้วยคำพูดในสัญญาว่าเราต้องทำตามกติกาของสัญญา เลยบอกว่าปูไม่สามารถชี้แจงได้ว่าจุดเริ่มต้นหรือจุดปัญหาเริ่มจากอะไร เพราะวันนั้นให้ทนายแถลงไปแล้ว และรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถพูดได้ เพราะหนึ่งเราไม่เหมาะสมที่พูด เพราะปูไม่สามารถที่จะชี้แจงชัดเจนได้เท่าทนายค่ะ” 
    -เห็นทางทนายบอกว่ามีผลกระทบกับปูมากพอสมควรเหมือนกัน? 
     “ปูว่าเขาพูดด้วยความเป็นห่วง แต่ถ้าพูดตรงๆ ลูกค้าทุกคนเป็นกำลังใจให้อย่างดี ปูมีเวลา 2 อาทิตย์กว่าที่นั่งพิจารณาไตร่ตรอง ทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก็เลยมองว่าตอนนี้ผลกระทบกับงานไม่มีนะคะ แต่วันนี้เหตุผลที่เปลี่ยนเสื้อเพราะว่าอย่างที่บอกว่าชีวิตนี้ปูทำงานมาหลายปีมาก แล้วมันมีบางเรื่องที่ปูแคร์และรักมาก ก็คือการทำงานสังคมของปู ปูเลยขอสงวนสิทธิ์ในวันนี้ที่จะไม่พูดถึงเรื่องนี้ในงานวันนี้ และโดยเฉพาะช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาเฉลิมฉลองของประเทศเราด้วย ปูขอยุติและหยุดพูดเรื่องข่าวนี้ แต่วันนี้ที่ชี้แจงเรื่องนี้กับพี่ๆ สื่อมวลชนและแฟนๆ เพราะเชื่อว่าทุกคนคงรอคำพูดจากปู แต่วันนี้คำพูดของปูมีอย่างเดียวก็คือถ้าจบด้วยโดยสันติวิธีได้ ปูก็ขอความกรุณาอยากจบแบบนั้น” 
    -กับคนรอบตัวอย่างกุ๊บกิ๊บ(สุมณทิพย์)ที่โดนพาดพิงไปด้วย ปูได้คุยกับเขามั้ย? 
    “กับกุ๊บกิ๊บปูคุยค่ะ คือดีเอ็ม (ไดเร็กแมสเซส) ก็ที่ปูคอมเมนต์ลงเพจเขาให้เขารู้นะว่าไม่ได้พูดถึงปู ปูก็ดีเอ็มกันตอนที่อยู่อเมริกา เขาก็บอกว่าเขาไม่ได้พาดพิงถึงปู ปูบอกปูเชื่อ และปูก็รู้สึกว่าอย่าเอาคนอื่นไปเกี่ยวเลยจริงๆ จากประสบการณ์ของคนที่เป็นข่าว ปูรู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ใครรู้สึกดี เลยรู้สึกว่าวันนี้ไม่ต้องการให้คำพูดใดๆ ที่ออกมาจากปากปูทำให้สถานการณ์หรือใครรู้สึกไม่ดี ถ้าเป็นไปได้ อยากจะให้ออกมาในรูปแบบที่มีความเมตตาและความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะการมีปากเสียงกันหรือมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งออกสื่อมวลชนมันไม่ใช่เรื่องที่ดีค่ะ” 
   -ช่วงที่ผ่านมาที่เราไตร่ตรองกับข่าวที่เกิดขึ้น เรามีความเครียดหรือวิตกยังไงบ้าง? 
    “ไม่นะคะ แต่พอเป็นผู้ใหญ่ เราต้องรู้ว่าอารมณ์มันไม่ได้เป็นทางออกที่ดีที่สุด ปูเองก็เคยใช้อารมณ์ ไม่ใช่ไม่เคย ก็เลยมองว่าในเคสนี้เราต้องมองที่กระทำก่อน มองด้วยเหตุผล และมองด้วยหลักการ แล้วก็มองว่าเราอยู่ในจุดนี้ได้ยังไง ข้างหน้าจะเดินไปได้ยังไง แล้วเราต้องมองด้วยว่าทางออกที่เราต้องการคืออะไร ทางออกของปูคืออยากให้ทุกฝ่ายจบโดยดี ปูไม่ได้ต้องการอะไรจากสิ่งนี้ แต่ปูเชื่อมั่นในสิ่งที่ว่าเหตุผลที่เราถึงจุดนี้ มันมีเรื่องกติกาสัญญา มีเรื่องข้อตกลง มันมีรายละเอียดที่ปูไม่สามารถชี้แจงเพิ่มเติมได้ แต่โดยใจปูที่ไตร่ตรองและคิดก็เพราะรู้ว่าวันนี้เราจะต้องเจอสื่อ ขอให้ในวันที่เราเจอสื่อ เราจะไม่พูดกระทบใครแต่อย่างใด และพูดด้วยความเข้าใจจริงๆ ค่ะ” 


    -แบบนี้จะมีผลต่อการตัดสินใจในการรับงานชิ้นต่อไปมั้ย? 
     “ปูว่าทุกอย่างในชีวิตมันก็คือประสบการณ์ และปูว่าจริงๆ บางครั้งเวลาปูทำงาน ปูก็ไตร่ตรองและตัดสินใจ แต่ปูก็ขอพูดก่อนว่าปูก็ทานสินค้าเขาจริง และปูไม่ได้พูดอะไรถึงสินค้าในทางลบเลย สินค้าเขามี อย. ปูก็ทาน อันนั้นคือข้อที่ 1 และปูก็อยากจะพูดให้เขาสบายใจตรงนั้นเพราะการที่เราไม่ชัดเจนตรงนั้นอาจจะมีผลกระทบต่อเขา แต่สัญญานี้ก็ถูกร่างโดยคุณชาย ทนายของปู ก็คือค่อนข้างละเอียดแล้ว ทุกสัญญาพี่ชายก็เป็นคนที่ร่างทุกอัน” 
     -ตรงนี้ต้องใช้เวลานานแค่ไหน เพราะกระบวนการทางกฎหมายค่อนข้างนานพอสมควร? 
     “ถ้าเป็นไปได้อย่างที่บอก โดยสันติวิธีคือวิธีที่ดีที่สุด แต่ตอนนี้บางเรื่องชีวิตเราต้องจัดการอะไรเยอะมากแล้ว ปูปล่อยให้ทนายความของปูเป็นคนที่ทำ จริงๆ ปูไม่ค่อยได้ถาม หรือก่อนมาวันนี้ก็ไม่ได้อัพเดตว่าเป็นยังไง เพราะปูถือว่าเราแบ่งงานให้เขาแล้ว เราก็ปล่อยวางตรงนั้นไป” 
     -แมทธิวว่ายังไงบ้าง? 
      “เขาก็เป็นกำลังใจที่ดี ปูว่าเขาคงไม่เหมาะสมที่ปูจะออกความคิดเห็นของเขาออกสื่อ แต่ว่าจริงๆ แล้วทางเขาเองไม่ได้คิดอะไร เพราะรู้ว่าเราโตๆ กันแล้ว เราทำงานก็ต้องรับผิดชอบในการงานของเรา แต่ปูเชื่อว่าในเคสนี้ ปูทำหน้าที่ของปูดีที่สุดค่ะ” 
      -มั่นใจในเอกสารสัญญาหลักฐานที่เรามี? 
     “มั่นใจค่ะ แต่อย่างที่บอกว่าการที่พูดคำว่ามั่นใจ มันเหมือนกระทบไปฝั่งโน้น ก็เลยจะขออนุญาตแล้วกันที่จะสงวนสิทธิ์ที่จะไม่ใช้คำนั้น แต่สิ่งที่อยากจะย้ำแล้วย้ำอีกคือถ้าเป็นไปได้อยากให้ทุกฝ่ายจบโดยดีค่ะ”