ข่าวข่าวในประเทศ 24 เมษายน 2562 เวลา 09:02

"ปู"ถอนตัวธุรกิจทำร่วมกับ"ต้นหอม-มะตูม"เพราะสงสารคนขายไม่อยากมีตราบาป

  • 1,209 view
  • share

ดูช่วงนี้ดีกรีความเซ็กซี่จะลดลงหลังมีคนรักและมีแพลนวิวาห์กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับนักแสดงหน้าคม "ปู ไปรยา" ซึ่งหลายคนก็มองว่าเจ้าตัวอาจแขวนเต้าเจ้าแม่เซ็กซี่แล้ว ล่าสุดงานแถลงข่าว อิเล็กโทรลักซ์ ที่สาวปู เดินทางมาร่วมงานเจ้าตัวก็เผยเกี่ยวกับเรื่องนี้นอกจากนี้ เจ้าตัวยังได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่เจ้าตัวตัดสินใจถอนตัวออกจากธุรกิจอาหารเสริม Praya by LB Slim ปูไปรยาบายแอลบี ที่เคยเป็นบอสร่วมกับ ต้นหอม ศกุนตลา, มะตูม เตชินท์

        “จริงๆดีใจ ต้องขอบคุณกระแสตอบรับของประชาชนในเพจออนไลน์ต่างๆ ทุกคนให้กำลังใจ ขอบคุณมากจริงๆค่ะ แต่ก็อย่างที่บอกว่ายังไม่มีแพลน เป็นเพียงแต่คำสัญญา คือเขาให้เกียรติเรา ผู้หญิงบางคนงานแต่งงานคือความฝันของเขา แต่สำหรับปูยังไม่มีภาพในฝันนั้นเลย ปูมีโมเมนต์อยากจะแต่งงานนะถึงได้เซย์เยส แต่ปูเป็นคนวางแผนชีวิตตามสเต็ป สเต็ปนี้คือการหมั้น สเต็ปต่อไปยังไม่ถึง ยังไม่มีแพลนว่าจะไปดูฤกษ์อะไรยังไง แพลนตอนนี้คือลุยงานอีกนาน 2-3 ปีเลย ปูกับคุณแมทมีโครงการการทำงานค่อนข้างใหญ่ เวลาทำอะไรปูจะคิดว่าเราต้องโฟกัสกับสิ่งไหน จะแบ่งเวลาระหว่างอเมริกากับเมืองไทยยังไง”
     งานแต่งพักไว้ 2-3 ปี?
     “ไม่ได้พักแต่เป็นการวางแผนมากกว่า จริงๆแล้วเรื่องหมั้นคุณแมทก็วางแผน เพราะเราก็คบกันมา 3 ปีแล้ว เขาก็วางแผนว่าจะขอ นั่นคือสเต็ปแรก สเต็ปต่อไปคือการแต่งงาน คุณแมทก็คงวาวแผนไว้แล้วว่าจะเป็นเมื่อไหร่ ปูเป็นคนไม่ชอบพูดก่อนทำ ทุกคนจะได้รู้ตอนใกล้จะทำแล้ว”
     เราขึ้นชื่อเรื่องความเซ็กซี่ พอถูกตีตราจองแล้วความเซ็กซี่จดลดลงมั้ย?
     “ไม่เกี่ยวนะ ปูพูดมาตลอดว่าปูมีวานสังคมด้วย เรารู้กาละเทศะ เมื่อไหร่ควรจะเซ็กซี่ เมื่อไหร่ควรจะไม่ โดยนิสัยปูเป็นคนชอบแต่งตัวอยู่แล้ว ตรงนี้ก็น่าจะหยุดยาก แค่เลือกสถานที่ ลงพื้นที่ก็มิดชิด ไปกินข้าวกับผู้ก็อีกแบบหนึ่ง”


     หลังๆไม่ค่อยเห็น?
    “ปูก็ลงไอจีให้เห็นตลอดนะ ใส่สั้นอะไรอย่างนี้ก็ใส่ แต่ถ้าเป็นถ่ายแบบหนังสือผู้ชายไม่อยากทำแล้ว มีติดต่อเข้ามาตลอด แต่ก็ปฏิเสธไป 7-8 ปีแล้ว รู้สึกหวงร่ายกายตัวเอง ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นแล้ว ถ่ายโฆษณา ถ่ายละคร ถ่ายหนังสวยๆโอเค“
     ความโด่งดังของเรามาจากความเซ็กซี่ แต่พอไม่เซ็กซี่กระแสก็ดูตกไปนะ?
      “ไม่นะ ความเซ็กซี่ไม่ได้อยู่ที่การแต่งกาย แต่อยู่เสน่ห์และสติปัญญา”
     แขวนเต้าให้น้องๆรุ่นใหม่แจ้งเกิดความเซ็กซี่ขึ้นมา?
     “แล้วแต่น้องๆรุ่นใหม่จะสู้เลยค่ะ”
     จะมีส่งท้ายทิ้งทวนมั้ย?
     “คือเราไม่ได้หยุด ไปเที่ยว ล่าสุดไปเที่ยวเชียงใหม่ก็ใส่ชุดว่ายน้ำถ่ายรูปลงไอจี แต่แค่เราไม่อยากทำบ่อย ปูรู้สึกว่าหมดยุคของการถ่ายเซ็กซี่แล้ว ยุคนี้คือยุคที่ผู้หญิงมีเอกลักษณ์ มีตัวตนที่ชัดเจน ปูเองก็รู้ตัวจากการหนุดถ่ายเซ็กซี่แล้วมีงานเยอะขึ้น เลยมองว่าการถ่ายเซ็กซี่ไม่ใช่วิธีที่จะเพิ่มรายได้ให้เรา กระแสชั่วครั้งชั่วคราวปูไม่อยากได้แล้ว อยากได้อะไรที่ยั่งยืน พักงานแบบนั้นแล้วกัน จะบอกว่าเป็นเพราะทำงานการเพื่อสังคมด้วยมั้ย ก็เกี่ยวค่ะ เวลาเราไปคุยกับรัฐบาลในฐานะทูตสันทวไมตรีเราต้องวิเคราะห์ พิจารณาในการแต่งตัวเรา การถ่ายแบบ 5-6 ปีที่แล้วก็อย่างนึง แต่สมัยนี้ถ้าค้นกูเกิ้ลชื่อเราแล้วไปเจอแบบรูปก็คงไม่เหมาะสม หลายปัจจัย เราไม่มีเหตุผลที่ต้องถ่าย”
     แมทธิวว่ายังไงบ้าง?
     “เขาก็เฉยๆค่ะ เขารู้ ปูเองก็ไม่ได้อยากถ่ายแล้ว ให้มาดูตัวจริงเอา”
     ตอนนี้แมทธิวยังเทียวไปเทียวมาระหว่างเมืองไทยกับอเมริกาอยู่มั้ย?
     “เขาเปิดบริษัทที่ไทย แต่ก็ทำหนังกับต่างประเทศ ก็เทียวไปเทียวมาค่ะ ส่วนปูเองก็เดี๋ยวต้องบินกลับไปทำงานให้เอเจนซี่ที่อเมริกา แล้วก็ไปคานส์ จากนั้นก็บินกลับมาถ่ายโฆษณาที่ไทย แล้วก็บินกลับไปเรียนการแสดง ไปแคสงานให้เอเจนซี่ที่อเมริกา ซึ่งเป็นงานเดินแบบ ถ่ายแบบ ส่วนงานแสดงปูจะไม่มีวันพูดจนกว่าจะเกิดขึ้นจริง เก็บไว้เป็นความลับสุดยอด ปูเชื่อในเคล็ด คนที่พูดเยอะจะไม่ถึง กลัวจะหลุดออกไป เอาไว้วันที่เกิดขึ้นจริงพี่ๆนักข่าวจะเป็นกลุ่มแรกที่ปูบอกอยู่แล้ว วันนั้นคงไม่จัดแถลงข่าว ให้เห็นในไอจีเอา”
     ถามถึงเรื่องธุรกิจอาหารเสริม?
      “อันนั้นปูเลิกทำไปนานแล้วค่ะ เป็นเพราะอะไรให้ทนายเป็นคนชี้แจงเองดีกว่า ปูไม่พูดต่อเพราะรู้สึกว่าหมดแล้ว ทำมาปีนึงแล้วกับวงการอาหารเสริม ตอนนั้นเรามองว่าเป็นวิธีทำเงินได้ง่าย เพราะตอนนั้นเป็นเทรนด์ที่คนดึงดาราเข้ามาเป็นส่วนร่วม ปูไม่ได้เป็นหุ้นส่วนบริษัทเขา แต่ใช้ชื่อเสียงของตัวเองในการดึงดูดคนให้เข้ามาสนใจและดึงยอดขาย แต่พอเห็นข่าวหลายๆรอบที่ออกมา คนที่น่าสงสารและน่าเป็นห่วงที่สุดคือตัวแทนจำหน่าย แต่สำหรับปูเป็นเรื่องเล็กมากในหัว อย่างที่บอกรอให้ทนายเป็นคนชี้แจงดีกว่า ทุกครั้งที่เกิดเรื่องคนเดียวที่ออกมาพูดคือปู ทั้งๆที่อยากจะให้คนที่เป็นเจ้าของบริษัทออกมาพูด ไม่ใช่แค่เรื่องอาหารเสริม แต่หลายๆเรื่อง แต่ปูไม่ชอบพูดเรื่องไม่ดีออกสื่อ อโหสิกรรมและปล่อยให้ แต่ในใจปูรู้สึกว่าอะไรที่ได้มาง่าย ได้มาเร็วไม่ได้เป็นเรื่องที่ดี ”


     ความสัมพันธ์ส่วนตัวก็จบลงไปด้วย?
     “เราไม่ได้เป็นเพื่อนกันตั้งแต่แรก เป็นเรื่องธุรกิจ อย่างที่บอกว่าอโหสิกรรม ไม่ได้รู้สึกส่วนตัวอะไร”
     เป็นเรื่องของการหมดสัญญาแล้วเราไม่ทำต่อหรือเป็นการยุติบทบาท?
     “ให้ทนายเป็นคนชี้แจงดีกว่า เพราะเป็นเรื่องของกฏหมาย ทุกสัญญาที่ปูทำต้องมีทนายความเข้ามาเกี่ยวข้อง ปูไม่สามารถพูดถึงบริษัทนี้ได้แล้ว เพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันแล้ว ปูไม่ได้คิดว่าจะมีการไกล่เกลี่ยหรือเปล่า แต่ถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ปูให้ทนายเป็นคนจัดการ ปูเห็นบริษัทเขาโดนโจมตีเยอะ  ฉะนั้นปูขออนุญาตไม่ใช่ชื่อและพื้นที่ของปูในการมีส่วนทำร้ายเขา ไม่อยากให้เป็นตราบาป”
     เรียกว่าผิดใจกัน?
     “เรื่องของธุรกิจไม่มีการผิดใจกัน เราเข้ามาด้วยเจตนาว่าจะทำธุรกิจร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ของทุกฝ่าย พอผลประโยชน์หมดการเดินจากกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เวลาเขียนข่าวอาจจะมีดราม่า แต่ปูกล้าพูดว่าอยู่วงการมา 15 ปี เป็นธรรมดาที่จะมีดราม่าเรื่องธุรกิจ”
     ได้บทเรียนอะไรจากตรงนี้?
     “ธุรกิจนี้ไม่ใช่ธุรกิจของปู มองว่าเป็นข้อคิดมากกว่าบทเรียน สุดท้ายแล้วปูไม่ชอบใช้พื้นที่ของตัวเองในการต่อว่าใคร ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง เลยไม่รู้จะออกความคิดเห็นยังไงกับเขา ปูไม่ได้มีปัญหากับเขา แค่ทำงานในวงการทุกวันนี้ก็มีปัญหาให้ปูแก้เยอะมาก เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเล็ก”
    คดีคืบหน้ายังไงจะมาอัพเดทอีกที?
     “เฉยๆค่ะ เรื่องทางกฏหมายใช้เวลานานค่ะ ปูไม่ใช่กระต่ายตื่นตูม ถ้ามีเรื่องน่าตกใจจริงถึงจะพูด บางเรื่องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนักกฏหมาย แต่เราในฐานะดารา อยู่ในที่สาธารณะเห็นข่าวที่บริษัทเขาเจอเยอะแล้ว ปูไม่ขอพูดดีกว่าค่ะ”

  • 1,209 view
  • share