ข่าวข่าวในประเทศ 29 มีนาคม 2562 เวลา 01:16

"มิ้นต์ ชาลิดา" ถามมาตอบตรง รับเป็นกลุ่มน้องชายตนจริงทำร้ายผญ. บอกยังไม่ทราบรายละเอียด

เป็นกระแสหนักอยู่ในโลกโซเชียล หลังมีเพจดังออกมาปล่อยแชทข้อความจากสาวรายหนึ่งอ้างว่าโดนกลุ่มของน้องชายนางเอกดังและดาราที่เล่นซีรี่ย์วายดักทำร้ายร่างกายที่ผับย่านเอกมัย โดยไม่รู้สาเหตุ โดยเมื่อข้อความดังกล่าวถูกแชร์ออกไป หลายคนก็โยงไปถึงนักแสดงหนุ่ม “ม่อน ธนัชชัย” น้องชายของนางเอกสาว”มิ้นต์ ชาลิดา” ล่าสุดงานเปิดตัว HUAWEI P30 Series Super Camera Smartphone ได้มีโอกาสเจอนักแสดงสาว เลยไม่พลาดที่จะเข้าไปถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นโดยเจ้าตัวว่าเป็นน้องตนเองจริง แต่ตนไม่ทราบรายละเอียดที่แน่ชัดว่าเป็นยังไง

ล่าสุดมีข่าวเรื่องของน้องม่อนออกมาได้เห็นข่าวหรือยัง?
     “ก็เห็นค่ะ”


มีโอกาสได้คุยกับน้องไหมว่าเรื่องเป็นยังไง?
     “ก็น้องแหละค่ะ เป็นคนบอก”

 


เขาเล่าให้ฟังยังไงคะ?
     “เอาจริงๆรายละเอียดเรื่องทั้งหมดมิ้นต์ไม่ได้ทราบอย่างแน่ชัด ว่าเรื่องราวเกิดขึ้นอะไรยังไงค่ะ”


เรื่องราวมันโดนโยงมาถึงเราเพราะว่าเป็นน้อง?
     “(หัวเราะ) อันนี้ก็งงเหมือนกันค่ะ”


ตัวเราเองได้มีโอกาสถามเขาไหม?
     “คือมิ้นต์เป็นคนที่ไม่อยากถามอะไรมากค่ะ ด้วยความที่ว่ามิ้นต์อยากให้เขาเติบโตในวงการ คือเราได้แค่บอกได้แค่เตือนแต่สุดท้ายแล้วสุดแต่ใจเขาจะไขว่คว้าให้ตัวเอง คืออย่างเรื่องที่เกิดขึ้นเราไม่ทราบอะไรที่แน่ชัด แต่ว่าก็ทราบจากน้องซึ่งเขาก็ได้บอกได้เล่าว่าแบบโอเคพี่มิ้นต์มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง แต่จะฟังฝ่ายเดียวไม่ได้ค่ะเราก็ต้องฟังทั้งสองฝั่ง แต่ทั้งหมดทั้งมวลมิ้นต์ก็ไม่ได้ปักใจเชื่อทั้งสองฝั่ง100% เพราะว่าถึงเวลานั้นแอลกอฮอล์เข้าปากคนเราก็ไม่รู้ว่าอะไรมันเป็นยังไงนะ ก็ไม่ได้เข้าข้างน้องแต่ก็ไม่ได้ฟังความอีกฝ่าย ก็ต้องคงให้เป็นเรื่องของทั้งสองฝ่ายดีกว่าค่ะ”

 


แสดงว่าตัวม่อนเขาออกมายืนยันกับมิ้นต์เองแล้ว?
     “เขาก็ได้เล่าว่าคือได้ไปสถานที่บันเทิงแต่ว่ามิ้นต์ก็เคยเตือนเขาตลอดว่าทำอะไรต้องระมัดระวังเพราะว่าเราอยู่ในสื่อ ก็สุดท้ายแล้วอย่างที่บอกวัยรุ่นคือถ้าไม่ได้ให้เขาลองให้เขารู้ให้เขาเห็นสุดท้ายแล้วเขาต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเอง”


อาจจะมีผลกระทบต่อชื่อเสียงน้องตัวเราเองบอกว่ายังไงบ้าง?
     “เตือนตลอดค่ะ น้องจะรู้เพราะว่ามิ้นต์ไม่ใช่พี่ที่สปอยแล้วเข้าข้าง จะเตือนตลอดแล้วก็อย่างที่บอกคืออย่างเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็ต้องให้เขาลองเรียนรู้และรู้จักแก้ปัญหาด้วยตัวของเขาเอง”


เป็นห่วงไหม?
     “ก็ถ้าความเป็นพี่มันมีความเป็นห่วงทุกเรื่องอยู่แล้วค่ะ น้องชายมันดื้อพูดตรงๆเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขับรถขับขี่การเจอผู้คนหรืออะไรก็แล้วแต่วัยรุ่นก็คือวัยรุ่น เราได้แค่บอกได้แค่สอนอย่างคุณพ่อคุณแม่มิ้นต์สอนพูดจนปากเปียกปากแฉะเด็กผู้ชาย(หัวเราะ)ถ้าเกิดเขาฟังแล้วเขาทำตามก็อีกเรื่องนึง แต่อย่างที่บอกก็ไม่เป็นไรค่ะอยากให้เรียนรู้รู้จักการแก้ปัญหาด้วยตัวของเขาเอง”

 


มันจะมีผลกระทบกับงานไหม?
     “คือมิ้นต์มีความรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องที่คอขาดบาดตายหรือร้ายแรงอะไรขนาดนั้นหรือทะเลาะวิวาทกัน คือเรื่องนี้มิ้นต์บอกน้องว่ามันเกิดจากการหยอกล้อกันมากกว่า ที่อาจจะพูดไม่เข้าหูไม่ตรงหูกันอย่างที่บอกไม่ได้ทราบรายละเอียดตรงๆ100%”


หลังจากมีข่าวออกมาทางอีกฝ่ายเขามีติดต่อมาไหม?
     “อันนี้ไม่ทราบเลยค่ะ ด้วยกรณีมันก็ไม่ได้เกิดจากตัวน้องเองตรงๆก็อาจจะแค่อยู่ในเหตุการณ์แต่ว่าม่อนก็บอกมิ้นต์ว่าม่อนก็ได้ห้ามแล้วแต่ว่ามิ้นต์ก็ไม่รู้ว่าจริงๆมันเกิดอะไรขึ้น”


คุณพ่อคุณแม่ทราบเรื่องหรือยัง?
     “ทราบแล้วเพราะว่าตัวน้องบอกเองค่ะ”

 


พอมีข่าวออกมาหรือว่าเขาเล่าให้ฟังก่อน?
     “ก็บอกก่อน มิ้นต์ไม่ได้เป็นคนนั่งอ่านข่าวเช็คข่าวอยู่แล้วเขาก็ส่งให้ดูค่ะ”


คุณแม่ว่ายังไงบ้างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น?
     “แม่ก็พูดตลอดบอกว่าบอกแล้วนะ อะไรประมาณนี้ค่ะ”