ข่าวข่าวในประเทศ 9 มีนาคม 2562 เวลา 21:46

กวีศรีชาวไร่ "น้าหมู"พงษ์เทพ กระโดนชำนาญเล่าชีวิตสู้มะเร็ง ขายบ้าน ขายรถ ขายม้า เป็นค่าผ่าตัด!

  • 6,447 view
  • share

เป็นอีกหนึ่งตำนานของวงการเพลงเพื่อชีวืตบ้านเราเลยก็ว่าได้ สำหรับ กวีศรีชาวไร่ "น้าหมู" พงษ์เทพกระโดนชำนาญล่าสุดศิลปินผู้นี้กำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ที่ใช้ชื่อว่า คอนเสิร์ต"35 ปี กวีศรีชาวไร่พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ" โดยจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8กันยายน 2562

     ทั้งนี้ในการเผยแพร่คลิปเพื่อโปรโมตคอนเสิร์ตนั้นมีความน่าสนใจเพราะนอกจากเนื้อหาความเป็นไปเป็นมาของคอนเสิร์ตเจ้าตัวยังได้เล่าถึงเรื่องราวเมื่อครั้งที่ตนเองป่วยเป็นมะเร็งที่ลำไส้ใหญ่ถึงขนาดที่เกิดอากรล้มฟุบคาเวทีกันเลย

     โดยเจ้าตัวระบุว่าชีวิตนักดนตรีของตนเองก็ไม่ต่างอะไรไปจาก"คนธรรพ์" ที่นั่งอยู่บนเมฆ เมื่อเมฆลอยไปทางไหนก็ต้องลอยไปทางนั้นนั่นเอง..."เพราะฉะนั้นผมจะล่องลอยไปกับวิถีชีวิตของผู้คนมากมาย กินใช้ชีวิตอะไรก็ได้ที่ไปตกอยู่ตรงนั้นต้องทำอยู่ตรงนั้น

 
 

     "เพราะฉะนั้นชีวิตมันสิ้นเปลืองกับการต้องเข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตของทุกอณูที่เราเดินทางไปตามวิถีของนักร้องนักดนตรีที่พเนจรจนวันหนึ่งเกิดอาการที่ร่างกายไม่ไหวแล้วเล่นๆ อยู่ก็ฟุบล้ม ถูกหามเข้าโรงพยาบาลคงจะเป็นโชคดีกับโชคร้ายร่วมกันเพราะว่าหมอคนนั้นเป็นรุ่นน้องเรียนโรงเรียนเดียวกันเค้าก็บอกว่าพี่ไม่ต้องคิดมากหรอก ต้องเอากล้องแหย่เข้าไปในร่างกาย ผมว่าร่างกายพี่ข้างในมันมีปัญหามากแล้ว"

     "เอ้าก็ยอมเค้า เค้าก็วางยาสลบเอากล้องแหย่เข้าไป ก็เจอว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ต้องผ่าตัดไม่เกินในหนึ่งเดือนนี้เพราะว่ามันจะลุกลามเข้าไปขั้นสุดท้ายแล้ว มันอึ้งเหมือนกันนะ คำว่ามะเร็งมันเป็นเรื่องที่มนุษย์ทั้งโลกคงจะอึ้งนะถ้ารู้ตัวเองเป็นมะเร็งแต่ผมก็มีสติเพราะว่าผมเป็นคนที่อยู่คนเดียว ใช้ชีวิตที่ดูแลตัวเองเดี่ยวมาตลอดฉะนั้นพอเกิดเรื่องอะไรทุกครั้งก็จะรู้สึกว่านิ่งสักพักแล้วก็จะกลับขึ้นมาได้เร็ว ผมก็เลยบอกหมอว่าก็ได้ครับ"

 
 

     "หมอให่เวลาผม11วันผมทำตสมทุกอย่างผมนอนผ่าตัดในโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ที่มีเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดในเอเชียแต่ต้องสิ้นเปลืองมากผมขายบ้านไปหลังหนึ่ง ขายรถไปสองคัน ขายมอเตอร์ไซค์ฮาเลย์ไปคันนึง ขายม้าอีก 2 ตัวไม่พอ ยืมเพื่อนอีกก้อนหนึ่ง มีทองอยู่ 20 บาทก็ขายทุกอย่งหมดแล้วก็ผ่าตัดแล้ว ก็ทำทุกอย่างให้มันกลับมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ราคาเท่าไหร่ไม่เกี่ยง"

     "ตอนนั้นผมนึกถึงคำพูดของท่านดาไลลามะ แกบอกว่ามนุษย์เราก็แปลกนะ ทุ่มเททำงานทั้งชีวิต ไม่กลัวเหน็ดไม่กลัวเหนื่อย ไม่กลัวเจ็บไม่กลัวป่วยทำงานได้เงินมหาศาลได้เงิน ได้ทรัพย์สินศฤงคารมา ไม่เคยห่วงตัวเองเลย พอวันหนึ่งป่วยมนุษย์ก็แปลกขายทรัพย์สินที่หามาทุกอย่างหมดเพื่อมารักษาตัวเอง แล้วก็กลับมาอยู่อย่างนี้ เออเราก็เลยนอนยิ้ม ท่านเป็นผู้ตรัสรู้จริงๆ ผมก็เป็นอย่างที่ท่านบอก"

 
 

     นอกจากนี้ศิลปินเจ้าของฉายากวีศรีชาวไร่ยังได้เล่าต่อว่าหลังจากผ่าตัดเรียบร้อยตนยังต้องทำคีโมอีกโดยแพทย์ที่รักษาแนะนำให้ทำถึง8ครั้งแต่ท้ายที่สุดตนได้ทำเพียง3ครั้งเท่านั้นเพราะไปเจอหนังสือจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคมะเร็งลำไส้ชาวญี่ปุ่นที่แนะนำว่าการทำคีโม3ครั้งนั้นเพียงพอหากตรวจไม่เจอเชื้อมะเร็งแล้ว ซึ่ง”น้าหมู”ยังเล่าว่าระหว่างทำคีโมนั้นทรมานทุกครั้งโดยครั้งที่2ที่ทำตนเคยหยุดหายใจไปถึง2วินาทีจนแพทย์ต้องรีบช่วยปั้มขึ้นมาได้

     นักร้องนักดนตรีบอกว่าตอนนี้ไม่รู้ในตัวตนเองยังมีเชื้อมะเร็งมั้ย แต่ที่รู้แน่ๆ คือมีกำลังใจจากแฟนเพลงที่ถือได้ว่าเป็นยาที่สำคัญมากๆ..."ผมทำ 3ครั้งแล้วจบ จนกระทั่งบัดนั้นถึงวันนี้ผมยังไม่รู้เลยว่ามันยังมีเชื้ออะไรเหลือมั้ย แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ผมมีคือแฟนเพลงทุกทั่วสารทิศเลยนะโพสต์เข้ามาในเฟซบุ๊กผม ในไลน์ ในข้อความ ฝากบอกต่อทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าน้าหมูอย่าตายนะ ยังฟังเพลงไม่ครบเลย น้าหมูกลับมาร้องเพลงให้เราฟัง มาร้องให้ครบทุกเพลงก่อนค่อยตาย"

     "โห กูมีตั้ง 200 กว่าเพลงเนี่ยนะ นี่กูร้องได้แค่ 60 เพลงเอง(หัวเราะ) เออ คงจะมีชีวิตรอด นั่นแหละคือยาที่ดีที่สุด นั่นแหละคือพลังที่ดีที่สุดที่ผมลุกขึ้นมาได้จนถึงวันนี้เพราะแฟนเพลงทุกคนบอกว่าอย่าเพิ่งตายอยากแฟังเพลง..."

  • 6,447 view
  • share