ข่าวข่าวในประเทศ 30 มกราคม 2562 เวลา 12:18

"อ๊อด โอภาส" เชื่อกับ "แก้ว อภิรดี" ยังไงก็ไม่เหมือนเดิมเปิดใจสาเหตุเลิก

  • 18,592 view
  • share

หลายคนคงจำกันได้สำหรับนักร้องชื่อดัง อ๊อด โอภาส อดีตสามีของนักแสดงมากฝีมือแก้ว อภิรดี​ โดยอดีตทั้งคู่รักกันมาหลายปี แต่จู่ๆก็เลิกรากันทำเอาหลายสงสัยไม่น้อยถึงสาเหตุ​ ล่าสุด อ๊อด โอภาส ได้ควงลูกสาว น้องเบลล์ มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง One31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์, ธัญญ่า ธัญญาเรศ และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร

     ทำไมตอนนั้นถึงตัดสินใจแต่งงานกับพี่แก้ว ?
          อ๊อด : พี่ว่าในตอนนั้นเราเข้ากันได้ในหลาย ๆ เรื่อง คุยกันแล้วถูกคอ ส่วนสาเหตุที่เลิกกัน มีอยู่ระยะนึงมันไม่เกี่ยวกับโรคภัยที่พี่เป็น แต่เขาอยากทำอะไรใหม่ ๆ ในชีวิตของเขา เราก็คุยกัน พี่ก็บอกว่าแล้วแต่เขา ซึ่งทุกวันนี้เราก็เป็นเพื่อนกัน ยังคุยกันปกติ แค่เปลี่ยนสถานะจากสามี ภรรยา แต่ลูก ๆ ไม่เกี่ยว ยังดูแลเหมือนเดิม วันที่เขาเข้ามาคุยขอเป็นเพื่อน พี่ไม่ร้องไห้นะ เพราะพี่คิดว่าคนจะไปก็ต้องไป ยื้อไปก็ไม่มีประโยชน์ เราก็แยกทางกันด้วยดี บ้านก็อยู่บ้านด้วยกัน แค่สถานะเปลี่ยนไป

     แล้วการที่เราป่วยมันเป็นสาเหตุของการเลิกไหม ?
          อ๊อด : ผมว่าไม่ใช่นะ ผมเป็นโรคเกี่ยวกับการอักเสบของข้อกระดูกชนิดหนึ่ง สาเหตุมาจากภูมิต้านทานเรามีปัญหา มันจะบอกว่าข้อนี้ไม่ดี มันอันตราย แล้วมันก็ไปบอกสมองให้สร้างแคลเซียมมาเกาะไว้ ถ้าแคลเซียมเยอะมากมันก็จะติด อย่างคอผมมีทางเดียวคือผมต้องผ่าตัดคอ เรามีกระดูกคอหลายซี่ ตอนนี้ประมาณ 2 ข้อผมติดละ คือถ้ามีอุบัติเหตุชนข้างหลังผมคอหักเลย ถามว่าปวดขนาดไหน ผมโชคดีที่เป็นโรคกระดูกไขข้อแบบยึดติด แต่มันไม่ได้เป็นกระดูกทับเส้นประสาท

     วิธีการเดียวที่จะแก้ได้คือต้องผ่าตัด ?
          อ๊อด : ใช่ครับ แต่การผ่าตัดตรงนี้ถ้ามันไม่หนักหนาถึงขนาดใช้ชีวิตไม่ได้จริง ๆ ไม่มีคุณหมอท่านไหนอยากทำ ผมก็ไม่อยากทำ เพราะมันเสี่ยง ค่าใช้จ่ายก็สูง เพราะการผ่าตัดคอตรงนี้มันจะลงไปถึงกระดูกสันหลัง ถ้าพลาดก็มีสิทธิ์เป็นอัมพาต

    ก่อนหน้าที่จะเป็น AH ไปหาหมอ หมอว่าไง ?
          อ๊อด : หาอยู่ 3 4 5 หมอ แล้วกว่าจะเจอหมอที่รักษาโรคแบบนี้ได้ คือไม่ใช่ว่าคุณหมอโรคกระดูกทุกท่านจะรักษาได้นะครับ ต้องเป็นคุณหมอเฉพาะทางจริง ๆ ถึงจะทำได้ ผมหาอยู่เยอะมากกว่าจะเจอว่าตัวเองเป็นโรคอะไร เสียดายที่เจอช้าไปหน่อย เร็วกว่านี้ก็มีโอกาส เพราะยาที่ผมใช้บางอัน คนไทยไม่ค่อยเป็นก็ต้องนำเข้า ยากินนี่เรากินได้พวกกลุ่มยาเอนแซทอะไรพวกนี้แล้วก็พวกยาบางตัวอย่างเมนโทเอกเซส บางคนไม่รู้หยิบมาดูนี่มันยาต้านมะเร็ง ไม่ใช่ มันรักษาได้หลายอย่าง คุณหมอต้องรีบบอกแต่แรก พอผมกินยาคุณหมอนั่งเฝ้าเลย ขอเวลาคุณหมอชั่วโมงนึงนั่งเฝ้าก่อน ถ้าแพ้อาการมันจะแรงต้องแก้ไขเดี๋ยวนั้น หมอขอเฝ้าก่อนไม่ให้ไปไหนเลย ไม่แพ้ครับ แล้วก็ใช้ยาฉีด ฉีดดีทันทีเลย แต่หลังฉีดใครรู้ค่ายาก็เป็นลมหมด

    ค่ายาประมาณเท่าไหร่ ?
          อ๊อด : เข็มนึงประมาณ 5 หมื่นครับ  เมื่อ 2 ปีที่แล้วผมฉีด 2 อาทิตย์ครั้ง เฉลี่ยเดือนละ 2 เข็ม ก็ตกเดือนนึงแสนกว่าบาท แล้วมีค่ายากินอีก ตอนนี้หยุดฉีดแล้ว

    ห่วงลูกสาวไหม ?
          อ๊อด : ห่วงครับ แต่ว่าผมให้อิสระในการคิด สอนวิธีการคิดเขา เราก็เจอกันแทบทุกวัน เพราะโซเชียลนี่แหละทำให้เราคุยกันตลอด

     น้องเบลล์เป็นห่วงคุณพ่อขนาดไหน ?
          เบลล์ : เป็นห่วงแต่คุณพ่อไม่ค่อยบอก หนูก็คอยดูคุณพ่อตลอด ดีที่คุณพ่อชอบเล่นโซเชียล เขาก็จะอัปเดตตลอด ซึ่งถ้าย้อนไปวันที่คุณพ่อเลิกกับคุณแม่ตอนนั้นเราไปโรงเรียน แล้วคุณครูก็เอาหนังสือพิมพ์มาให้เราดู เราก็ร้องไห้ เสียใจ แต่เพราะเรายังเด็ก คุณพ่อ คุณแม่ อาจจะไม่ได้บอกเรา แต่พอกลับมาบ้านก็มีการคุยกัน แต่ที่เสียใจกว่านั้นคือแม่มากระซิบข้างหูว่าจะเลือกอยู่กับใคร พอโตมาก็เข้าใจกันมากขึ้นว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ยังไงพ่อแม่ก็ทำหน้าที่ดูแลลูกอย่างดีมาตลอด

    ณ วันที่แม่ให้เลือกว่าจะอยู่กับใคร สุดท้ายพ่อกับแม่ไม่ได้แยก เขาอยู่บ้านเดียวกัน ?
          เบลล์ : คุณพ่อก็จะมีห้องของเขา คุณแม่ก็จะมีห้องของเขา ก็จะแวะมาหา เจอกันบ่อย ๆ ตอนนั้นหนูไม่ได้ขอไม่ให้เขาแยกกัน แต่เป็นเพราะเขาตกลงกันเอง เพราะเขามีลูก ไม่อยากให้ลูกรู้สึกว่าขาดอะไร ทุก ๆ เหตุการณ์สำคัญในชีวิต คุณพ่อ คุณแม่อยู่ข้าง ๆ ลูกเสมอ
          อ๊อด : ถามว่าอยู่บ้านเดียวกันมั้ย ก็ใช่ แต่ต่างคนต่างก็มีบ้าน บางคนบอกว่าพี่เลิกกันแล้วทำไมต้องอยู่บ้านเดียวกัน ก็อยู่บ้านเดียวกัน แต่เราก็มีบ้านของเรา สถานะก็คือเพื่อน มีอะไรก็ปรึกษากัน

   ปรึกษาทุกเรื่องรวมถึงเรื่องรักครั้งใหม่ของพี่แก้วด้วยไหม ?
          อ๊อด : ก็ปรึกษา แต่เขาจะปรึกษาในมุมที่เหมาะสม
          เบลล์ : คุณแม่ไม่ได้ปรึกษาแค่คุณพ่อ เขาจะปรึกษาทุกคนในบ้าน เพราะเขาเป็นห่วงความรู้สึกของทุกคน เพราะมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน แต่หนูก็เคารพในการตัดสินใจของเขา แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลา ครั้งแรกเจอหนูยอมรับหนูมองหน้าเขาหนูไม่ไหว้ คือไม่ไหว้ก็เพราะไม่รู้จัก ไม่รู้ใคร แต่พอเวลาผ่านไปพี่ต๊อดเขาดีกับครอบครัวหนู แล้วเราก็คุยกันรู้เรื่อง

    แล้วคนรักกันตั้งหลายปี พอเห็นคนใหม่แอบหึงไหม ?
          อ๊อด : ไม่ครับ แต่ไม่ชอบ คือช่วงแรก ๆ ที่แฟนเขามาผมต้องขับรถไปข้างนอก คือผมไม่รู้ว่าถ้าอยู่แล้วจะทำหน้ายังไง ผมก็ไปหาเพื่อน ๆ ดีกว่า ปัจจุบันก็ยังขับรถออกไป เพราะไม่รู้จะเจอกันทำไม

     เข็ดกับความรักไหมพี่ ?
          อ๊อด : ไม่เข็ดครับ ความรักเป็นสิ่งที่ดี แต่ผมกลัวการตัดสินใจผิดมากกว่า เพราะถ้าพลาดคราวนี้อายุผมเยอะแล้วนะครับ

    จริงไหมที่พี่ยังรอพี่แก้วอยู่ ?
          อ๊อด : เป็นเพื่อนกันมากกว่า ถามว่ารอคงไม่รอ ยังไงก็ไม่กลับไปสถานะเดิม

 

  • 18,592 view
  • share