ข่าวข่าวในประเทศ 11 มกราคม 2562 เวลา 20:28

เอ๊ะ!ยังไง "ยุ้ย" บอกรู้สึกแปลกหลังแต่งเจ้าบ่าวฟุ้งเรื่องปั๊มทายาทฝีมือเพียวๆ

คบหาฝ่ามรสุมหลากหลายเรื่องราวมา 11 ปี ที่สุดก็แต่งแล้วจ้า สำหรับนางเอกหน้าหวาน ผู้จัดคนเก่งแห่งวิก 7 สี “ยุ้ย จีรนันท์” มโนแจ่ม กับเจ้าบ่าวป้ายแดง “ธันญ์ ธนากร” ที่เมื่อเช้าวันนี้ 11 มกราคม 62 ได้เข้าพิธีแต่งงานที่ร้านอาหารบ้านฟ้าเคียงตะวัน บรรยากาศนั้นอบอวลไปด้วยความรัก ความหวานละมุน เจ้าสวยสวยหล่อ เจ้าบ่าวหล่อ แขกเหรื่อล้นงาน

     ต่อจากนั้นในช่วงเย็นทั้งคู่ก็มาเปิดใจกับสื่อในเรื่องราวดีๆที่ฟังไป ยิ้มไป กับความสุขในความรัก ความผูกพันที่ทั้งคู่บ่มรักมายาวนาน 

     พิธีเมื่อเช้าเป็นยังไงบ้าง
     ยุ้ย:พิธีเมื่อเข้าก็เป็นแบบอบอุ่นๆ และน่ารักมากๆ ค่ะ ก็จะมีเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวเยอะแยะเต็มงานไปหมดเลยและจะมีญาติพี่น้องของทั้งสองฝ่ายก็จะมีคนที่เรารักและรักเราค่ะ
     ธันญ์:พิธีไทยสนุกมากครับมีแห่ขันหมากกันก่อน มีการละเล่นการกั้นประตู
     ยุ้ย:ก็เป็นพิธีไทยๆ แบบทั่วๆ ไปเลย แต่ขบวนแห่ขันหมากนี่สนุกมากเราอยู่ข้างในก็พยายามชะเง้อมองว่าทำไมมันสนุกขนาดนี้อยากออกไปร่วมสนุกด้วย (ยิ้ม)

    สินสอดทองหมั้น
    ธันญ์:ก็มีทั้งเงินทองครับ โฉนดที่ดิน และแหวนครับ แหวนเพชร 1.6 กะรัตครับ เป็นแหวนที่พี่ชายเราคนนึงให้เป็นของขวัญครับ

    เรือนหอเป็นที่ไหน
    ยุ้ย:เรือนหอก็เป็นที่ที่เราจัดงานกันเมื่อเช้าค่ะ ก็จะเป็นบ้านที่เราสร้างมาด้วยกัน จะเป็นเรือนหอของเรา และพอบ้านเสร็จเราก็จะแต่งงาน ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็เป็นไปตามระบบ

    เมื่อเช้าเห็นว่าร้องไห้หนักมาก
    ยุ้ย:เป็นงานแต่งที่เสียน้ำตาเยอะมาก
    ธันญ์: เรารู้สึกว่าเราอิ่มครับ เรามีความสุขกับการที่เห็นความรักของเราสองคน และมันจะสมบูรณ์ได้เพราะคนที่รักเรามาร่วมแสดงความยินดีกับเราก็เลยรู้สึกตื้นตัน อิ่มที่เขาตั้งใจมา เห็นเรามีความสุขเขาก็มีความสุขครับ (ยิ้ม)
    ยุ้ย:และมันทำให้เราได้รู้ว่ามีคนรักและเมตตาเราสองคนมากจริงๆ ก็เลยทำให้ตื้นตัน แล้วพอได้ฟังคำพูดที่เขาหวังดีกับเราแล้วเขาอยากให้เรามีความสุขจริงๆ มันก็ซึ้ง

    จดทะเบียนสมรสเรียบร้อยแล้วใช่มั้ย
    ธันญ์:เรียบร้อยแล้วครับ
    ยุ้ย:นามสกุลยังใช้เป็น มโนแจ่มอยู่ เพราะประชาชนจะรู้จักในฐานะของมโนแจ่มค่ะ

    เป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
    ธันญ์ถูกต้องครับผม(ยิ้ม)
    ยุ้ย:คำนำหน้ายังเป็นนางสาวอยู่ค่ะ ยังคงความเป็นนางสาวอยู่ (หัวเราะ)
    ธันญ์:ยังเรียกนางสาวอยู่ครับ (หัวเราะ)

    จากเมื่อเข้าที่แต่งแล้วความรู้สึกเปลี่ยนไปมั้ย
    ธันญ์:อย่างเราผู้ชายนี่ก็คือความรับผิดชอบ เราต้องเต็มที่ ทุกอย่างเราต้องคิดถึงเขาให้มากๆ
    ยุ้ย:ยุ้ยเองก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกัน ได้แต่งงานจดทะเบียนสมรสก็เป็นครั้งแรกในชีวิต ก็มีความรู้สึกว่าเราถึงจุดที่เราแต่งงานแล้วนะ มีครอบครัวอย่างจริงจังแล้วนะ ความรู้สึกมันก็ต้องเปลี่ยนไปแหละ ต่อไปนี้ชีวิตเราก็จะไม่ใช่ชีวิตเราคนเดียวแล้ว ก็ต้องมีอีกคนนึงที่เราต้องดูแลกันและกันเพิ่มขึ้น

    ทำไมถึงเป็นธีมงานสีชมพู-ทอง
    ธันญ์:จริงๆ แล้วยุ้ยเป็นคนชอบพิ้งค์โกลด์ สีชมพูกับสีทอง และสีทองก็ถูกโฉลกด้วยครับ
    ยุ้ย:ส่วนสถานที่นี่ก็เป็นบ้านเกิดของเราเอง จริงๆเราอยากจะจัดที่บ้านเราด้วยซ้ำ แต่กลัวว่าจะรองรับแขกได้ไม่หมด ก็เลยมาจัดที่นี่ ซึ่งก็ยังอยู่ในจังหวัดที่เป็นบ้านเกิดของเราและสถานที่ตรงนี้จริงๆ แล้วถ้าเป็นหน้าหนาวจริงๆ มันจะบรรยากาศดีมาก แต่บังเอิญว่าตอนนี้เป็นหน้าหนาวที่ไม่หนาวเท่าไหร่ (หัวเราะ) ก็เลยจะออกร้อนๆ หน่อย

    จะมีเซอร์ไพรส์อะไรในงานมั้ย
    ธันญ์:ผมว่าเราสองคนเป็นคนที่เรียบง่ายอยู่แล้ว เราไม่ได้หวือหวาอะไรมาก ก็อาจจะไม่มีเซอร์ไพรส์อะไรมากมาย แค่นี้เราก็มีความสุขแล้ว แค่นี้เราก็เซอร์ไพรส์แล้วครับ เพราะว่าแขกที่มาแต่ละคน คือเราไม่ได้แต่งที่กรุงเทพฯก็ต้องใช้ระยะเวลาเดินทางมา แต่ทุกคนก็เต็มใจมางานเราครับ
    ยุ้ย:แค่เห็นพี่ๆ สื่อมวลชนมาร่วมงานเรามากขนาดนี้ ก็เซอร์ไพรส์แล้ว งานแต่งงานเราจัดที่สระบุรีก็คงไม่ค่อยอยากมากัน หรือคิดว่าคงจะเดินทางลำบากอาจจะไกลไป แต่พอมาเห็นทั้งๆพี่สื่อมวลชน ทั้งแขกทั้งหลายที่มาร่วมงานวันนี้ ทุกคนมาด้วยใจ ตั้งใจมาจริงๆ เราก็รู้สึกปลื้ม ขอบคุณมากๆ ค่ะ
    ธันญ์ :ขอบคุณมากๆ ครับ เราสองคนก็อยู่ในวงการมานานพอสมควร ต้องขอบคุณพี่ๆน้องๆที่เมตตาเราสองคน

    จะไปฮันนีมูนที่ไหน เตรียมมีน้องเลยมั้ย
    ยุ้ย:แพลนไว้เดือนหน้า ก.พ. ไปอังกฤษกัน เดือนต่อไปไปญี่ปุ่น ส่วนเรื่องมีน้องคงยังไม่มีตอนนี้เพราะยุ้ยยังติดถ่ายละครอยู่ ยังต้องทำงาน ขอเวลาอีกสักปีหนึ่งในการทำงาน หลังจากนี้คงต้องมีแหละ
    ธันญ์:จริงๆ เราสองคนอยากมีลูกมากนะ เริ่มคิดกันแล้วว่าจะมีผู้หญิงหรือผู้ชาย เราคงยังไม่ใช้ทางวิทยาศาสตร์ ปล่อยธรรมชาติล้วนๆ

   หลังจากนี้วางแพลนงานในวงการ หรือเรื่องธุรกิจไว้อย่างไร
   ธันญ์ :ทำเหมือนเดิมครับ และทำมากขึ้นด้วยเพราะเราเป็นครอบครัวแล้ว
   ยุ้ย :ใช่ค่ะ ถ้าวันหนึ่งคิดจะมีลูก ก็ต้องสร้างครอบครัวให้มั่นคงขึ้น อย่างงานในวงการบันเทิงก็คงทำไปตลอด ทั้งเล่นละครเองด้วยและเป็นทั้งผู้จัดด้วย และทำธุรกิจส่วนตัวอีกหลายอย่างที่ต้องดูแล

   มีคำมั่นสัญญาระหว่างกันมั้ย
   ธันญ์: เราไม่ได้สัญญา ผมไม่ได้สัญญา ผมแค่อยู่กับเขา ทำให้เขามีความสุขที่สุด รักเขามากที่สุด ทำให้ทุกๆวันมีความสุขมากที่สุด คนสองคนมาอยู่ด้วยกันมันคือการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน การให้อภัยกัน
   ยุ้ย:ตั้งแต่คบกันมา 11 ปี ตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยขอคำสัญญาอะไรจากเขาเลย และเขาก็ไม่เคยขอคำสัญญาอะไรจากยุ้ย ยุ้ยรู้สึกว่าคนเราถ้ารักกันจริงๆคำสัญญามันไม่มีความหมาย เอาการกระทำในแต่ละวันดีกว่าที่เขาแสดงออกมา แค่นี้เราก็รู้สึกแล้วว่าเขารักเรา

   สิ่งที่ประทับใจต่อกันตั้งแต่คบกันมาจนถึงวันนี้
   ธันญ์:จริงๆ เราสองคนนิสัยต่างกันมาก เขาเป็นคนที่เรียบร้อยละมุน ส่วนผมเป็นคนลุยๆเถื่อนๆ แต่ด้วยการใช้ชีวิตเราเหมือนกัน เราเป็นคนเรียบง่ายเหมือนกัน ไม่ได้หวือหวา ไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย การอยู่ดูแลกัน
   ยุ้ย:อยู่กันแบบเรียบง่าย ไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน วันหนึ่งก็เป็นเหมือนเพื่อนคู่คิดร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน เราขอแค่นี้ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก

   อยากบอกอะไรกันและกัน
   ธันญ์: สิ่งที่ผมอยากบอกกับเขา ขอบคุณครับที่ทำให้ผมมีวันนี้ ทำให้ผมเจอความรักดีๆ เจอคนที่เรารัก และเขารักเราครับ
   ยุ้ย:ยุ้ยอยากจะบอกว่า ขอบคุณเช่นกันที่อยู่เคียงข้างยุ้ย ทั้งในวันที่สุขและวันที่ทุกข์ทำให้เรารู้สึกว่าความรักไม่จำเป็นต้องเป็นแค่คำพูดเท่านั้น แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ธันญ์ทำให้ยุ้ยเป็นการกระทำ ที่ทำให้รู้ว่ารักยุ้ยและเป็นห่วงยุ้ยจริงๆ นี่แหละมันคือเหตุผลที่ทำให้ยุ้ยตัดสินใจและคิดจะฝากชีวิตไว้กับเขาค่ะ