ข่าวข่าวในประเทศ 17 กันยายน 2561 เวลา 16:35

คดีพลิก!หลัง "เอิร์ก" กล้าถอดแว่นเผชิญสื่อแถลงปม "เก๋ ลาพรีม" ฆ่าตัวตาย โต้โกง14 ล.

ว่าจะไม่พูดแล้วเชียวแต่อดไม่ได้เลยนัดสื่อแถลงใหญ่เปิดหมดเปลือกปมพี่สาวคนสวย "เก๋ ลาพรีม"หรือ กันยกร ศุภการค้าเจริญ คิดสั้นฆ่าตัวตาย!!??

     หลังเกิดกรณีเศร้าสลดแถมปริศนาตามมาหลายจริงหรือเปล่า"เก๋  ลาพรีม" กันยกร ศุภการค้าเจริญ กินยากระโดดตึกกระโดดตึกดับเมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็เกิดกระแสตามมามากมายทั้งกระแสข่าวที่ว่ามีปัญหากับน้องสมมุติที่เคยใครๆต่างรู้ว่าสนิทกันมาก "เอิร์ก เลเดอเรอร์"ถึงขั้นเลิกคบ ทนไม่ไหว เขียนจดหมายฆ่าตัวตายและยังมีปมเงิน 14 ล้านบาท ต่อมาเอิร์กไปร่วมงานศพ"เก๋ กันยกร"ก็เจอดราม่าถล่มหาว่ากล้ามาก ด่าทอสาดเสียเทเสีย ตามมาด้วยการขุดคุ้ยต่างๆนานามากมายโยงสิ่งนี้ สิ่งนี้เข้ามาโดยที่ยังไม่มีใครรู้ถึงข้อเท็จจริงเรื่องของคนทั้งคู่ ด้าน"เชอรี่ สามโคก" อดีตเจ้าแม่หนังสยิว ซึ่งถือว่าสนิทกับเก๋ในระดับหนึ่งก็พูดสั้นๆแต่ชวนให้คนสงสัยเฉลยคนวางยาพิษนำทางสาวผู้อาภัพคิดสั้น  ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เตรียมเรียกทุกฝ่ายเข้ามาสอบรวมถึงเอิร์ก เพื่อหาบนสรุปชนวนการเสียชีวิต

    ตัดกลับไปที่เอิร์กวันนี้ 17 ก.ย.61 เจ้าตัวถอดแว่นตาดำ เดินขึ้นอาคารมาลีนนท์ วิก 3 พร้อมหอบหลักฐานเอกสารหลายสิ่ง ทั้งสัญญาเงินกู้ 14 ล.ที่ทำกับคนใกล้ชิดเก๋  ทั้งสัญญาหนี้ 2 ล้าน ทั้งไลน์การติดต่อกับสาวผู้อาภัพ ที่เป็นสิ่งยืนยันว่าทั้งคู่ไม่ได้เลิกคบ  แต่ยังติดต่อคบหาตลอดมา ไม่เคยสะบั้นสัมพันธ์ เคลียร์ทุกประเด็นดราม่าเจอตราหน้าหาว่าเป็นจำเลยสังคมทำร้ายคนที่รักได้ลงคอ และเปิดหมดเปลือกทั้งเรื่องเก๋ออกมานิยามความสัมพันธ์ว่าเป็น"น้องสมมติ" ว่าตอนแรกตนก็เสียใจแต่ไม่เป็นไร แต่ก็สงสัยว่าที่ LINE ติดต่อกันคุยกันมันคืออะไรเรื่องจริงก็คือไม่ได้เลิกคบกันแล้วก็ไม่ได้มานั่งแก้ตัวว่าจริงหรือไม่จริงปลอมหรือไม่ปลอม

    กับทางฝั่งคู่หมั้นของเก๋เอง เอิร์กเผยว่าก่อนหน้าตนก็ไม่เคยรู้จักพี่พ.มาก่อนเลย ก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์เป็นอะไรกับพี่พ.ด้วย

    ผู้สื่อข่าวถามว่าเก๋รู้จักกับพี่พ.ได้ยังไง เอิร์กเผยเก๋บอกว่าเก๋รู้จักกับผู้ชายคนนี้ และผู้ชายคนนี้ก็เคยจีบเธอตอนที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย

    สื่อถามต่อถึงเรื่องสินสอดบอกว่าสินสอดตนก็ไม่สามารถเอาไปได้ตอนนั้น จะว่าไปแล้วก็ใช้เงินกระเป๋าเดียวกันบัญชีเดียวกันมันก็อยู่ในบัญชีร่วมกันไม่ใช่ว่าเงินอันนั้นเป็นของเราคนเดียวมันก็ไม่ใช่

    ต่อข้อที่ว่าทำไมวันเผาพี่คนนั้นถึงไม่มาด้วยเธอบอกว่าตนก็แปลกใจเหมือนกันเพราะรายนั้นไม่มาเลยหลังจากงานวันที่ 2 ตรงนี้ตนว่าประชาชนน่าจะคิดกันได้ ส่วนเรื่องฉากกั้นงานศพตอนแรกทุกคนมองว่าตนเป็นคนสั่งฉากมากั้นเสร็จปุ๊บ  แต่หลังจากวันนั้นก็มีรายการช่อง 3 รายการหนึ่งไปสัมภาษณ์น้องชายของเก๋น้องชายคุณเก๋ก็บอกว่าไม่ใช่ตน พ่อกับแม่ของเก๋ก็มีการพูดคุยกันไม่ได้มีปัญหา แต่เรื่องที่มันเกิดขึ้นมันซับซ้อนมาก

    และเอิร์กเผยถึงเรื่องราวสลับซับซ้อนว่าเก๋มาบอกกับตนว่าให้ทำเสมือนทะเลาะกันเพื่อให้มีคนเข้ามา supportกับธุรกิจคลินิกเสริมความงามเก๋ดูแลอยู่ ตนก็เชื่อใจมาตลอดและเคารพการตัดสินใจของเก๋ที่บอกว่าเห็นตนหาเงินเหนื่อยก็บอกว่าไม่ต้องหาเงินอีกแล้ว สงสารก็จะหาทางช่วย support ก็เลยออกมาในรูปแบบนั้น 

    ฝั่งหุ้นส่วนของคลีนิกเสริมความงามรามอินทราก็โทร.บอกว่าให้เอิร์กออกจากตรงนั้น ไปเลย ตนทั้งเสียใจและงงมากๆกับเรื่องตรงนี้ แต่ต่อมาก็มีคนโทรมาบอกว่าระหว่างที่หุ้นแจ้งตน นั้นเก๋อยู่กับหุ้นส่วนด้วยกันก็โทรไปถาม แต่กลับได้ยินเก๋ส่งเสียงกรี๊ดตอบกลับพร้อมกับพูดว่า....ไม่มีใครเห็นหัวเลย ตนก็ตกใจจากความโกรธก็กลายเป็นเห็นใจสงสาร แล้วก็รีบขับรถกลับมาหาเก๋ แต่ปรากฏว่าพอมาถึงก็ไม่เจอมีคนบอกว่าเก๋ไปที่บ้านหลังนั้นแล้ว

    ต่อข้อที่ว่าครอบครัวของเก๋มีผลกับปัญหาทั้งหมดหรือไม่ตนไม่อยากพูดเดี๋ยวว่าจะเป็นการใส่ร้ายส่วนเรื่องเขาเจอแรงกดดันจากคู่หมั้นอะไรหรือเปล่า มีเล่าให้ฟังไหมก็เล่าตลอด ส่วนหลักฐานต่างๆก็สามารถตรวจสอบได้จริงๆ จากนั้นก็ยังบอกว่าในการทำธุรกิจคลีนิกดังกล่าวเก๋ไม่มีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจทุกอย่างในการทำกับธุรกิจตรงนั้นก็เหมือนโดนกดดัน  ตรงนี้ตนก็อยากขอให้ทุกคนถ้าอยากรู้ความจริงก็สามารถช่วยมาตรวจสอบ 

   สำหรับเหตุการณ์ที่ห้องไอซียู เอิร์กเล่าตนก็เจอหุ้นส่วน หุ้นส่วนก็ถามว่าทำไมมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ตนก็ย้อนกลับไปว่าต้องถามพี่สองคนมากกว่า ทำไมถึงมีเรื่องแบบนี้ ทำไมเก๋ไม่ตายตอนที่อยู่กับตนล่ะ  ตลอดเวลาที่แยกจากกันก็มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอดอันนี้คิดดูเองว่าเก๋ได้รับความกดดันจากใคร???? ทุกคนคิดได้ไหมและก่อนที่เธอจะเสียชีวิต 2 อาทิตย์ก็ยังแวะไปหาเอิร์กที่คลีนิค บางนาเลย ไปตรวจสอบหลักฐานวงจรปิดกันได้

    กับเรื่องจดหมายหรือข้อความที่บอกว่ามีเรื่องของคนใกล้ชิดเอาชื่อเก๋ไปต้ม ถ้าให้ตนมองในแง่ร้ายก็คือทำให้ตนเสียชื่อเสียง แต่ถ้ามองในแง่ดีก็มองว่าเก๋อาจจะจำเป็นต้องทำเพราะโดนแรงกดดันหรือเปล่า แต่ก็อย่าไปฟันธงและชีวิตนี้ไม่ต้องคิดว่าเก๋กับเอิร์กจะโกรธกัน ไม่มีทาง ทั้งคู่รักกัน

    และเอิร์กยังพูดถึงเรื่องที่ตนนั้นต้องใช้หนี้แทนแกอีก 2 ล้านเพราะว่าเก๋ไปยืมเงินจากลุงของเอิร์กมาใช้ในคดีกรต.แต่ในสัญญาเป็นชื่อเอิร์กกู้คนที่ 1 เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ตนก็ต้องใช้หนี้แทน

    มาถึงเรื่องหนี้เจ้าปัญหาจำนวน 14 ล้านที่ตกเป็นข่าว เอิร์กเผยเป็นเงินทำธุรกิจคลีนิคที่ทำร่วมกันแต่ตอนหลังต้องแยกกันไปๆมาๆกลายเป็นว่าต้องมีการเซ็นสัญญาการกู้ยืม ต้นโง่เองที่ลืมดูว่าเป็นหนี้บุคคลไม่ได้เซ็นเป็นหนี้บริษัทหรือคลินิกส่วนหนึ่งก็เพราะความไว้ใจด้วย ที่ผ่านมาก็ใช้ไปแล้ว 1 งวดก็ใช้ตรงตามเวลาไม่ได้ผิดคำพูดในสัญญาบอกว่าต้องจ่ายทุกสิ้นเดือนก็จ่ายไปแล้วงวดนึง แต่ตอนนี้ยังไม่ครบกำหนดที่จะต้องจ่ายอีกเขามาทวงก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

    มาที่เรื่องคดีความตนยินดีให้ตำรวจจัดการยินดีให้ขุด ส่วนเรื่องหนี้ที่เหลือให้ติดต่อผ่านทนายเรื่องนี้จะจบหรือไม่จบอะไรยังไงก็ไม่เกี่ยวข้องกับตนตนยืนยันว่าไม่ได้โกงใคร

    กับเรื่องรถลัมโบกินี่ก็ไปซื้อด้วยกัน เก๋เป็นคนเซ็นค้ำก็ต้องรู้ว่าจ่ายสดหรือเงินผ่อน กลับมารถเบนซ์ตนก็เป็นคนไปดาวน์ให้และเป็นคนผ่อนให้ เพิ่งจะมาให้เก๋ผ่อนต่อก็ช่วงหลังที่เก๋แยกมาอยู่กับครอบครัว ซึ่งเก๋ก็บอกว่าตนจ่ายเอง เอิร์กก็เห็นว่าเก๋ตัวแล้วก็ให้รับผิดชอบตรงนี้ไป ดังนั้นเรื่องที่จะมาขายย่อมเป็นไปไม่ได้เพราะว่ายังผ่อนไม่ครบ

    ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องจดหมายลาตายเก๋จะโดนบังคับให้เขียนหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่จริงๆถามว่าเก๋อยากฆ่าตัวตายไหม คิดว่าเก๋คงไม่อยากฆ่าตัวตายเพราะเก๋บอกเองว่าไม่อยากตายแต่เก๋อาจจะงงคือเก๋เป็นคนรวดเร็ว ส่วนข้อความในจดหมายขอไม่เปิดเผยส่วนจดหมายกับ Notebook อยู่กับใคร ตรงนี้ก็ไม่รู้  ฝั่งนักข่าวถามว่าอยู่กับคนนั้นหรือเปล่า เจ้าตัวบอกว่าพูดไม่ได้ความจริงก็อยากติดตามทุกอย่างเพราะว่าตอนนี้ก็ไม่มีอะไรจะเสียหาย ส่วน3ล้านที่ตนจ่ายไปถ้า Partner จะเรียกร้องก็ให้ไปเรียกร้องจากคนคนนั้น และก็ย้ำว่าตนก็ยังทำตามคำพูดที่พูดไว้สัญญาไว้คือจะดูแลส่งเสียครอบครัวของเก๋แทนเก๋และย้ำว่าคนอย่างเอิร์กไม่ทำร้ายเก๋แน่นอน

    อย่างไรก็ตามหลังจากที่เอิร์กเปิดใจถึงปมดารานางแบบอดีตนางงามจบชีวิตคิดสั้น ก็ได้มีผู้คนต่างก็คอมเม้นท์ดราม่ากันมากมาย มีทั้งเชื่อแล้วไม่เชื่อหาว่าสร้างภาพแล้วก็ยังหาว่าปลอมพร้อมกับข้อความรุนแรงในทำนองไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินได้ฟัง

    ในขณะเดียวกันก็ถือว่าคดีพลิก!!!!!เพราะมีคนส่วนใหญ่ส่วนหนึ่งเริ่มทำความเข้าใจ แยกแยะกับสิ่งที่ได้ยิน ได้ฟัง ตลอดจนมองทะลุว่าจริงๆ แล้วการที่เอิร์กมาแถลงต่อสื่อในวันนี้ปลอมหรือจริง??และได้โพสต์แสดงความคิดเห็นแชร์กระจายในโลกไซเบอร์  ก็ขอให้ทุกคนใช้วิจารณญาณในการเสพข่าว-ดราม่าละกัน