ข่าวข่าวในประเทศ 7 กันยายน 2561 เวลา 12:19

ผ่าชีวิต!!อดีตพระเอก "ทูน" ยิ่งกว่าละครหวิดฆ่าตัว!หย่าเมียในวัยดึก

ชีวิตดราม่ารันทดหดหู่ แต่บางช่วงดูตื่นเต้น ยิ่งกว่าละครไปอีกสำหรับอดีตพระเอกรุ่นใหญ่วัยดึกแต่ยังซู่ซ่าๆ "ทูน หิรัญทรัพย์" ที่เปิดอกรับ เคยโดนโรคซึมเศร้าเล่นงานอย่างหนัก ถึงขั้นคิดสั้นกันเลยทีเดียว หนำซ้ำเจอกระแสเม้าท์แรงว่าเขาเจ้าชู้ตัวพ่อ จนต้องหย่ากับภรรยา ล่าสุดเจ้าตัวมาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง one31 อย่างเผ็ดพูดเลย

     สมัยก่อนเป็นคนแรกในวงการบันเทิงที่ใช้คำว่า "คาสโนว่า" จริงไหม?
     ทูน : คือสมัยก่อนต้องบอกว่าในประเทศไทยเนี่ย การถูกเนื้อต้องตัวไม่ได้ เพราะประเพณีคนไทยถือว่าเป็นเรื่องแปลก แล้วด้วยความที่เราเป็นเด็กหัวนอก เขาอาจจะคิดว่าเราเฟรนลี่เกินไป คิดแบบฝรั่งเกินไป ก็เลยอาจจะมองว่า เป็นคนเจ้าชู้ แต่ยุคนี้เป็นเรื่องธรรมดาแล้ว

     มีข่าวว่า "หย่ากับภรรยาที่คบกันมา 30 ปี" เกิดอะไรขึ้น?
     ทูน : จริงๆการใช้ชีวิตคู่ประมาณปีที่ 2-3 ก็จะรู้แล้ว ว่าคู่ที่เราเลือกมาเป็นยังไง อะไรต่างๆเริ่มชัดเจน แล้วอาจจะเป็นเพราะว่าเราถูกอบรมมาตั้งแต่เด็กๆว่าเราต้องเป็นสุภาพบุรุษ เอาชีวิตใครมาแล้วก็ต้องดูแลเขา พอเราเริ่มชีวิตครอบครัวแล้วเราก็ต้องดูแลให้เต็มที่ อีกอย่างนึงคือเราก็เป็นคนรักลูก ก็กลายเป็นว่าเราต้องอยู่เพื่อลูกด้วยกัน แล้วก็อยู่กันมาเรื่อยๆจนถึงเวลาหนึ่งที่ลูกโตแล้ว ก็เลยต่างคนก็อยากจะใช้ชีวิตแบบอิสระ คือต่างคนต่างเข้าใจว่าถ้าอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุข มันก็จะทำให้จิตใจเราไม่ค่อยดี เพราะฉะนั้นดีที่สุดคือถ้าเราอยู่ห่างกันแล้วยังมีความสุขแบบนี้น่าจะโอเคกว่า

     เห็นบอกว่าตอนไปหย่า ลูกเป็นคนพาพ่อกับแม่ไป ใช่ไหม?
     ทูน : ใช่ครับ คือจริงๆแล้วลูกๆนี้อยู่ในเหตุการณ์เห็นคุณพ่อคุณแม่ร้องเพลงใส่กันตลอด(หัวเราะ) เขาก็เลยบอกว่าถ้าอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุข ก็ควรจะเดินคนละทางหรือแยกกันอยู่อะไรแบบนี้ แล้วเราก็คิดว่า อันนี้อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดก็ได้ เพราะว่าสุขภาพจิตของลูกๆก็สำคัญมากกว่าของพวกเรา

     ตอนนี้ถือว่าชีวิตนิ่ง และมีความสุขที่สุดไหม?
     ทูน : ถามว่านิ่งไหม ไม่นิ่งครับ เพราะว่า 7 8 ปีที่ผ่านมา พอเราอยู่ที่ออฟฟิศ ทำงานอย่างเดียว เราก็จะเห็นเป้าหมายของชีวิตเราได้ คือสร้างอะไรใหม่ๆ มีนวัตกรรมด้านความคิดใหม่ๆเกิดขึ้น เราก็เลยลุยตรงนี้อย่างเดียวเลย

     งั้นแสดงว่า การหย่าเกิดขึ้นมานานแล้ว?
     ทูน : ใช่ครับ ผ่านมา 10 กว่าปีแล้วครับ คือถ้ามีการหย่าเกิดขึ้น คนที่เสียหายที่สุดไม่ว่าจะสังคมไหนก็แล้วแต่ คือฝ่ายผู้หญิง งั้นทำยังไงไม่ให้เขาเสียหาย ก็ต้องเก็บไว้เงียบๆ แต่พอมาช่วงนี้คนก็อาจจะสังเกตเห็นว่าเราไม่ได้ไปแบบครอบครัวเหมือนสมัยก่อน ก็เลยมีคำถามเกิดขึ้น เราก็เลยต้องบอกความจริง

     "หย่า" เพราะค้นพบตัวเองว่าเป็นเกย์หรือเปล่า?
      ทูน : จริงๆข่าวนี้มีตั้งแต่หนุ่มๆแล้วครับ เพราะเราเป็นพระเอกที่ไม่ได้เล่นกล้ามหรือมีหน้าอก สรีระเราไม่ได้แมน เป็นพระเอกสำอาง คนก็เลยคิดว่าเราอาจจะเป็นก็ได้ จริงๆแล้วเรื่องพวกนี้ในวงการเป็นเรื่องธรรมดามาก ผมมีเพื่อนเกย์เยอะมาก ทั้งที่เป็นดารานักแสดงและนอกวงการด้วย แต่ผมไม่ได้เป็นครับ

     จริงๆแล้ว เป็นคนเจ้าชู้ หรือเปล่า?
     ทูน : เราเป็นคนชื่นชม กับทุกๆคนนะ ชื่นชมกับความหล่อ ชื่นชมกับความสวย เราไม่กีดกั้นอะไรความคิดใหม่ๆ ถามว่าเป็นคนเจ้าชู้ไหม ผมเป็นคนชอบมองของสวยๆงามๆมากกว่า และเป็นคนที่จีบผู้หญิงไม่เป็น เพราะฉะนั้นจะเป็นคนเจ้าชู้ได้ยังไง

     ตั้งแต่เป็นพระเอกมา ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหาพร้อมกันมากที่สุดกี่คน?
     ทูน : มันมี 2 วัย คือวัยที่เด็กไปเลยกับผู้ใหญ่ คือวัยเด็กเราไม่ยุ่งอยู่แล้ว ต่ำกว่า 11 เพราะมันผิดกฎหมาย คือสมัยก่อนจะเป็นเด็กนักเรียนที่แบบมาขอลายเซ็นต์อะไรแบบนี้ อีกกลุ่มนึงก็คือโตไปเลย 40-50 ขึ้น ซึ่งตอนนั้นเราอายุประมาณ 20 กว่าๆ เราก็คิดว่าอายุเยอะกว่าเรา จะไหวไหม ก็ประมาณนั้น

     ทั้งที่ชีวิตมีแทบทุกอย่าง ทำไมถึงเป็น "โรคซึมเศร้า" เกิดขึ้นได้ยังไง?
     ทูน : คือไม่ใช่ทุกคน ที่ชีวิตจะประสบความสำเร็จ มันก็ต้องมีการเดินไปแล้วล้มบ้าง การที่เฟลครั้งหนึ่งในชีวิต มันทำให้เราแบบ เฮ้ย!เกิดอะไรขึ้น ทำไมชีวิตครอบครัวเราเป็นแบบนี้ เราจะต้องมีใหม่ไหม ทุกอย่างมันถาโถมเข้ามา แล้วเราจะเอายังไงดี มันก็สับสน มันก็เลยเกิดเป็นคำว่าโรคซึมเศร้าขึ้น เพราะเราอยากหนีไปเลย อยากมีโลกใหม่อีกใบ อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ ตอนนั้นก็ดื่มเหล้าหนัก ดื่ม 10 กว่าชนิด ก็น็อคไปเลย หลังจากนั้นก็รู้ลิมิตตัวเองว่าเราสามารถดื่มได้แค่ไหน

     ถึงขนาดเคยคิด "ฆ่าตัวตาย" ด้วยใช่ไหม?
     ทูน : หลังจากนั้นมันก็หนักขึ้น ก็คิดทำร้ายตัวเอง เพราะชีวิตคนเราช่วงนึงมันจะต้องมีช่วงดรอป ช่วงที่มันตกมากๆเราก็ไม่รู้จะทำอะไร คิดว่าถ้าเราไม่อยู่ปัญหาทุกอย่างมันก็จะหายไป นั่นเป็นเพราะไม่มีคนคุยด้วย จะคุยกับภรรยา คุยกับลูกก็ไม่ได้ เพราะเราเป็นผู้นำ เราก็จะไม่กล้าคุย ไม่กล้าเปิดอกกับคนที่เราเลี้ยงดูเขาอยู่ ถึงขนาดหาวิธีที่ตายง่ายๆโดยไม่เจ็บตัว ที่มาเปิดเผยเพราะไม่อยากให้คนอื่นเป็นแบบเรานะ ถ้าเกิดมีอาการแบบนี้ให้รีบคุยกับใครสักคนนึง เดี๋ยวนี้หลายๆโรงพยาบาลก็มี Call Center สมัยก่อนคนจะคิดว่าการไปหาหมอจิตแพทย์เป็นโรคจิตหรือเปล่า มันไม่ใช่นะ

     จุดไหนที่รู้สึกตัวแล้วทำให้กลับมาเป็นปกติ?
     ทูน : คือตอนที่เราอยู่บนดาดฟ้ายอดตึก ที่สูงประมาณ 40 กว่าชั้น แกล้งบอกเขาว่าจะขึ้นไปดูโลเคชั่นถ่ายหนัง ระหว่างทางก็คิดตลอด จะทำดีไหม มันก็มีความคิดหนึ่งแว่บเข้ามา คือคำว่า หนูอยากให้ป๊าอยู่ให้ถึงเห็นหนูวันรับปริญญา มันก็เลยได้สติมา แล้วก็อยากจะอยู่ให้ถึงวันนั้น ก็ตัดสินใจไปพบจิตแพทย์ เพราะฉะนั้นอย่างที่บอกว่าเราคุยกับใครไม่ได้ ก็มีการให้ยาแล้วก็อะไรต่างๆ แล้วก็คุยกับเรา เราก็เลยได้รู้ว่าถ้าเราได้คุยหรือสื่อสารอะไรกับใครสักคน เป็นการระบายชนิดหนึ่ง เป็นการบอกความลับความนึกคิดของเราออกมาโดยที่เราไม่เคยปรึกษากับใคร เพราะฉะนั้นถ้าใครมีความคิดแบบนี้ ท้อใจหรืออะไรสักนิดนึง ให้โทรไปหาจิตแพทย์ได้เลย เขาจะช่วยหาทางออกให้เรา แต่ว่าเราต้องเลือกเอง เขาจะให้ Choice เรามา แล้วเราก็ต้องเลือกเพื่อหาทางออกให้กับตัวเองครับ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ