ข่าวข่าวในประเทศ 21 สิงหาคม 2561 เวลา 19:33

"กานต์-อีฟ" เปิดใจถึงภารกิจพา "เสก" เข้ารักษา "เสือ" เผยเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด

จูงมือกันมาเปิดใจในรายการ “คุยแซ่บ Show” เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ (21 ส.ค.) สำหรับ “กานต์ วิภากร” อดีตภรรยา “เสก โลโซ” ลูกชาย “เสือ” เสฏกานต์ ศุขพิมาย, “อีฟ อภิสร์ญา” และ “บี” อดีต ลูกน้องของ “เสก โลโซ” โดยทั้งหมดมาเปิดใจเล่าถึงภารกิจการพาตัวนักร้องหนุ่มไปพบแพทย์ เพื่อรักษาอาการไบโพลาร์ เพราะเกรงว่าถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้นักร้องหนุ่มอาจจะถึงขั้นฆ่าตัวตายได้ โดยทั้งหมดเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า

     เสือ : เราคุยเรื่องนี้มาสักพักแล้ว แม่มาคุยว่าพ่อต้องการรักษา ปล่อยอยู่เฉยๆ ไม่ได้ อาจถึงขั้นฆ่าตัวตาย

     กานต์ : จิตแพทย์ลงความเห็นว่านี่คือไบโพลาร์ขั้นสุดท้าย อาจถึงขั้นฆ่าตัวตาย ตอนแรกกานต์ไม่ได้สนใจ แต่พอไลฟ์มาสัก 2-3 วัน แฟนคลับมาบอกว่า เป็นห่วง มาเปิดดูก็ ไม่ปกติจริง ก็ปรึกษาน้องเสือเพราะเสือจะกลับอเมริกาแล้ว ถ้ากลับแล้ว ก็ไม่มีใครทำอะไรได้ เพราะเสือเป็นลูกชาย และเป็นเจ้าของบ้าน บรรลุนิติภาวะแล้ว สามารถเซ็นอะไรได้ และเข้าออกบ้านได้ ตอนแรกว่าจะไม่ช่วย แล้วรอให้เสือกลับมาช่วยตอนธันนวาคม ก็มานั่งนับว่า 3 เดือนกว่า จะทันหรือเปล่า

     กานต์ : คนมาด่ารับได้ แต่คนมาบอกเป็นตัวตลก เรารับไม่ได้ เพราะเค้าเป็นถึงร็อคสตาร์ต้นๆ ของเมืองไทย ที่เป็นแบบนี้เพราะไบโพลาร์ ที่กานต์หย่ากับเค้าเพราะเค้าเป็นแบบนี้ ใครเป็นโรคนี้ ทำให้คนรอบข้างลำบากไปด้วย ล้าไปด้วย สมัยก่อนก็หนัก แต่ไลฟ์สดมาราธอนเพิ่งจะมา อาการร้ายแรงคือ เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็ร้าย มาตบตี รู้ว่าเป็นไบโพลาร์แต่ก็โกรธ

     เสือ : เสือไม่รู้ว่าคนที่เป็นไบโพลาร์รู้สึกอย่างไร ก็พยายามเข้าใจ เค้าด่าคน ผมคุยกับคุณโอ๊ค เค้าเข้าใจว่าเค้าป่วย ก็ไม่ได้โกรธอะไรผมไม่ได้คุยกับพ่อมาเกือบ 3 เดือนแล้ว รู้เรื่องคุณพ่อไลฟ์มา 3-4 วันนี้เอง ผมไม่ได้ติดตามสื่อ หรือเฟซบุ๊กของพ่อ พอรู้จากข่าวแล้วก็ตกใจ ว่าพ่อไลฟ์สดไม่ได้หลับไม่ได้นอน มากสุด 2 ชั่วโมง ผมก็งงว่าหลับได้อย่างไร อาทิตย์นึง 2 ชั่วโมง ครั้งที่แล้วผมไปเจอเค้าตอนที่กลับมาจากอเมริกา เห็นเค้าดูโทรม ไม่ปกติ บ้านเละๆ ขี้หมาฉี่หมาเต็มเลย ไม่มีคนทำความสะอาด ผมไลน์ไปหาเค้าก็ไม่ตอบ ผมก็ไม่มีอารมณ์ ผมไม่รู้ว่าพ่อเป็นไบโพลาร์ที่อารมณ์ขึ้นขนาดนั้น โรคไบโพลาร์ทำให้พ่อคิดว่าจะมีคนมาทำร้ายเค้า ทำให้พ่อเอาโซ่มาล่ามประตูบ้าน ไล่คนออกหมด มีแค่อีฟ ที่ไม่ได้อยู่ประจำ

     กานต์ : เค้ารู้ตัวว่าเป็นโรคไบโพลาร์มาเป็น 10 ปี แล้ว ถ้าเค้าไปรักษาก็ไม่เป็นแบบนี้ เค้าต้องกินยาตลอดชีวิต ตอนแรกไม่เข้าใจก็โพสต์ว่าอย่ามาอ้างว่าเป็นไบโพลาร์

     เสือ : ผมรู้ว่าเค้าอาการหนักก่อนที่เค้าไลฟ์ แต่ตอนที่เจอเค้า เค้าก็มาเล่าเรื่องหลอนๆ ก็รู้ว่าไม่ปกติ เค้าไม่ปกติแล้ว เค้าต้องรักษาจริงๆ พอมาดูไลฟ์ก็รู้ว่ามันหนักจริงๆ ตอนแรก ไม่รู้จะทำยังไง ถ้าบอกให้ไปรักษาเค้าก็ไม่ไปอยู่แล้ว ต้องทำเป็นขบวนการ มีเสือ แม่ คุณอีฟ และบี

     กานต์ : เพิ่งคุยกับอีฟตอนไปโรงพยาบาล เรื่องของเรื่องคือจากไลฟ์สด แฟนคลับก็มาขอให้ช่วยเสก แต่ตอนแรกจะไม่ยุ่ง แต่อีฟทักมาให้ช่วย ตอนแรกจะมาช่วย เพราะไปช่วยก็โดนด่า ไม่ช่วยก็โดนด่า แต่พอไปดูไลฟ์ ก็เห็นว่าแบบนี้ไม่ใช่แล้ว เลยต้องช่วย ครั้งแรกวันที่ 16 ส.ค. ไม่สำเร็จ แล้วสำเร็จวันที่ 18 ส.ค. เราเตรียมทุกอย่างหมดแล้ว เอาคนเอารถไปครบหมดแล้ว

     เสือ : เอารถไปแล้วเค้าไม่ได้ ยามไม่ให้เข้า เข้ามาป้อมยาม ยามต้องโทรมาหาพ่อก่อน ยามบอกว่าเค้าไม่ได้ ต้องโทรไปก่อน ผมรู้ว่า ถ้าพ่อรู้พ่อไม่ให้เข้า

     กานต์ : อีฟรอส่งซิก เปิดประตู แต่ยังเข้าไม่ได้ ยามไม่ให้เข้าเลยต้องถอยทัพ ก็เลยต้องมาใหม่ วันที่ 18 ส.ค.

     เสือ : ก่อนเข้าไปเราคุยกับหัวหน้ายาม คุยกับนิติให้ทางโล่ง

    กานต์ : ตอนนั้น เสกไลฟ์บอกให้มูลนิธิมารับเงินบริจาค แต่มูลนิธินั้นไม่มา เราก็สวมรอยเป็นมูลนิธินั้นเข้าไป 6 คน รถ 1 คัน ตอนแรกก็มีอุปสรรค กานต์ก็ดูไลฟ์ไปเรื่อยๆ เสกก็ให้รถเข้าไปได้

     เสือ : ก็ตื่นเต้นมาก ผมไม่กล้าดูไลฟ์

     บี : ตอนแรกไม่สำเร็จ แต่อีฟมาบอกว่า อยากให้เสกไปรักษา มาขอร้องบอกให้พาไปรักษา วันที่ 18 ก็วุ่นวายพอสมควร กว่าจะได้เข้า เพราะทางหัวหน้า รปภ. เค้าให้เข้าแล้ว แต่ยามที่หน้าหมู่บ้านไม่ให้เข้า ในรถมีผู้ชาย 5 คน

     กานต์ : สุดท้ายต้องใช้กำลัง เห็นอีฟบอกว่าขัดขืน พอจะขึ้นรถก็ถีบไม่ยอมขึ้น สุดท้ายสู้ไม่ได้ก็ต้องยอม กานต์ยังไม่ได้เจอ ไม่ได้บอกว่าเป็นเรา น้องเสือก็ไปเซ็น แต่ยังไม่ได้เจอ

    เสือ : เค้าไปโรงพยาบาล ผมก็ตามไปด้วย แต่เค้ายังไม่ได้เจอเรา ยังไม่ได้เจอตัวต่อตัว ตอนนี้ก็ยังเสือสงสารพ่อเพราะเค้าต้องไปอยู่โรงพยาบาล ใครก็ไม่อยากไปอยู่โรงพยาบาล เหมือนเราอ่อนแอ ตอนนั้นที่ไม่กล้าดูไลฟ์เพราะกลัวพ่อถูกทำร้าย

    กานต์ : ส่วนตัวมองว่าเสกเคยใช้ยาเสพติดมานาน 10 ปี จึงอาจกระทบกับสมอง แต่เมื่อวานคุยกับหมอไม่พบสารเสพติด อาการจึงน่าจะมาจากโรคไบโพลาร์แน่นอน ซึ่งโรคนี้อันตรายมากๆ ต้องพบแพทย์เพื่อรักษา ส่วนตัวเชื่อว่าเสกหายได้ หากกินยาต่อเนื่องและไปพบหมอ เย็นนี้จะไปเยี่ยมเสก โดยกานต์ เสือและอีฟ จะเดินทางไปเยี่ยมเสกที่โรงพยาบาลด้วยกัน ไม่รู้อีฟอยู่ได้อย่างไร

    เสือ : เจอหน้าพ่ออยากจะถามเป็นอย่างไรบ้าง และบอกว่าเรารักพ่อจริงๆ อยากจะบอกว่าการช่วยเหลือครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในการช่วยเหลือ

    เสือ : น้องอีก 2 คนคงไม่รู้เรื่องอะไร และไม่อยากให้เรื่องนี้ไปกระทบกับน้อง เรื่องนี้อยากให้เสือกับแม่และพ่อจัดการ โดยทุกคนรักพ่อและอยากให้พ่อกลับมาเป็นเสก โลโซคนเดิม สิ่งที่เราทำตอนนี้เป็นความหวังดี ไม่ได้อยากให้พ่อเจ็บปวด แค่อยากพาไปรักษาตัว ขอพ่ออย่าโกรธ

    อีฟ : อีฟติดต่อไปยังพี่อีกคน และประสานไปยังคุณบี เพื่อช่วยเหลือเสก เพราะตอนนั้นอาการเสกหนักมาก และต้องเข้ารับการรักษา โดยอาการและอารมณ์หนักมาก ซึ่งตื่นเต้นตลอดการพาเสกไปโรงพยาบาล โดยตอนแรกที่รถพยาบาลมาจอดหน้าบ้าน ได้ให้น้องอีกคนไปเปิดประตูและมีทีมล็อกตัว 3 คนเข้ามา ซึ่งจังหวะนั้นได้ปีนหน้าต่างไปบอกว่าเสกตอนนี้ไลฟ์อยู่ ก่อนเดินไปปิดไลฟ์ จากนั้นทีมล็อกตัวเดินเข้าไปทำทีขอถ่ายรูป อ้างตัวเป็นทีมรับบริจาค จากนั้นได้ล็อกตัวเสก โดยเสกขัดขืนและถามใครส่งมา ซึ่งเหมือนเสกรออยู่แล้วว่าจะมีคนมาพาตัวไป ตลอดเส้นทางไปโรงพยาบาล อีฟอยู่ข้างเสกตลอด ไม่เช่นนั้นเสกไม่ยอมขึ้นรถมาด้วย จนถึงตอนนี้เสกยังไม่รู้ว่า อีฟ กานต์และเสือช่วยกันวางแผนนำตัวส่งโรงพยาบาล

 

Siamdara
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ