ข่าวข่าวในประเทศ 13 สิงหาคม 2561 เวลา 17:42

"ฟอร์จูน"สวยสดใส ครบเครื่องเปล่งประกายดาวรุ่งพุ่งแรง รับปลื้มพระเอกคลาสสิค

หากจะพูดถึงเหล่าดวงดาราในวงการบันเทิงในปัจจุบันนี้ ต้องบอกเลยว่ามีความแตกต่างจากเมื่อก่อนมาก แทบจะเรียกได้ว่ามีดาราหน้าใหม่เกิดขึ้นมาในวงการแทบทุกวัน แต่สิ่งสำคัญในการทำงานและปรับตัวในแวดวงนี้คืออะไรที่จะทำให้ประสบความสำเร็จและมั่นคงในอาชีพนี้? ที่ใครๆก็อยากเป็น

     วันนี้เราจะพาไปเปิดใจคุยแบบเจาะลึกแบบสบายๆ กับอีกหนึ่งดาราสาวดาวรุ่งที่เปี่ยมไปด้วยความสวย สดใส มากกว่านั้นคือฝีมือและแนวคิดที่บอกเลยว่าแจ่มไม่แพ้กับหน้าตาของเธอกันเลยทีเดียว ซึ่งนักแสดงสาวที่กำลังกล่าวถึงนั้นก็คือ "น้องฟอร์จูน" กนกกาญจน์ จุลทอง สาวสวยเก่งเปร่งประกายสะดุดตาตั้งแต่แรกพบ โดยเธอฝากผลงานให้แฟนๆได้ติดตามมาแล้วมากมายทั้งงานละครและงานโฆษณา

     ครั้งนี้เธอมาร่วมพูดคุยถึงเรื่องราวตั้งแต่แรกเริ่มก่อนเข้าวงการ จน ณ ตอนนี้เธอทำงานที่เธอรักและใฝ่ฝันมานานร่วม 5 ปี ซึ่งแน่นอนว่ามีมุมมองต่างๆมาแชร์และแบ่งปันอย่างเต็มอิ่ม รวมไปถึงไลฟสไตล์ที่ไม่มีใครเคยรู้ ซึ่งสยามดาราจะพาไปเจอะลึกแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ พร้อมแล้วไปลุยกันเลย..

     จุดเริ่มต้นของงานในวงการบันเทิงเป็นมาอย่างไร?
     "เริ่มแรกจาการประกวดโครงการหนุ่มสาวจัดฟันเป็นโอกาสให้กับหนุ่มสาวที่จัดฟันเป็นเวทีแรกที่เราชนะแล้วก็เลยได้ถ่ายแบบกับมาริโอ้ค่ะ ซึ่งก็เรียกได้ว่าเป็นก้าวแรกที่ทำให้เราได้เริ่มต้นและรู้จักวงการบันเทิง"

     ส่วนตัวแต่เริ่มเดิมทีเป็นคนกล้าแสดงออกตั้งแต่เด็ก?
     "ตอนเด็กๆก็เป็นเด็กที่กล้าแสดงออกชอบทำกิจกรรมกับโรงเรียนนี้จะเป็นเด็กกิจกรรมที่มากกว่าสายคณิต-อังกฤษค่ะ เหมือนเราก็ค่อยค่อยศึกษาค้นพบตัวเองค่ะเราได้มีโอกาสไปสอบตรงที่ มศว.ประสานมิตรคณะศิลปกรรมศาสตร์เอกการแสดงและการกำกับการแสดง"

      เรียนการแสดงมาเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว?
     "ที่จูนเรียนจะเน้นเป็นการแสดงละครเวทีมากกว่านี้ แต่ว่าสายงาน ปัจจุบันที่เราทำจะเป็น การแสดงละครโทรทัศน์มากกว่านี้ซึ่งการทำงานค่อนข้างแตกต่างกันเลยทีเดียวค่ะไม่ว่าจะเป็นทางด้านแอ็คติ้งเทคนิคต่างๆท่วงท่าต่างๆอย่างเช่นละครเวทีเราต้องส่งไปถึงคนดู ซ้อมตั้งแต่เริ่มแรก ทำเป็นกระบวนการตั้งแต่เวิร์คช็อปครั้งแรกเลยค่ะ ถ้าอย่างละครโทรทัศน์เหมือนที่ทุกคนได้ชมกันเราไม่ได้ถ่ายต่อเนื่องไงคะอารมณ์มันก็จะตัดกันไปเพราะฉะนั้นเราก็ต้องทำการบ้านหนัก ซึ่งมันก็ยากคนละแบบค่ะ"

     จากนั้นก็ได้มาเล่นละครกับทางช่อง 3 ?
     "หลังจากนั้นก็ได้รับโอกาสให้ได้มาลองงานละครเรื่องแรกเลยก็ลูกทาสค่ะ รับบทเป็นคู่หมั้นพี่หนุ่มศรราม ก็จะร้ายๆหน่อยซึ่งถือว่าเล่นยากเหมือนกันแอบเกร็งนะเพราะเรื่องแรกก็เจอพี่หนุ่มเลย แต่พี่เขาใจดีค่ะคอยช่วยบอกช่วยแนะนำเราตลอด เรื่องนี้เรียกว่ายากในตัวบทมากกว่าค่ะ"

     สังกัดกับค่ายทีวีซีนตั้งแต่เริ่มงานแรก?
     "ใช่ค่ะ ก็อยู่กับค่ายทีวีซีนมาตั้งแต่ต้นเลยค่ะ"

     ร่วมงานกับ "พี่ปิ่น" ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์ รู้สึกยังไงบ้าง?
     "คือตั้งแต่เข้าวงการมาก็อยู่กับอาปิ่นมาตลอด 5 ปีได้รับโอกาสได้เล่นบทหลากหลายแบบเหมือนกันนะคะ เป็นมาหมดแล้วตั้งแต่นางเอกเพื่อนนางเอกยันคนใช้เลย มันก็สนุกและแปลกดีค่ะ อาปิ่นก็คอยสอน และเรื่องวินัยอาปิ่นจะซีเรียสเรื่องนี้มาก เพราะทำงานกับคนหมู่มาก แล้วเราก็ต้องเป็นตัวอย่างให้กับสังคมด้วย"

     ผลงานเรื่องไหนที่คิดว่าทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น?
     "ก็น่าจะเป็นเรื่องพ่อยุ่งลุงไม่ว่างค่ะ รับบทเป็นพี่น้องหนู เรียกว่าตัวละครนี้ค่อนข้างที่จะน่ารักมีความเผือกเรื่องชาวบ้านจะเป็นพี่เลี้ยงน้องที่คอยดูแลเด็กและแต่ในขณะเดียวกันเราก็สืบเรื่องราวให้พระเอก ซึ่งจูนคิดว่าคนน่าจะจำตัวละครเรื่องนี้ได้มากเพราะเป็นตัวละครสนุกๆมีสีสันดีค่ะ"

     ตั้งแต่ที่ได้ทำงานร่วมกับศิลปินคนอื่นๆ มีคนไหนที่รู้สึกประทับใจเป็นพิเศษ?
     "ยกให้เป็นพี่หนุ่มศรรามค่ะ เพราะเป็นคนแรกที่เราได้เล่นด้วยเลย แล้วเราเป็นน้องใหม่ เราก็จะรู้สึกเกร็งๆ เพราะพี่หนุ่มเขาระดับพี่หนุ่มศรรามอ่ะเป็นพระเอกตั้งแต่เรายังเด็กๆ มันก็จะมีความกดดันที่ว่าเราจะเป็นตัวถ่วงเขาไหมทำให้เขาเสียเวลาหรือเปล่าแต่ว่าโชคดีที่พี่หนุ่มเขาน่ารักเราก็เลยผ่านไปด้วยดี"(หัวเราะ)

     แล้วมีไอดอลในดวงใจเป็นใครกัน?
     "ไอดอลในดวงใจในเรื่องของการทำงานก็เป็นพี่แอน ทองประสมค่ะเพราะก่อนหน้านี้พี่เขาก็เป็นนักแสดงเบื้องหน้าเหมือนกัน พอตอนนี้พี่เขามาเป็นผู้จัดทำงานเบื้องหลังเราเห็นการทำงานของพี่เขา รู้สึกเลยว่าเขาเก่งสามารถทำได้ทั้งสองอย่างแล้วทำได้ออกมาดีด้วยเลยรู้สึกชื่นชมพี่แอนมากๆค่ะ"

     ได้ข่าวว่าตอนนี้เป็นนักแสดงอิสระ?
      "ใช่ค่ะ ตอนนี้ก็เรียกว่าเป็นนักแสดงอิสระ เหมือนพอเราโตขึ้นเราก็อยากที่จะลองในการทำงานหรือหาประสบการณ์ใหม่ๆ บ้าง ว่าการทำงานกับค่ายอื่นมันเป็นยังไง ตอนแยกออกมาเป็นนักแสดงอิสระอาปิ่นก็บอกว่าไม่เป็นไร เพราะว่าโตแล้วคนเราต้องมั่นใจว่าสามารถไปต่อได้เราก็แอบใจหายเพราะอย่างที่บอกอยู่ด้วยกันมานาน เราก็รู้สึกผูกพัน"

     รู้สึกยังไงบ้างหลังจากที่ออกมารับงานอิสระ?
     "พอมาเป็นนักแสดงอิสระก็แอบเหวงๆ หน่อยค่ะ แต่ว่าเราก็โตขึ้นเราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นบวกกับเราได้ทำงานได้ประสบการณ์แล้วเราค่อนข้างที่จะตั้งใจและลองพิสูจน์ก้าวเดินต่อไปจะเป็นยังไงก็ลองดูค่ะ"

     การรับงานแตกต่างไปไหม?
     "พอมาเป็นนักแสดงอิสระเวลาเราจะเลือกรับอะไรก็ค่อนข้างที่จะยากค่ะ เพราะว่าเราก็อยากจะรับบทแบบไหน เราต้องลองเสี่ยงลองดูข้างหน้าว่าเราจะได้รับโอกาสแบบไหนแล้วก็ลองทำงานกับตัวละครนั้นนั้นดีกว่า อย่างล่าสุดที่ฟอร์จูนถ่ายละครพ่อยุ่งลุงไม่ว่างก็รับบทเป็นพี่น้องหนูที่เพิ่งจบไปตอนแรกก็ไม่คิดว่า จะเป็นตัวละครหนึ่งที่เรารู้สึกรักมันจะมีความน่ารักมีความซับซ้อนของตัวละครมีความแตกต่างกันไป คือทุกตัวละครมีเสน่ห์ในตัวของมันอยู่ที่ว่าเราต้องหาให้เจอว่ามันอยู่ตรงไหนแล้ว ก็แสดงให้คนรับรู้ ก็เลยรู้สึกว่ารักตัวละครตัวนี้มากๆค่ะ"

     มีค่ายอื่นๆติดต่อมาแล้วรึยัง?
     "ก็จะมีร่วมงาน "Prince of Zodiac The Reality" เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระเอกนางเอก 12 ราศีจะเป็นเรียลลิตี้ให้ทุกคนได้โหวตกันว่าพระนางเรื่องไหนจะให้ใครเป็นใครอันนี้ก็จะสนุก เพราะอันนี้เขาเอามาจากนิยาย ก็อยากให้ติดตามเรื่องนี้ก็จะสนุกค่ะใครอยากจะจิ้นๆ เกาหลีๆหน่อยก็ต้องเรื่องนี้เลยค่ะ"

     นอกจากงานละครแล้วสนใจงานอื่นๆด้วยไหม?
     "จริงๆ ก็สนใจนะคะ ตอนนี้ก็มีงานติดต่อมาบ้าง แต่ถ้าอย่างงานเซ็กซี่ติดต่อเข้ามาเราก็จะแบบขอพักก่อนเพราะรู้สึกว่าคาแรกเตอร์เราไม่เหมาะกับงานด้านนี้คือได้นิดหน่อยแต่ถ้าจะมาแบบถ่ายชุดว่ายน้ำชุดฉันไหนแบบนี้เราคงไม่สะดวกพักก่อน เรารู้สึกเขิน (หัวเราะ) แต่ถ้าสปอร์ตก็น่าจะพอได้ค่ะ"

     จริงๆแล้วนิสัยเราเป็นคนยังไง?
     "สไตล์ส่วนตัวเป็นคนที่ ง่ายง่ายเสื้อยืดกางเกงยีนส์บางทีรองเท้าแตะก็มี มีความสุขกับอะไรง่ายๆ ได้กินของอร่อย ได้ไปเที่ยวได้ไปพักผ่อนแค่นี้ก็เป็นความสุขแล้ว และที่สำคัญก็ได้ทำงานที่เรารักเราชอบแค่นี้เองค่ะ"

     เห็นว่ารักในการออกกำลังโดยเฉพาะการวิ่ง?
     "ใช่ค่ะ ก็จะไปวิ่งตามงานวิ่งต่างๆ ที่เรามีโอกาส ตอนนี้ก็เรียกว่าวิ่งเก็บแต้มไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากลงวิ่งมาราธอนเลย แต่ก็คงยังไม่ถึงขั้นนั้น"

     เคยลงในรายการจริงจังขนาดไหน?
     "ที่เคยวิ่งได้ก็ประมาณ 10 กิโล จะไปวิ่งตามงานต่างๆจริงๆก็สนุกเหมือนเราได้ไปเที่ยวพักผ่อนด้วยได้ออกกำลังกายก็จะมีเพื่อนเพื่อนที่วิ่งก็ชวนกันไปวิ่ง"

     ทำไมถึงติดใจในกีฬาวิ่ง?
     "จริงๆลองมาหลายกีฬาแล้วค่ะแต่การออกกำลังกายเราต้องหาแรงจูงใจทำยังไงให้แบบไม่เบื่อให้เราสนุกไปกับมันจนมาเจอกันวิ่งนี่แหละค่ะ ที่เรารู้สึกว่าเราชอบบรรยากาศการวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการไปซ้อมก่อนไปวิ่งตามส่วนต่างๆ ก็ได้เห็นผู้คนและอย่างงานไปวิ่งก็จะสนุกมากเลยบางครั้งเราเห็นคนวิ่งจะไม่ไหวแล้วก็จะมีคนข้างทางคอยให้กำลังใจและบอกเราว่าสู้สู้นะอีกนิดนึงอีกนิดนึงอะไรอย่างนี้มันก็จะเป็นโมเมนต์ที่น่ารักมากๆเลยเราก็ชอบเราก็จะชอบไปวิ่งที่ที่แบบรีเป๊ะสมุยที่ที่คนบอกว่าเราต้องตั้งใจเท่านั้นที่จะได้ไป ก็สนุกมากอยากเชิญชวนให้คนไปวิ่งนะคะวิ่งเบาเบาก่อนก็ได้เก็บไปเรื่อยมันสนุกจริงๆ"

     นอกจากวิ่งแล้วเรามีเคล็ดลับในการดูแลตัวเองอย่างไร?
     "ก็พยายามสดใสยิ้มเข้าไว้ตั้งไจทำทุกอย่างให้มันดีที่สุด แล้วเราจะได้ไม่มานั่งเสียใจทีหลังค่ะ"

     ถามถึงผลงานในตอนนี้บ้าง?
     "จริงๆผลงานก็มีให้ได้ติดตามอยู่เรื่อยเรื่อยค่ะ อย่างช่อง 3 ก็จะมีค่ะแต่ว่าจะรอออนแอร์ซะเยอะเลยอย่างเรื่องสี่หล่อขอสืบก็จะมีเป็นพระ-นางสี่คู่ก็ยังไม่ได้ออนและก็เรื่องปาฏิหาริย์รักแม่โพสพแล้วก็กำลังจะมีเรื่องดั่งพรหมลิขิตรักที่กำลังจะออนแอร์ทางช่อง 3 ค่ะ"

     บทบาทในดั่งพรหมลิขิตรักเป็นยังไงบ้าง?
     "เรื่องนี้รับบทเป็นจวงค่ะ เป็นคนที่คอยช่วยนางเอกตั้งแต่พาร์ทอดีต ก็จะมีการย้อนเวลา เป็นแนวแฟนตาซีสนุกๆ เรียกว่าคล้ายๆกับบุพเพสันนิวาสเลยก็ว่าได้ค่ะ ซึ่งก็เล่นกับทั้ง พี่บอม-ธนิน,ไอซ์-อมีนา และกแสดงอีกหลายคน ก็ทุ่มสุดฝีมือ อยากฝากแฟนๆ คอยติดตามชมกันด้วยค่ะ"

     แฟนคลับเราเองก็มีติดตามอยู่ตลอด?
     ไม่เป็นลักษณะเหมือนนักแสดงกับแฟนคลับ แต่จะเป็นแบบพี่น้องกันมากกว่าค่ะ มีอะไรก็มาเล่ามาแชร์กันจะเป็นเหมือนแบบครอบครัว เพราะเขาก็น่ารักคอยดูแลซัพพอร์ตเรา ไม่ว่าเราจะมีงานมากงานน้อยมีละครออนแอร์อยู่หรือเปล่า เขาก็จะคอยถาม  ให้กำลังใจตลอดเวลา"

     แฟนๆสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้จากทางไหนบ้าง?
     สำหรับใครที่อยากจะติดตามฟอร์จูนติดตามได้เลยนะคะทาง Instagram ฟอร์จูน หรือทาง Facebook ก็ได้เป็นแฟนเพจนะคะ"ฟอร์จูน-กนกกาญจน์" เข้าไปกดไลท์กันได้เลยค่ะ"

     ถ้าน้องๆที่อยากะจก้าวเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงแบบนี้บ้างเราอยากจะแนะนำอย่างไร?
     "สำหรับน้องน้องที่อยากจะเข้ามาในวงการบันเทิงก็อยากให้ดูดีๆ เพราะเดี๋ยวนี้อย่างที่เป็นอย่างที่เห็นข่าวกันพวกที่หากินกับความฝันของคนอื่น เราก็เป็นห่วงอยากฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ด้วยบางทีน้องๆไปเราก็ไม่ได้ดูแลอยากให้ช่วยกัน ดูง่ายๆ เลยถ้างานไหนพี่แคสงานดึกๆก็ให้ระวังไว้เลยว่าอาจจะไม่ปกติ"

     ทำงานในวงการมาหลายปีคิดว่าเสน่ห์ในวงการคืออะไร?
     "น่าจะเป็นความเซอร์ไพรส์ที่เราต้องเจอในแต่ละวันแต่ละช่วงเวลาที่หลากหลาย เอาจริงๆการเป็นนักแสดงจูนคิดว่าใครใครก็ทำได้เนอะ ขึ้นอยู่กับว่าเราอยากจะหยิบเอกลักษณ์จุดเด่นของเราจุดไหนมาโชว์มา มาพรีเซนต์ให้คนได้เห็น แล้วก็เรื่องของการแสดงก็ต้องศึกษาหาความรู้ ต้องทำความเข้าใจบทไม่ใช่มายืนท่องเฉยๆ เรารักที่จะเล่นละครเราก็อยากให้ละครไทยพัฒนาอยากให้คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการเล่นละคร อย่าเห็นโอกาสที่ได้มาแบบฉาบฉวยไม่สนใจไม่ใส่ใจมันและที่สำคัญการทำงานอีกอย่างหนึ่งคือต้องเคารพผู้ใหญ่เรื่องอันนี้สำคัญมากเลย เพราะการทำงานมันต้องทำงานเป็นทีมไปด้วยกันทั้งหมดไม่มีใครสำคัญไปกว่าใคร อย่างคนทำกับข้าวทำอาหารเขาก็ตื่นมาก่อนเรา ช่างไฟเขาก็ต้องมาเซ็ตฉากก่อนเรา ก็จะเห็นว่านักแสดงบางคนพอเริ่มมีชื่อเสียงก็เริ่มจะเกเรแล้วบางทีเราเหนื่อยเราถ่ายทั้งวันแต่เราลืมไปหรือเปล่าว่ามีคนที่เหนื่อยกว่าเราก็อยากฝากเรื่องวินัยจิตสำนึกบางอย่างมันเป็นเรื่องง่ายง่ายแต่ก็ลืมง่ายเหมือนกัน"

     ฝากมุมมองแนวคิดของเราที่มีต่อวงการ?
     "พักหลังๆ ก็จะเห็นคนที่เรียกว่ามาไวไปไว เอาจริงๆมันก็เป็นวิถีของมัน ถ้าใครมีความรับผิดชอบต่องานที่เราได้รับมาอย่างเต็มที่ สักวันหนึ่งความสำเร็จก็ต้องมาถึง มันไม่มีหรอกมาถึงเรื่องแรกแล้วก็ดังเลย มันต้องสะสมประสบการณ์ เหมือนดอกไม้ที่ต้องบาน โอกาสของแต่ละคนมันไม่เหมือนกันอยู่ที่ว่าจะบานช้าบ้านเร็ว มาถึงจุดนี้แล้วก็อย่าท้อส่วนใครที่ประสบความสำเร็จแล้วก็อย่าพึ่งได้ใจ แล้วหลงลืมตัวเองไป เพราะที่สำคัญกว่าความสำเร็จ คือการรักษามาตรฐาน ณ จุดๆนั้นให้ดีได้ตลอดค่ะ"

     มากกว่าความสวยคือความสามารถบวกกับแรงบันดาลใจและความรักในงานนักแสดงของเธอที่มีอย่างเต็มเปี่ยม เชื่อเหลือเกินว่าในวันข้างหน้าเธอจะเป็นหนึ่งดวงดาวพราวแสงบนเส้นทางบันเทิงอย่างแน่นอน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ