ข่าวข่าวในประเทศ 31 กรกฎาคม 2561 เวลา 17:40

ค่าลิขสิทธิ์ 400 ล้าน! มั่นใจคุ้ม ฟังชัดๆ ทำไม Miss Universe เลือกไทยเจ้าภาพปี 2018 "ตี๋ แมทชิ่ง" เจ้าเก่าโผล่

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 31 ก.ค. ที่ห้องอเนกประสงค์ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นายวีรศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย ธนวัฒน์ วันสม ประธานกรรมการผู้บริหารบริษัท ทีดับเบิลยู อินเวสต์เมนต์ กรุ๊ป และพอลล่า แมร์รี่ ชูการ์ต ประธานองค์กรมิสยูนิเวิร์ส บริษัท WME/IMG แถลงข่าวจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 โดยมี น.ส.เดมี-ลีห์ เนล-ปีเตอร์ส มิสยูนิเวิร์ส 2017 นางอาภัสรา หงสกุล มิสยูนิเวิร์ส 1965 และนางนาตาลี เกลโบวา มิสยูนิเวิร์ส 2005 ร่วมแถลงข่าว

     วีระศักดิ์ กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลโดย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่กองประกวดมิสยูนิเวิร์สมีมติมาจัดกิจกรรมในประเทศไทย โดยนำข้อตกลงและข้อมูลเบื้องต้นกราบเรียนนายกรัฐมนตรีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ถือเป็นโอกาสสำคัญมากสำหรับไทย ที่กองประกวดฯเห็นศักยภาพ เห็นวัฒนธรรม และเห็นความงดงามในแหล่งท่องเที่ยวในไทย สำหรับกิจกรรมการประกวดจะเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ 2-3 ของเดือนธ.ค. แต่ก่อนที่จะมีการจัดกิจกรรม กองทัพสาวงามจากทั่วโลกจะเดินทางมาเก็บตัวเป็นเวลา 1 เดือน ซึ่งรัฐบาลจะให้การสนับสนุนให้การเดินทาง และการพำนักอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ตามภูมิภาคและเมืองรองเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อนำเสนอเสน่ห์ของไทยให้ทั่วโลกได้เห็น รวมทั้งดูแลความปลอดภัย การจัดการระบบต่าง ๆ ให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย

     รมว.ท่องเที่ยวแบะกีฬา กล่าวอีกว่า นอกจากคณะสาวงามประเทศต่าง ๆ แล้ว ยังมีกลุ่มแฟนคลับและนักข่าวจากทั่วโลกจะเดินทางมาปักหลักติดตามการประกวดตั้งแต่ช่วงเก็บตัวจนถึงรอบตัดสินประมาณ 6,000 คน และช่วงที่สำคัญที่สุดคือสัปดาห์สุดท้ายที่จะมีการจัดประกาดรอบตัดสินที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เชื่อว่าจะมีการใช้จ่ายรวมถึงเผยแพร่วัฒนธรรมไทย สถานะของประเทศไทย  และความเข้าใจในมิตรไมตรีของประเทศไทยได้เผยแพร่ให้ทั่วโลกรับรู้มากขึ้น พร้อมกับสร้างความมั่นใจให้คนทั่วโลกได้รับรู้มมากขึ้นด้วยว่าอิทธิพลของวัฒนธรรมไทย สามารถทำให้เราเป็นที่สนใจของชาวโลกได้

     ด้านนายธนวัฒน์ เผยถึงการได้รับสิทธิ์ในการจัดประกวดว่า จริงๆ แล้วรู้จักกับบริษัทแม่ WME/IMG มาก่อนหน้า เนื่องจากอยู่ในอุตสาหกรรมสื่อสารมวลชนมาหลายปีโดยเฉพาะในช่วงหลังที่ไปทำงานต่างประเทศ ประสานงานกลุมต่างประเทศเป็นหลัก เลยรู้จักกับบริษัมแม่ พอบริษัทแม่ซื้อลิขสิทธิ์ ซื้อตัวเวทีการประกวด จากโดนัล ทรัมป์ ที่เป็นเจ้าของเดิมก็เลยได้รับอนิสงค์ตรงนั้น โดยใช้เวลาติดต่อประสานงานมาสักพักหนึ่ง ใช้เวลาพูดคุยร่วมปีตอนช่วงเจรจา ช่วงสุดท้าย เมื่อ 2-3 เดือนก่อน ตอนนั้นมีคนนำเสนอตั้งแต่ต้นปี มีประเทศฟิลิปปินส์ จีน ญี่ปุ่น หลายประเทศเหมือนกัน ที่อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีโอกาสในการจัดงาน

     "การที่เขาเลือกเมืองไทยเพราะหลายส่วนรวมกันเขามีความเขื่อมั่นประเทศไทยอยู่แล้วประกอบกับสภาพประเทศไทย หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในประเทศไทยเป็นที่ยอมรับทั่วโลก เวลาจัดการประกวดฯนางงามจากร้อยกว่าประเทศจะมาเก็บตัว 3-4 สัปดาห์ ต้องมีกิจกรรม หรือสิ่งที่ทำให้เขาประทับใจ ซึ่งบ้านเรามีความพร้อมในทุกด้าน ในทีมผู้ผลิตมีการประสานงานกับท่องเที่ยว และ กทม. ก็จะทุ้งแหล่งท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ และถ้าในส่วนของต่างจังหวัด. ตามนโยบายของท่านนายกฯในปีนี้ เป็นปีท่องเที่ยว วิถีไทย ส่งเสริมเมืองรอง ตอนนี้อย่างภาคเหนือ จะมี 3-4 จังหวัด ไม่ได้มีแค่เชียงใหม่ ที่เรากะจะไป ทางภาคอีสานจะมี3-4 จังหวัดเช่น ทางภาคใต้ก็อาจจะไม่ใช่ภูเก็ตอย่างที่เคย อย่างน้อย 3 จังหวัด เป็นต้น ที่กำลังพิจารณาอยู่" นายธนวัฒน์กล่าว

     ส่วนการเตรียมความพร้อม ประธานกรรมการผู้บริหารบริษัท ทีดับเบิลยู อินเวสต์เมนต์ กรุ๊ป เผยว่า พร้อมอย่างยิ่ง เพราะมีพาร์ตเนอร์อย่าง สมชาย ตี๋ แมทชิ่ง เป็นผู้จัดประกวดครั้งที่แล้วร่วมเป็นคณะทำงานที่มีประสบการณ์ด้านนี้โดยตรง มั่นใจว่าทำงานได้แน่นอน ส่วนที่พักในกรุงเทพยังไม่ได้เลือก คาดว่าการจัดประกวดในประเทศไทยสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในทุกมิติ เนื่องจากกองประกวดมิสยูนิเวิร์ส ออกาไนซ์เซชั่น ที่มีการเก็บสถิติในทุกปีมีตัวเลขชี้วัดเชิงของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักอาศัย ในช่วงที่มีการจัดงาน คิดว่าค่าลิขสิทธิ์กว่า 400 ล้านคุ้มค่าแน่นอน

     "ทั้งนี้ ยืนยันว่าการได้รับสิทธิ์ในการจัดประกวดมิสยูนิเวิร์สไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเป็นตัวแทนจัดประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ในประเทศไทย แต่จะมีการทำงานร่วมกับกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์อย่างแน่นอน เพราะคนที่เป็นตัวแทนของประเทศไทย จะเข้ามาสู่การประกวดระดับโลก ย่อมต้องมีการประสานงานแน่นอน ลึก ๆ แล้วส่วนตัวก็เชียร์ให้คนไทยได้" นายธนวัฒน์กล่าว

     พอลล่า แมร์รี่ ชูการ์ต  ประธานองค์กรมิสยูนิเวิร์ส บริษัท WME/IMG กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกท่านที่ทำให้เกิดงานวันนี้ขึ้น รวมถึงความยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นเดือนธันวาคมนี้ เลข 13 ถือเป็นเลขนำโชค หรือลักกี้ นัมเบอร์ สำหรับการที่กลับมาจัดประกวดในประเทศไทย หลังจากจัดประกวดไปแล้วเมื่อ 13 ปีก่อน ซึ่งหากถามว่าทำไมต้องเป็นประเทศไทย ก็ขอตอบว่า แล้วทำไมจะไม่ใช่ประเทศไทย เพราะตั้งแต่จัดการประกวดที่ประเทศไทยเมื่อปี 2005ในครั้งนั้น เราได้รับเสียงตอบรับและการสนับสนุนดีมาก เป็นความประทับใจและความทรงจำที่ดี และเชื่อว่าทุกคนที่มาประเทศไทยจะได้รับความทรงจำที่ดีๆ กลับไปเหมือนเช่นครั้งก่อนที่ผ่านมา  การจัดงานครั้งนี้ จะเป็นการส่งสารสู่ทั่วโลกให้เห็นถึงความสวยงามของประเทศไทย 

     นางสาวเดมี-ลีห์ เนล-ปีเตอร์ส มิสยูนิเวิร์สปี 2017 กล่าวว่า นับเป็นครั้งที่ 2 ที่มาประเทศไทย ครั้งนั้นมาเที่ยวทะเลทางใต้ สำหรับภารกิจมิสยูนิเวิร์สที่ปฏิบัติมาตลอด 1 ปี มีภารกิจมากมาย โดยทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่ส่งสารไปทั่วโลก แต่สิ่งที่ดีที่สุดที่ได้รับคือได้เรียนรู้จากมิสยูนิเวิร์สรุ่นก่อน และพร้อมที่จะส่งต่อให้ผู้ครองมงกุฎในปีนี้ด้วย การมาจัดประกวดในประเทศไทยครั้งนี้  ตนจะช่วยโปรโมทประเทศไทยเพื่อทำให้ทั่วโลกได้รู้จัก อยากขอบคุณแฟนๆ นางงามไทยทุกคนที่ต้อนรับดิฉันเป็นอย่างดีและเหนือความความคาดหมาย

     ด้าน อาภัสรา หงสกุล มิสยูนิเวิร์ส 1965 กล่าวว่า รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติในโอกาสที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ด้วยความเหมาะสมในหลายๆด้าน ประกอบกับภาพลักษณ์ของคนไทยที่เป็นคนใจดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จะได้ส่งต่อออกไปทั่วโลก ส่วนเรื่องกิจกรรมที่จะทำร่วมกันกับกองประกวดนั้น ยังอยู่ระหว่างการพูดคุย

     ขณะที่ นาตาลี เกลโบวา มิสยูนิเวิร์ส 2005 สาวงามที่มาประกวดมิสยูนิเวิร์สที่ประเทศไทย กล่าวว่าครั้งแรกที่มาประกวดมิสยูนิเวิร์สที่ประเทศไทย ไม่รู้จักประเทศไทยเลย แต่หลังจากได้ครองมงกุฏ ชีวิตก็เปลี่ยนไป ดิฉันได้รับความรัก ความอบอุ่นที่คนไทยมอบให้ และทำให้ตอนนี้ รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไทย และรักประเทศไทยมาก  ชอบอาหารไทย ชอบคนไทย ชอบอากาศดีๆ ชอบทุกอย่างของประเทศไทย

 

Siamdara
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ