ข่าวข่าวในประเทศ 16 กรกฎาคม 2561 เวลา 14:32

"ซีแนม&ดิว"ซัดนิ่มแต่ทิ่มหน้าคนละหมัด!! หลังเผชิญหน้าบนศาลคดีทวงเงินร้านเล็บ

หลังเกิดกรณีดราม่าเผ็ดฉาวโฉ่ระหว่างนักร้อง-นักแสดงสาว "ซีแนม" สุนทร โพสต์ฉะพฤติกรรมนางร้ายรุ่นน้อง ที่ร่วมหุ้นธุรกิจ เปิดร้านทำเล็บด้วยกันแต่ต้องพับโปรเจกท์ ซึ่งซีแนมก็ยังไม่ได้เงินที่ลงทุนไปคืน จนต้องส่งทนายยื่นโนติสไปถึงคู่กรณี 2 ครั้งจึงตัดสินใจฟ้องร้องในคดีแพ่ง ซึ่งศาลนัดไกล่เกลี่ย 16 กรกฎาคมนี้ พร้อมประกาศลั่น จะเอาเรื่องจนถึงที่สุด

     ต่อมากระแสในโลกโซเชียลพุ่งเป้าไปที่นางร้ายมือตบ "ดิว"อริสรา ทองบริสุทธิ์ ที่เพิ่งจัดปาร์ตี้วันเกิดในธีม The Kardashian Family&Friends  ที่เจอคอมเม้นท์ติดหนี้เพื่อน ไม่ยอมคืน แต่กลับจัดงานหรูหราไฮโซ  

     ล่าสุดในวันนี้16 ก.ค.61 ทั้ง"ซีแนม" และ "ดิว" อริสรา เดินทางมาที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ พร้อมทนายความ เพื่อเข้าพบศาลไกล่เกลี่ยครั้งที่ 1 โดยซีแนมและเพื่อนอีก 1 คน นางสาว นิชานันท์ งามสกุลรุ่งโรจน์ เป็นโจทก์ยืนฟ้อง "ดิว" อริสรา ทองบริสุทธิ์  ในเรื่องของหุ้นส่วน แต่การไกล่เกลี่ยยังไม่สำเร็จ เพราะฝั่งนางร้ายขอเลื่อนนัดไกล่เกลี่ยอีกครั้งเป็นวันที่ 24

     อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ได้เผยกับสื่อถึงกรณีฉาว เริ่มจาก"ซีเนม"สุนทร พร้อมทนาย นัฐพล สุขบรรจง เปิดใจว่านางร้ายขอไกล่เกลี่ยอีกครั้ง วันที่  24  ทางตนพร้อมเสมอ ยินดีให้โอกาสกัน

     นักข่าว : สำหรับวันนี้มีเอกสารอะไรมายื่น
     ทนาย : คำให้การออกมาเป็นคำพูดว่าเขามีติดเรื่องเงื่อนไขต่างๆนานาที่เขายังไม่จ่าย การยื่นคำให้การ แต่ว่าเอกสารยังไม่ได้ยื่นให้มา

     นักข่าว : ต้องไปเคลียร์เรื่องอะไรบ้าง
     ทนาย : คุยทั้งหมดเลยตั้งแต่เริ่มทุน ทำอะไรบ้าง มีค่าเสียหายค่าใช้จ่ายอะไรต่างๆที่จ่ายไปบ้าง หรือที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน เหลืออยู่เท่าไหร่ ทรัพย์สินใจแบ่งกันยังไง
     นักข่าว : ซีแนมรู้สึกยังไงวันนี้ที่มา
     ซีแนม : เราตั้งใจเราพร้อมทุกวัน บอกพร้อมเจอทุกวัน วันนี้เราพร้อมจะพอมาเจอ ใจจริงอยากจะไกล่เกลี่ยไหมก็อยากไกล่เกลี่ยเคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วไม่อยากจะฟ้อง จริงๆแล้ววันนี้ไม่ควรจะมายืนอยู่ที่ศาล แต่ในเมื่อคุยกันไม่ได้มันก็ต้องมาที่ศาล แต่ในเมื่อมาที่ศาลมันก็ยังไม่พร้อม เราก็เออตรียมเอกสารมาเดือนนึงยังไม่พร้อมอีกหรอ โอเคไม่พร้อมรอได้ 

     นักข่าว : จะมีโอกาสคุยกันนอกรอบก่อนถึงวันที่ 24 ไหม
     ซีแนม : ไม่ทราบเลยเราพยายามคุยตลอด

     นักข่าว : เราคิดว่าจะได้เงินก้อนนี้คืนไหม
     ซีแนม : ยังไงอ่ะคะ
     ทนาย : เงินก้อนนี้ผมว่างได้คืนอยู่แล้วล่ะอยู่ที่ว่าเราจะคุยกันถึงเรื่องความเสียหาย ไม่ใช่เราจะมองว่าเราจะเอาเท่านั้นเท่านี้ แต่ดูว่าความเสียหายมันเป็นยังไงข้อเท็จจริงมันเป็นยังไง ให้เข้ามาคุยกันแล้วก็แบ่งกันตามสัดส่วนที่ต้องคืนกัน
     ซีแนม : เอาจริงๆวันนี้ไม่ใช่เรื่องเงิน วันที่แนนโพสต์วันนั้นก็ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่แนมจะบอกว่ามันเป็นสิทธิของทุกคนที่จะเรียกร้องความถูกต้องตัวแนมและตัวน้องหุ้นส่วนทำไมเราต้องมายืนวันนี้กับทนายก็เพื่อแสดงความถูกต้อง เพราะฉะนั้นศาลตัดสินว่าใครถูกต้องก็ตามนั้น ได้คืนหรือไม่ได้คืนแนมว่ามันไม่ใช่ประเด็น แต่แนนจะมาบอกว่าไม่เป็นไรโดยที่คิดกันเองก็ไม่ได้ ไม่คืนเพราะ และไม่ได้คืนเพราะอะไรน้องๆหุ้นส่วนอีกคนก็ต้องได้คำตอบเหมือนกัน

     นักข่าว : ตัวเลขเท่าไหร่บอกได้ไหมคะ
     ทนาย : ก็ล้านกว่า รวม 2 คน 
     นักข่าว : เราไม่ติดใจถ้าเขาจะชี้แจงในส่วนต่างๆ
     ซีแนม : ไม่ติดเรื่องตัวเลขตั้งแต่แรก เราแค่ต้องการความชัดเจน ความถูกต้อง

     นักข่าว:มั่นใจว่าสอบการไกล่เกลี่ยครั้งที่ 2 อย่างแน่นอน
     ทนาย : มั่นใจไหมก็ไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์นะ รอดูก่อน ต่างคนต้องปรับกันหล่ะ

     นักข่าว : อยากบอกอะไรดิวผ่านสื่อไหม
     ซีแนม : ไม่ได้บอกว่าเป็นเขานะคะแต่เขามาเอง แต่อย่างที่บอกก็ยังยืนยันว่าอยากให้น้องมาคุยตั้งแต่วันแรกเราคนวงการเดียวกันมันไม่มีความจำเป็นที่เราต้องทะเลาะกัน วันนี้ไม่ว่าแนนจะเป็นคนพูดแรงแค่ไหนก็อยากให้มาคุยกันอยู่ดี สักครู่เราก็พยายามมองหน้าน้องว่าน้องจะคุยกับเราไหม เขาก็ไม่อยากที่จะคุยกับเรา เราเลยรู้สึกว่า คนอยากคุยอยากไกล่เกลี่ย อยากถาม  แต่อีกคนไม่คุยก็เป็นสิทธิ์ของเขา ให้นึกถึงวันแรกที่เราคุยเราตกลงกัน เราทำด้วยใจจบเราควรจบกันด้วยใจ ไม่ใช่จบกันด้วยเรื่องที่มันไม่ดี อยู่วงการสิบกว่าปีมาไม่เคยมีเรื่องกับใครเลยจนถึงวันนี้ก็ไม่อยากมีเรื่องกับใครเช่นกัน ฉะนั้นฝากบอกน้องว่าจริงๆแล้วมันควรจบกันได้ด้วยดี คุยกันเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด เพราะแนนคุยได้ทุกเรื่องค่ะ

 

     ด้านนางร้ายปากแดง"ดิว"อริสรา พร้อมทนาย สาคร ศิริชัย ก็เคลียร์ปมแซ่บซี๊ดจากปากครั้งแรก ชนิดที่ว่าดูเป็นนางเอกไปเลย เพราะพูดจาแบบดูดีมีเหตุผล ที่ทุกคนควรนำไปชั่งน้ำหนัก ตวง วัด 

     ดิว : เอาจริงๆวันนี้ดิวไม่มีความจำเป็นต้องมาด้วยซ้ำ เพราะนัดครั้งแรกเราให้ทนายเรามาได้แต่ด้วยหนึ่งเราก็ต้องให้เกียรติศาล และความบริสุทธิ์ใจ อัดอั้นมานานแล้วไม่ได้พูด เหตุที่ผ่านมาที่ไม่เคยออกมาพูดเพราะพูดไปบางทีมันอาจจะมีกรณีโดนฟ้องหมิ่นก็เลยต้องให้เข้าสู่กระบวนการศาลก่อน
ต้องบอกก่อนว่าที่มานี่เพราะความบริสุทธิ์ใจจริงๆ

     นักข่าว : อยากพูดอะไรบ้างวันนี้
     ดิว : ที่เรายังไม่ได้คืนเงินเพราะว่ามันยังมีอีกคดีหนึ่งที่มันคั่งค้างกันอยู่ซึ่งให้ทางทนายเป็นคนพูด

     ทนาย : เรื่องนี้เกิดจากการเป็นหุ้นส่วนทำธุรกิจด้วยกัน 5 คนแล้วคุณดิวกับหุ้นส่วนที่เป็นคู่กรณีได้ไปทำสัญญาเช่าตึกที่นี้มันมีปัญหาเกี่ยวกับสถานที่คือเจ้าของสถานที่ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้ได้ ธุรกิจจึงยังไม่เกิดขึ้นเกิดขึ้นไม่ได้และขณะนี้มันมีกรณีที่ฟ้องร้องซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายตอนนี้คุณดิวรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว  ไม่ใช่ไม่คืนแต่มีปัญหาของมันอยู่

     ทนาย : หุ้นส่วนยังคงอยู่ยังไม่มีปัญหาอะไรแต่ตามที่เป็นข่าวว่าหลบ มันมีปัญหามากกว่านั้นคือหุ้นส่วนเข้าใจผิดจะเอาคืนอย่างเดียว มีปัญหาอื่นที่เกิด เช่นไปฟ้องร้องกับบุคคลภายนอกเช่นเจ้าของตึก สิ่งเหล่านี้ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดชอบไม่ใช่มาโยนภาระให้กับคนที่เป็นหุ้นส่วนเพียงคนเดียวซึ่งน้องดิวเขาสู้ด้วยตนเองขณะนี้ แต่ไม่อยากออกมาพูดตรงนี้แล้วก็การทวงถามอะไรต่างๆถ้าคนที่เป็นหุ้นส่วนร่วมธุรกิจกันควรจะถามด้วยความสุภาพไม่ใช่เราเอาไปประกาศตามสื่อออนไลน์ต่างๆซึ่งจะสามารถเอาไปดำเนินคดีได้ แต่เราก็ไม่ทำเพราะว่าเราคือเพื่อนกัน แต่มันสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีสร้างความกระทบกระเทือนจิตใจของคนที่เป็นหุ้นส่วน แต่เราก็ให้ข่าวเรื่องนี้ด้วยความระมัดระวังเพราะมันเป็นเรื่อง คดีมีการไกล่เกลี่ยวันที่ 24 สิงหาคม คดีนี้ซึ่งเราจะนำเรื่องอื่นคือคดีที่เราฟ้องร้องอยู่  2 ล้านบาทเจ้าของตึกและเสียค่าทนายไปหมดเรือนแสนแล้วต้องมารับผิดชอบร่วมกัน

     นักข่าว : เหมือนหุ้นส่วนบอกว่าการฟ้องร้องเจ้าของร้องตึกต้องได้รับความยินยอมจากหุ้นทำไมไปฟ้องคนเดียว
     ดิว : คือตอนแรกเราต้องบอกว่าจะได้มีการคุยกันเรียบร้อยแล้วว่าเราจะฟ้องร้องเพราะเราจะฟ้องร้อง สุดท้ายพอเขารู้ว่าเรามีเหตุผลแบบนี้นะที่จะยังไม่คืนเงินเขา เขาก็จะบอกว่างั้นเขาไม่ฟ้องแต่ต้องมานั่งคุยกันก่อนว่าหุ้นส่วนเรามี 5 คนจริงแต่หุ้นส่วนที่ดิวถือ  60 % เงิน 2 ล้านกว่าบาท 60 เปอร์เซนต์ สำหรับเค้า10 เปอร์เซ็นต์มันคือแค่ 2 แสนแต่ของดิวมันคือล้านกว่าบาทเลยนะ 2 ล้านเลยนะ ถ้าดิวเป็นคนที่ถือ 10% อยู่คงไม่มานั่งโหวต ไม่มาเอา เพราะมันเสียเวลาแต่ก็ต้องเห็นใจดิวด้วยเพราะว่าดิวเป็นหุ้นที่เยอะที่สุดและชื่อคนฟ้องๆก็เป็นชื่อเดียวอีกต่างหาก จะบอกว่าสัญญาที่เซ็นไปเป็นสัญญาที่เค้าสามารถฟ้องเรากลับได้ด้วยนะเพราะว่าเราทำผิดสัญญาไม่จ่ายค่าเช่าสัญญาเป็นเวลา 3 ปีเพราะฉะนั้นดิวตรงทำทุกอย่าง เป็นการป้องกันตัวเอง ในขณะเดียวกันวันแรกเราทำธุรกิจกันแบบครอบครัวพี่น้องอยู่เพิ่งรู้เหมือนกันว่าการทำธุรกิจที่ถูกต้องมันคือการที่เราออกเสียงออกเสียงกันตามจำนวนคนใช่ไหม ไม่ใช่ตามจำนวนเงินหรือตามเปอร์เซ็นต์หรอ คือตามความจริงการทำธุรกิจมันต้องออกเสียงกันตามจำนวนเงินหรือเปล่า

     นักข่าว : คุยกับเขาหรือเปล่า
     ดิว : คุยหมดแล้ว ทุกอย่างจริงๆคุยกันแล้วดิวเป็นคนนัดด้วยซ้ำว่าจะเป็นคนคืนเงินให้กับทุกคนแต่วันนั้นมันมีปัญหาเขาก็ชี้หน้าด่า มีขู่นิวทำลายชื่อเสียงหรือบลา บลา  ดิวไม่ได้แปลกใจถึงมีทนายพร้อมไงเพราะวันนั้นปุ๊บดิวตั้งหลักเริ่มน่ากลัวแล้วก็เลยปรึกษาพี่ไผ่ๆเขาก็แนะนำว่ามันต้องเป็นแบบนี้ มันต้องมีทนาย

     นักข่าว : ฝ่ายนั้นเขาบอกว่าไม่ได้มีการคุยกันเรื่องการคืนเงินเลย
     ดิว : ไม่จริง ดิวมั่นใจนัดคุยกันวันนั้นแล้วที่ 1 แล้วก็มีการชี้หน้าด่าเดียวตรงนั้นและมีการค้าบางสิ่งบางอย่างที่เป็นไปด้วยอารมณ์ทั้งสิ้นซึ่งนิวไม่ได้ท้าเค้านะ เค้าท้าเองนะ
     ทนาย : นับตั้งแต่บัดนี้คดีขึ้นสู่ศาลแล้วครับน้องๆว่าคดีนี้โดยภาพรวมเป็นเพื่อนกันแล้วมาทำธุรกิจคดีมันเข้าสู่ระบบไกล่เกลี่ย เจตนาเราคืนแน่แต่ต้องมาคุยกันให้เข้าใจระหว่างคนทำหุ้นส่วนจบจบด้วยกัน เมื่อมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นก็ต้องร่วมกันรับผิดชอบไม่ใช่มาทิ้งภาระให้บุคคลอื่นที่นี้คดีมันมีทางจบเรายินดีคืนถ้ารับเงื่อนไข 1 2 3 ได้ให้ศาลเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย คุยกันเองรู้สึกจะมีปัญหาวันที่ 24 สิงหาคมเดือนหน้า 10 โมง
     นักข่าว : เรื่องคืนเงินให้เขาเมื่อไหร่
     ดิว : คุยเสร็จปุ๊บจะไปโอนคืนทันทีทุกคนเลยวันนั้นเลย แต่วันนั้นมันมีปากเสียงกันไง แล้วเขาก็ขู่ และอีกกรณีเงินที่ลงทุนไปแล้วบางส่วนเขาบอกให้ดิวรับออกไปเลยคนเดียว แล้วเงินอุปกรณ์ต่างๆทำไมดิวไม่รับให้จบไปล่ะ ดิวก็เอ้า ทำไมต้องรับจบล่ะ เขาบอกว่าดิวมีความฝันอยากทำร้านเล็บอยู่แล้วนี่ ความฝันของดิวคืออะไรล่ะ มันเกี่ยวกับเรื่องนี้มั้ย พอคุยกันไม่รู้เรื่อง ดิวไม่ได้เป็นคนระงับอารมณ์ได้ขนาดนั้นคุยไม่รู้เรื่องก็ต้องทนายไม่อ่ะค่ะ

     นักข่าว : ส่วนที่เขาเขียนว่าดิวเอาเงินไปใช้ส่วนตัวรู้สึกยังไงบ้าง
     ดิว : เป็นคนใช้เงินเก่งแต่ก็เป็นคนหาเงินมา เราไม่ได้เอาส่วนนั้นไปใช้ ลองคิดดูดีๆคำนวนดีๆมันพอไหมที่เราใช้ไป

     นักข่าว : ที่นี้บอกว่าจำนวนเงินของเขามันแค่หลักแสน ทำไมไม่จ่ายคืนให้มันจบไม่ต้องมีข่าว
     ดิว :ไม่ใช่หรอกเพราะมันมีกรณีคดีนี้อยู่ด้วยไงมันมีกรณีนี้เสร็จปุ๊บแล้วเรากับเขาคุยกันไม่รู้เรื่อง เราก็ไม่รู้ว่าจะทิ้งทุ่นเราไหมหรือ จะยังไงเราหรือเปล่านึกออกไหมคะคือถ้าคุยกันรู้เรื่อง ในกรณีบางคนจากกรณีของน้องหนูนา หนูนาพร้อมหนูนาไม่มีปัญหาเลยยังก่อนนะนี่เคยบอกว่าอยากไปแถลงมาก หนูนาบอกว่า พี่หนูนาไปด้วย ดิวบอกว่าหนูนะเอาคืนไปเลย หนูนาบอกว่าไม่พี่ฟ้องอยู่อย่างนี้หนูจะเอาคืนได้ยังไงหนูนาไม่อยากจะรู้สึกว่าเขาทิ้งดิว แต่อย่างมีกรณีบางคนที่ดิวมีการคืนไปที่พี่ถามเขาเดือดร้อนแล้วเขามีการมาคุยกันดีๆแล้วเข้าใจ คนเดือดร้อนดิวไม่อยากเก็บเงินใคร ดิวก็ให้เขาไม่ได้มีการอิดออดอะไร ให้เขาเลยและทุกๆเงื่อนไขในด้านคดีความไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดิวเสนอเค้าว่าฉันเซ็นสัญญากู้ยืมเงินได้ไหมเพราะเดี๋ยวก็กลัวว่าคนไม่ประสงค์ดีจะมาเล่นดิวเรื่องนี้นึกออกไหมเขาก็ยินดีคุยรู้เรื่องไง

     นักข่าว : หุ้น 2 คนเข้าใจไหมถ้าไม่นับในส่วนของซีแนม
     ดิว : 2 คนเข้าใจอย่าง หนูนา(หนึ่งธิดา โสภณ) ส่วนอีกคนอันนั้นเราคืนเค้าเพราะส่วนตัวอ่ะ(ทนายเสริม ต้องคืนเพราะเขาเดือดร้อน)อยู่ก็โอเคถ้าคุยกันเรื่องธุรกิจไม่ลงก็เป็นว่าเขายืมเงินดิวไปแล้วดิวเอาเงินดิวมาโปะตรงนี้ก็ได้

     นักข่าว : คือดิวจะให้คดีเช่าที่จบแล้วจะคืนเงินทุกคน
     ทนาย : ไม่ถึงขนาดนั้น คือถ้านัดหน้าคุยกันบรรลุข้อตกลง เพิ่งฟ้องไปนัดคดี 1 ตุลาคมอาจจะให้ได้บรรลุข้อตกลงว่าให้ยอมรับค่าใช้จ่ายที่มันจะเกิดขึ้นในสิ่งที่เราเสนอบ้าง ไม่ใช่ยอมรับเงื่อนไขในสิ่งที่ฝ่ายเขาเสนอเพียงฝ่ายเดียวนัดหน้าให้หนูนามาด้วย

     นักข่าว : ทำไมนิวปล่อยให้มันเนิ่นนานมาจนถึงวันนี้
     ดิว :ไม่ใช่หรอกเพราะว่าดิวพูดอะไรไปเดี๋ยวจะมาฟ้องดิวไง เข้าใจความหมายป่ะ เค้าพูดอะไรไปทุกอย่างคือคิดมาแล้วบอกตรงๆว่าคิดมาแล้วทุกอย่างที่ทำอยู่ตรงพูดจากใจว่าเหมือนถูกดิสเครดิตอย่างมาก ถ้าดิวออกมาแก้ตัวอะไรหรือพาดพิงของเขา ถ้าดิวพลาดนิดเดียวบางสิ่งบางอย่างที่ดิวไม่ผิดจะกลายเป็นดูผิด

     นักข่าว : ทำไมเวลาเผชิญหน้ากันดิวไม่เข้าไปคุย
     ดิว : มีใครมาเจอภาพสุดท้ายที่ดิวเจอ สุดท้ายอีกนิดนึงคือเขาจะถึงตัวเดียวอยู่นะ อีกนิดนึงแก้วกาแฟดิวก็จะไปอยู่แล้วนะเราโดนห้ามแล้ว
     ทนาย : รอศาลให้มีการไกล่เกลี่ย แล้วเราค่อยมาคุย

     นักข่าว : เขาบอกนางร้ายส่งคนมาข่มขู่
     ดิว : เรื่องจริงมันก็ไม่มีแล้ว  แต่ดิวก็ไม่รู้ว่าเขาใช้สื่อเป็นเครื่องมือหรือเกิดอะไรขึ้น แต่ดิวว่าเขารู้อยู่แก่ใจว่าอะไร นิวไม่ใช่คนโง่

     นักข่าว : อยากบอกอะไรกับสังคมไหมที่เขามองว่าเราโกงเงินเพื่อน เสียใจมั้ย
     ทนาย : ก็เราพูดอยู่วันนี้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ว่าเอาเงินมาให้ เราไม่คืนแต่มันมีเรื่องอื่นที่สังคมไม่เคยรู้ว่าเราไปฟ้อง แล้วเราต้องเสียค่าทนายไปกี่แสนเราฟ้องสถานที่เป็นยังไงเบื้องลึกการทำธุรกิจเกิดขึ้นไม่ได้เพราะสัญญาเช่ามันมีปัญหา 2 หุ้นส่วนทะเลาะกัน การทำธุรกิจจะได้เพียงอย่างเดียวมันไม่ได้ ตามที่เขาบอก การลงทุนต้องมีความเสี่ยง อย่างที่ว่าถ้าไม่เข้าใจตรงนี้มันไปกันไม่ได้อันนี้คือปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วที่ผ่านมายังไม่ได้พูด ทีนี้มันคดีขึ้นสู่ศาลแล้วเรายินดีพูดบนศาล ..เงินคืนได้แต่ต้องคุยกันให้เข้าใจก่อน
     ดิว :ไม่บอกค่ะดิวว่า เข้าใจอยู่แล้วว่าการทำธุรกิจมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากแล้วมันมีรายละเอียดมีดีเทลอะไรค่อนข้างเยอะและที่ผ่านมาดิวก็ไม่มีโอกาสมาพูดอะไรเพราะดิวไม่ได้เลือกที่จะพูดเองด้วยวันนี้ก็ลองฟังมุมนี้ดู ดิวไม่โกรธนะถ้าใครจะว่าหรือจะมาคอมเม้นท์อะไร เพราะว่าต่างคนต่างมุมมองบังคับใครไม่ได้อยู่แล้วแล้ว ส่วนจะเปิดธุรกิจอีกไหม ขอเรื่องนี้จบก่อนเพราะว่าเหนื่อยมาก ต้องสารภาพเลยว่าประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้เรียนรู้ว่าบางทีดิวคิดน้อยไปค่ะ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ