ข่าวข่าวในประเทศ 6 กรกฎาคม 2561 เวลา 12:29

ละเอียดยิบ"ใหญ่-เล็ก"แชร์เบื้องลึกค้นหาทีมหมูป่าติดถ้ำหลวงฯ ชี้ใครน่าสงสาร?

พูดถึงดาราจิตอาสากู้ภัยค้นหา13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี ติดถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอนแล้ว ต้องรวมชื่อ"ใหญ่" ฝันดี และ "เล็ก" ฝันเด่นจรรยาธนากร เจ้าของฉายาดังในอดีต "แฝดนรก" อยู่ที่ไหน ที่นั่นมีเรื่อง

    แต่ปัจจุบันทั้งคู่กลับตัวกลับใจ เป็นดาราจิตอาสา มีภัยที่ไหน เขาไปช่วยกู้ภัยที่นั่น  น่ารักซะไม่มี สมกับที่ชื่อ"ฝันดี -ฝันเด่น"เห็นเขาทั้งคู่แล้วความสุขมาเยือน 

     ล่าสุดทั้งคู่ได้ร่วมแชร์ประสบการณ์การค้นหา พร้อมทั้งอัพเดทสถานการณ์จากคนที่ลงพื้นที่จริงๆ ในรายการคุยแซ่บ Show ทางช่องOne 31 โดย"หนิง" ปณิตา ธรรมวัฒนะ และ "เป็กกี้" ศรีธัญญา เป็นพิธีกร พร้อมเปิดใจโต้ประเด็นทีมกู้ภัยเมืองไทยไร้ประสิทธิภาพ เคลียร์คำครหาไปช่วยเด็กเพราะอยากดัง !! ฟังแล้วเด็ดดวงจริงๆพี่น้อง

     งานที่พวกพี่ทำกันอยู่ตอนนี้คือทำอะไร 
     เล็ก : เป็นอาสาสมัคร จิตอาสา ปัจจุบันก็จะมีอาสาสมัครมากขึ้น ในสังคมไทยนี่คำว่าจิตอาสามีบทบาทมากในการที่จะกระตุ้นเตือนให้ประชาชนใช้เวลาที่ตัวเองมีเพื่อสังคม

     ทำมานานเท่าไหร่แล้ว ?
     เล็ก : นานแล้ว ประมาณ  20 กว่าปีแล้ว

     ทำมานานจนตอนนี้ก็มีชมรมเป็นของตัวเองแล้ว ?
     ใหญ่ : เป็นเหมือนกลุ่มชมรมออฟโร้ดมากว่า ที่มีความคิดเหมือนกัน ชอบในเรื่องของงานกู้ภัยก็มารวมกลุ่มกันได้หลายปีแล้ว 

     ตอนนั้นที่มีข่าวเด็ก 13 คน ติดในถ้ำ พี่คิดจะทำอะไร ? 
     เล็ก : พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นเราก็พอจะมีเครือข่ายทางภาคเหนือที่มีปฎิสัมพันธ์อันดี ในตอนนั้นทางทีมศิริกรณ์กับทางอัมรินทร์ใต้เค้าก็ได้มีการเข้าสู่หน้างาน ก็มีการพูดคุย ส่งข้อมูลกัน
    ใหญ่ : ลักษณะท่าทางเป็นยังไง ลักษณะถ้ำ ปริมาณน้ำเป็นยังไง เข้าไปได้ขนาดไหน เราก็เอาข้อมูลมาคุยกัน เราควรจะไปช่วยกันมั้ย เราไม่ได้ไปเพราะมันเป็นเคสที่ใหญ่หรือเป็นที่รับรู้ของสาธารณะชน เราก็คิดว่าเป็นแค่เด็กติดถ้ำ 

     ตอนที่มีคนแจ้งว่าเด็กติดถ้ำพี่คิดมั้ยว่าจะสโคปใหญ่ ?
     เล็ก : ไม่เลย เพราะภาพที่เค้าส่งให้ดูเป็นภาพที่เข้าไปมุดไปในถ้ำ แล้วก็ไปหา ไปหลงอยู่ตรงไหน ใน 24 ชมที่เกิดเหตุผมก็เช็คข้อมูลอยุ่ตลอดเวลา เช็คเจ้าหน้าที่ด้วย เพราะพวกเรามีหน้าที่การงานกันอยู่แล้ว เรื่องการลางานอะไรต้องเป็นขั้นตอน  เมื่อเราไปถึงมันเป็นระบบการสั่งการแบบเมืองนอกเราก็ไปรายงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ไม่ใช่เข้าพบนะ คือไปลงทะเบียนที่โต๊ะ ว่าเป็นใคร กี่คน เอาอะไรมาบ้าง 

     พอลงทะเบียนแล้วพี่ไปเห็นสโคปงานแล้วเป็นยังไง ?
     เล็ก :  เราเห็นหน้าเดียวคือตรงปากถ้ำ ในฐานะที่เราเป็นคนนอกเราก็จะไปเจอคนในพื้นที่ก่อนไม่ว่าจะเป็นอัมรินทร์ใต้ ศิริกรณ์ แสงธรรม สยามรวมใจ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ตรงนั้น เพื่อไปคุยกันแล้วก็รวมตัวกันแล้วใช้ชื่อเดียวเลย การจัดสรรงานมาก็จะมีตัวแทนกลุ่มไปคุยกับทหาร 

     ของพี่ไปทำอะไร ?
     เล็ก : ก็เป็นการค้นหาในบริเวณนั้นก่อนในหน้าถ้ำและรอบข้าง กิจแรกๆเลนคือทหารจะเป็นฝ่ายค้นหาถ้าเค้าเจอปล่องชิ้นอะไรขึ้นมาเค้าก็จะให้ Rescue  เข้าไป 

     เรียกว่ายากที่สุดของการทำกู้ภัยเลย ?
     เล็ก : ใช่ เพราะเราเป็นมนุษย์เมือง ต้องยอมรับอย่างงี้ก่อน ความชำนาญหรือเทคนิคต่างๆมันจะสู้คนในพื้นที่ไม่ได้ ภูมิประเทศแต่ละที่ไม่เหมือนกัน

     ตอนที่พวกพี่ๆค้นหาเด็กทำกันวันที่หนึ่ง วันที่สองไปเรื่อยๆแล้วไม่เจอเด็ก ความรู้สึกเป็นไง ?
     เล็ก : ความกดดันมันเกิดขึ้นอยู่แล้ว มันไม่ได้แบกแค่ตัวเองไป ไม่ได้แบกแค่สิ่งของ แต่มันแบกความหวัง 
ใหญ่ : แบกความหวังนี่ไม่ได้เกิดจากความหวังที่ทุกคนมาฝากเราไว้นะ แต่เป็นความหวังที่เราตั้งไว้ ที่เราฝึกมา ที่เราทำสิ่งต่างๆ มันอยู่ในจิตวิญญาณของนักกู้ภัย มันเลยยิ่งกดดัน 

     อะไรคือความหวังของการทำงานตรงนี้ ?
     เล็ก : ในฐานะที่เรียกตัวเองว่ากู้ภัย ไม่ว่าจะผ่านไป 24 ชั่วโมง 48 ชั่วโมง 72 ชั่วโมง ผมยังให้ความหวังเสมอว่าผู้ประสบภัยยังคงมีลมหายใจ ผมจะไม่ตีค่าว่าผ่านไป 4วัน 5วัน จะหมดหวังไม่ได้ ตราบใดที่เราไม่ได้สัมผัสตัว ไม่ได้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าเป็นอย่างงั้น ความหวังคือสิ่งที่สำคัญต่อการช่วยเหลือ

     ทำงานวันละกี่ชั่วโมง ?
     เล็ก : ไม่กำหนด เริ่มแต่ไม่มีจุดจบก็ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทีมผมทำอยู่ทีมเดียว มีอยู่อีกหลายทีมเลย 

     พี่ไปถึงตั้งแต่วันที่เท่าไหร่ ? 
     เล็ก : เหตุเกิด 23 วันที่ 24 หาข้อมูล เดินทาง 24 กลางคืน ถึง 25 ตอนเที่ยง

     ตอนเค้าบอกว่าเจอเด็กแล้ว พี่รู้สึกยังไงบ้าง ?
     เล็ก : สำหรับตัวผม ผมเพิ่งเดินลงเขามา ยังไม่ถึงพื้นราบ ตอนแรกข่าวลือในแต่ละวันเยอะมาก พวกข่าวลือ ข่าวหลอกมันบั่นทอนความรู้สึกของคนมาก ล้วนแล้วแต่ทัศนวิสัยการทำงานแย่ลง 
     ใหญ่ : มันทำให้เจ้าหน้าที่ชะลอ ต้องกลับมาหาข้อมูล มันเหมือนตัดโอกาสช่องเวลาของวินาที
     เล็ก : เราพูดในวันนี้คือเราเจอเด็กแล้ว แต่ในวันนั้นเราไม่เจออะไรเลย มันคนละความรู้สึกกัน เหมือนฟุตบอลอ่ะ ครึ่งแรกเราเจอแล้ว ทีนี้ครึ่งหลังเนี่ยเหนื่อยกว่า มันมีแรงกดดัน มันไม่เวลาที่ไม่มีการต่อเวลา 
     ใหญ่ : มันเป็นการคาดหวังที่รู้แล้วว่าเด็กอยู่ตรงไหน น้ำหนักทั้งหมดจะตกไปสู่ท่านผู้ว่าฯ ที่ทุกๆคนคาดหวังว่าจะต้องทำยังไง 

     ตอนที่เค้าบอกว่าเจอเด็กแล้ว แล้วเรารู้ว่าเป็นข่าวจริง ความรู้สึกแรกรู้สึกยังไง ? 
     เล็ก : นิ่งนะ มันไม่ได้เหมือนในหนังนะจะมาเฮ เพราะเราเดินมาแล้วหลายวันมาก พอผู้ว่าแถลงแล้วมันไม่ได้มีคำพูดเหมือนในหนัง หันหน้ามองกันว่าเจอแล้ว
     ใหญ่ : ดีใจ มีอยู่แล้ว ชื่นใจในสิ่งที่เราลงแรง เราไป เราไม่ได้คาดหวังว่าเราต้องเจอเป็นคนแรก แต่เป็นใครก็ได้ที่เข้าไปในที่นี้แล้วเจอ เราก็รู้สึกดีใจ
     เล็ก : ในการกู้ภัยครั้งนี้มันคือ 1 ภารกิจคือการตามหาเด็กให้เจอ ฉะนั้นไม่ว่าคุณจะมาจากกู้ภัยใดเพราะฉะนั้นมันคือ 1 เรื่อง ไม่ว่าใครจะเจอมันคือเรื่องเดียวกัน

     รู้สึกอย่างไรที่มีคอมเม้นท์ว่าทีมงานของไทยทำงานสู้ต่างประเทศไม่ได้ ? 
     ใหญ่ : ต้องอย่าลืมว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้วนะ มันมีเรื่องของโครงสร้าง เรื่องของน้ำหนัก กายภาพต่างๆ ดังนั้นศักยภาพของนักกู้ภัย ของกองทัพ มีพร้อมหมด เพียงแต่ว่าสิ่งที่เราได้รับจากต่างประเทศที่เหมือนเค้าเก่งกว่าก็คือเค้ามีประสบการณ์ เราถึงต้องใช้สิ่งนี้มาเรียนรู้ 

     แล้วกับคอมเม้นท์ที่พูดถึงเด็กว่าไปเที่ยวทำไมในนั้น อยากพูดอะไร ?
     ใหญ่ : มันคือที่เที่ยวอ่ะ ข้อผิดพลาดของมนุษย์แต่ละคนมีอยู่เสมอ สิ่งที่เค้าไปมันไม่ใช่หุบเขาต้องห้าม หรือมีเขตกั้นห้ามเข้าโดยเด็กขาด คือวนอุทยาน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนึง ใครก็เข้าได้ตามเวลาที่กำหนด น้องเข้าไปไม่ผิดเวลา เจ้าหน้าก็ไม่ได้ผิด ก็ยังเปิดทำการ เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แล้วเข้าไปเค้าก็เข้าไปตามเส้นทางที่เส้นทางที่เคยมีการสำรวจไว้แล้ว สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือธรรมชาติกับอุบัติเหตุมันเกิดพร้อมกัน 

     สรุปคือถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอนคือสถานที่ที่เราไปท่องเที่ยวได้ ?
     เล็ก : ใช่ วนอุทยาน 
     ใหญ่ : มีการเข้าออก มีเจ้าหน้าที่ มีรีสอร์ท มีโรงแรม มีอะไรพัก มีร้านอาหาร มีที่ท่องเที่ยว ไม่ใช่ถ้ำปิด

     พูดถึงโค้ชเอกหน่อยเห็นบอกว่ามีร่างกายอ่อนแอที่สุด 
     เล็ก : มันเป็นความเสียสละ เป็นความรับผิดชอบในฐานะที่โตกว่าทุกคนด้วย แล้วด้วยหมวกที่สวมใส่เป็นโค้ชด้วย ในความเป็นจริงแล้วเราควรมองว่ามันคืออุบัติเหตุ มันไม่มีใครอยากจะพาใครเข้าไปอย่างงี้ เรื่องดราม่าเกิดขึ้นได้ตามกระแส เมื่อน้องๆออกมาได้จะมีข้อมูลต่างๆมากกว่าที่จะทำให้คนได้กระจ่างว่าเกิดอะไรขึ้น

     เด็กๆต้องติดอีก 4 เดือนจริงมั้ย ?
     เล็ก :  ไม่ใช่ มันเป็นแผนทางกองทัพเรือ คือถ้าคนปกติที่อยู่ตรงนั้นเค้าจะรู้ว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนถ้ำหลวงจะค่อยๆเพิ่มประมาณน้ำมากขึ้น และกว่าจะหมดฝนและกว่าน้ำจะออกจากถ้ำเนี่ยใช้เวลา 4 เดือน  แต่ถ้าเราช่วยออกมาก็คือจบ แต่มันเป็นการประมาณ 

     แล้วเด็กว่ายน้ำก็ไม่เป็น ไม่เคยดำน้ำแล้วจะทำยังไง ? 
     ใหญ่ : ก็เค้าถึงมีแผน 2 แผนออกมาไง แผนที่ 1 ก็คือเอาออกจากการดำน้ำ ทางช่องเดิมที่เค้าเคยเข้า แผนที่ 2  คือหาจากพื้นที่สูงแล้วโรยตัวไปเอา ถ้าย้อนกลับมาในเรื่องของโค้ช เค้าจะเป็นบุคคลที่น่าสงสารที่สุด ถ้าเป็นผมนะ เจอเหตุการ์อย่างนี้ ผมยอมตายในถ้ำดีกว่า เพื่อแลกกับเด็ก หรือถ้าออกมาแล้วผมโดนปากคนครอบยิ่งกว่าถ้ำ เหมือนตายทั้งเป็นยิ่งกว่า มันไม่มีใครอยากให้เกิด 

     เกิดอะไรขึ้นถึงกลับมา กลับมาคือต้องกลับมาทำงาน ?
     เล็ก :  ไม่ใช่ ประเด็นนั้นประเด็นรอง ประเด็นหลักเลยคือทีมเราทั้งหมดไปเพื่อตามหา เมื่อค้นหาแล้วกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในทีมเจอ นั่นคือแสดงว่าภารกิจนั้นสำเร็จในเบื้องต้นแล้ว หลังจากนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นการช่วยเหลือ ฉะนั้นเมื่อเรามีกรอบอาชีพเราไม่ได้มีหน้าที่นั้น เราเป็นจิตอาสาประชาชน ใช้เวลา 10 วันที่ไปก็สมควรแล้ว แต่เราไม่ได้กลับทั้งหมด ทั้งชุด ยังมีทีมเหลืออีกนะ อีก 8 คนนี้เค้าหาช่อง ปล่องอื่นที่อาจจะเป็นทางออกได้
     ใหญ่ : สิ่งที่เราทำทั้งหมดในฐานะที่เราเป็นดาราด้วย เราก็มาสื่อสารประชาสัมพันธ์รับรู้ในสิ่งที่อยากจะรู้ว่าอะไรเป็นแบบไหน สิ่งที่เราไปคือสิ่งที่เราเห็นและสิ่งที่เค้าทำ สิ่งที่เราเห็นด้วยตาคือทุกหน่วยเค้าทำอะไร ปัญหาที่เกิดขึ้นมันคืออะไร เราเล่าแบบชาวบ้านสู่ชาวบ้าน 

 

อินสตาแกรม : fundee.j

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องอื่นๆ